แป้ง อรจิรา เล่าหมดเปลือก! ปมร้องไห้กลางไลฟ์ เหตุจากความเครียดสะสม ยอมรับเป็น ‘แม่-ภรรยา’ จนลืมความสุขตัวเอง ขอสามีหนีไปเที่ยวคนเดียว 4 วันเพื่อฮีลใจ

หลังสร้างความตกใจให้แฟนๆ จากคลิปที่ แป้ง อรจิรา ร้องไห้กลางไลฟ์ ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าว หลังมาร่วมงานแถลงข่าวซีรีส์ “วารี ๑๐๐ ศพ” ณ 515 