ฝน ธนสุนทร เผยน้ำตาไหลเคลียร์ใจ เจเน็ต เขียว หลังห่างกัน 2 ปี รับน้อยใจ-มโนไปเอง เล่าชีวิตแม่ค้า สู้วิกฤตไม่หมิ่นเงินน้อย คืนทุนแล้ว หวังเป็นหลักให้ในอนาคต ไม่รู้จะร้องเพลงได้อีกกี่ปี ลั่นไม่ทิ้ง “เสียงอิสาน”
เรียกว่าเป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟนๆ ซึ้งและใจฟูไปพร้อมกัน เมื่อนักร้องเสียงหวาน ฝน ธนสุนทร โคจรมาเจอกับนักร้องสาวรุ่นพี่คนสนิทอย่าง เจเน็ต เขียว หลังไม่ได้เจอกันมานาน 2 ปี จนถึงขั้นเสียน้ำตาเคลียร์ใจกลางรายการ โดย สาวฝน ได้เปิดใจในงานเปิดตลาด “อร่อย สาม แม่” วันที่ 24 ส.ค.69 ที่ ชั้น 1 อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ยอมรับตรงๆ ว่า ที่ผ่านมารู้สึกน้อยใจและแอบคิดไปเองว่าพี่สาวโกรธหรือไม่พอใจอะไรหรือเปล่าถึงเงียบหายไป ทั้งที่ความจริงแล้วอีกฝ่ายไม่ได้มีอะไรติดใจ เพียงแค่ยุ่งกับงานและย้ายไปอยู่อยุธยา
นอกจากนี้ ฝน ธนสุนทร ยังเปิดใจถึงอีกบทบาทที่หลายคนฮือฮา หลังผันตัวมาเป็น “แม่ค้าวาฟเฟิล” ในช่วงปิดฤดูกาลเสียงอิสาน จากที่ตั้งใจทำเล่นๆ ฆ่าเวลา กลับกลายเป็นธุรกิจจริงจังและสร้างรายได้เกินคาด พร้อมมองว่าการทำธุรกิจคือการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และหวังว่าวาฟเฟิลจะเป็นอีกหนึ่งหลักให้กับชีวิตในอนาคต เพราะไม่รู้ว่าจะร้องเพลงได้อีกกี่ปี
ส่วนแฟนๆ ที่คิดถึงฝนบนเวที เสียงอิสาน เตรียมรอลุ้นได้เลย เพราะเจ้าตัวแย้มว่าตัดชุดสำหรับฤดูกาลใหม่แล้ว พร้อมยืนยันสถานะ “ลูกสาวแม่นกน้อย อุไรพร” ว่าจะยังอยู่เคียงข้างเสียงอิสานและแม่นกน้อยต่อไป
ฝน ธนสุนทร เผยน้ำตาไหลเคลียร์ใจ เจเน็ต เขียว หลังห่างกัน 2 ปี
ถามเรื่องที่เราไปออกรายการแล้วเจอกับพี่เจเน็ต(เขียว) ถือเป็นการเคลียร์ใจไหม ก่อนหน้านี้คนมองว่าพี่น้องมีปัญหากันหรือเปล่า เพราะไม่ได้เจอกันเลย?
“ใช่ค่ะ ไม่ได้เจอกันเลย คือมันเป็นอาการน้อยใจของน้องสาวมากกว่า คือพี่สาวเงียบหายไป เราเป็นน้องก็รู้สึกว่าพี่เป็นอะไรหรือเปล่า น้องก็อาจจะงอแงกว่าพี่นิดหนึ่ง”
“ไปฟังใครพูดอะไรมาไหมจนห่างน้องไป แต่มันเป็นมโนของเราเอง จริงๆ พี่สาวไม่ไม่มีอะไรเลย พี่สาวก็ยุ่ง งานเยอะ และย้ายไปอยู่อยุธยา ไม่ได้อยู่ใกล้กันเหมือนเมื่อก่อน นี่แหละที่เขาบอกว่าห้ามคิดไปเอง ห้ามมโนไปเอง จริงๆ พี่สาวไม่มีอะไรเลยค่ะ”
หลังจากไปออกรายการได้ติดต่อกันอีกไหม?
“ติดต่อกันค่ะ ส่ง Line หากัน ช่วงหลังจากนั้นพี่เขียวก็ส่งหาเราตลอด จนเราก็กลัวว่าทำให้พี่สาวหนักใจหรือเปล่า จริงๆ 2 ปีที่ไม่ได้เจอกัน วันนั้นในรายการเสียน้ำตาเลย อาจเป็นเพราะเรารักเขามาก พอเขาเงียบไปเราก็มโนไปเองว่าเขาโกรธหรือเกลียดเรา เพราะฉะนั้นทุกคนอย่าคิดไปเองนะคะ”
เห็นพี่เจเน็ต เขียว ชวนไปอยุธยาไปทำบุญด้วยกัน จะมีโอกาสไหม?
“ยังไม่มีโอกาสเลยค่ะ เพราะต่างคนต่างทำงาน แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเราต่างก็ยุ่ง หนูจะไม่งอแงแล้ว จริงๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยค่ะ”
ชีวิตการเป็นแม่ค้าเป็นยังไงบ้าง?
“รู้สึกเข้าอกเข้าใจแม่ค้าเลยค่ะ จากเมื่อก่อนนี้เหมือนกับว่าเราซื้อของ เราต่อราคานู่นนี่นั่น ตอนนี้พอมาเป็นแม่ค้าเองเราคือไม่ต่อราคาเลย เข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน แล้วเรารู้สึกว่ายิ่งเราได้มาทำตรงนี้ เรายิ่งเข้าใจเขามากขึ้น แล้วมันก็ทำให้เห็นอกเห็นใจกันค่ะ”
ฝน ธนสุนทร เล่าชีวิตแม่ค้า สู้วิกฤตไม่หมิ่นเงินน้อย คืนทุนแล้ว หวังเป็นหลักให้ในอนาคต
“จริงๆ การเป็นแม่ค้าของเรามันก็เป็นความบังเอิญนิดหนึ่ง คือเรามาขายวาฟเฟิลในช่วงปิดฤดูกาลเสียงอีสาน แล้วก็กะว่าจะทำเล่นๆ ฆ่าเวลาเพื่อที่จะถึงเวลาแล้วก็ไปคอนเสิร์ตอะไรอย่างนี้ แต่พอเอาเข้าจริง มันไม่เล่น มันขายได้จริงๆ แล้วมันก็เป็นรายได้จริงๆ เราเลยรู้สึกว่าเฮ้ย! อันนี้หรือเปล่านะที่มันรอเราอยู่ แล้วเราก็คาดหวังว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่เป็นหลักให้เราในอนาคต เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเราจะร้องเพลงได้อีกกี่ปีเนาะ อายุเราก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ”
ลงทุนไปเยอะไหม?
“ไม่ได้ลงทุนเยอะ เราลงทุนตามกำลังของเราค่ะ เราไม่ได้ทำเกินตัว แล้วเราก็อยากจะเปิดขายแฟรนไชส์ แต่พอมาได้รับคำแนะนำจากแม่สุ(สุนารี) แม่ตั๊ก(ศิริพร) บอกว่าถ้าเราควบคุมคุณภาพไม่ได้เราจบเลยนะ มันก็เลยทำให้เรามานั่งคิดว่า หรือว่าเราจะไม่ขายแฟรนไชส์ดี แต่ว่าเราอาจจะแบบขยายสาขาแล้วเราควบคุมได้ 100% เราก็รับมาพิจารณาค่ะ”
แล้วมีเวลาเหรอเพราะว่าฤดูกาลของคณะก็จะเปิดแล้ว?
“ตอนนี้วางพื้นฐานไว้แล้ว มีทีมงานที่เป๊ะแน่นอน เพราะเราควบคุมตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ควบคุมทั้งปริมาณเพื่อคุณภาพ ตอนนี้ตลาดลูกค้าก็แข็งแรง ติดเราแล้ว ถึงเราจะไปคอนเสิร์ต ร้านเราก็สามารถเปิดได้”
เรียกว่าพยายามจะหาทางรอดในวิกฤตที่เกิดขึ้น มองทิศทางของการทำงานหลายๆ ประเภทแบบนี้ยังไงบ้าง?
“เรามองว่าเงินมันอยู่ในอากาศในทุกๆ ที่ และอยู่ในทุกๆ วิกฤตด้วย บางคนมองว่าเป็นวิกฤต แต่เราจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่างช่วงโควิดเราก็ทำน้ำ 8 เซียน ซึ่งเป็นน้ำสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน มันก็ขายดีจริงๆ เราทำสิ่งที่ตรงกับความต้องการของคนในขณะนั้น มาวันนี้เราทำวาฟเฟิลชีส เราเห็นสตรีตฟู้ดของเกาหลีหรือญี่ปุ่นที่เขาขายดี เราก็เอาแนวคิดนั้นมาแต่ปรับรสชาติให้เป็นของคนไทย กินแล้วไม่เลี่ยน และหวานน้อยแต่อร่อยมาก”
ตอนนี้คืนทุนหรือยัง?
“คืนตั้งนานแล้ว(หัวเราะ) จะหาว่าคุย จริงๆ ได้รับตอบรับที่ดีเกินคาด บางคนลองซื้อกินชิ้นเดียว แอบไปกินในรถแล้ววิ่งกลับมาซื้ออีก ทำให้เรารู้สึกว่าของเราอร่อยจริง ถ้าไม่อร่อยเขาไม่กลับมาซื้อซ้ำ”
อันนี้มีเอาไปเปิดหน้าวิกหมอลำหรือยังครับ?
“ยังค่ะ เพราะเพิ่งเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา แค่เดือนเศษๆ เอง ถามว่ามีแผนไปเปิดหน้าวิกหมอลำไหม หน้าวิกหมอลำอาจจะไม่ได้ไป แต่อาจจะมาตามงานแบบนี้”
หลายคนก็ชื่นชมว่าเราสู้ชีวิตไม่หมิ่นเงินน้อย?
“ไม่เลยๆ บางคนบอกว่าเป็นดารา แต่ดาราก็มนุษย์ กินข้าวเหมือนกัน เรามองว่าเราโชคดีที่มีชื่อเสียงและคนเชื่อมั่นในสิ่งที่เรานำเสนอ เราก็จะรักษาคุณภาพตั้งแต่วันแรกให้ดีเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม เพื่อให้คนเชื่อมั่นว่า “หน้านี้คือหน้าอร่อยค่ะ”
ฝน ธนสุนทร ยันไม่ทิ้ง เสียงอิสาน
อีกเรื่องที่เป็นแฟนๆ อยากรู้ ฤดูกาลหน้าจะได้เห็นพี่ฝนอยู่บนเวทีเสียงอิสานไหม?
“จะได้เห็นหรือเปล่าต้องรอดูนะคะ เพราะตอนนี้ตัดชุดแล้ว จริงๆ ก็เป็นสัญญาใจกับแม่นกน้อย อุไรพร ค่ะ ฝนถือว่าเป็นลูกสาวแม่นกอีกคนหนึ่ง ยังไงฝนก็จะอยู่เคียงข้างเสียงอิสาน อยู่เคียงข้างแม่นกน้อยแบบนี้ตลอดไป เพราะเราคือลูกสาวแม่นก ไม่ใช่แค่ฝน ธนสุนทร ยังไงก็จะเห็นฝนอยู่บนเวทีเสียงอิสานเหมือนเดิมค่ะ”
ทีมข่าวสดบันเทิง 25 ส.ค.69






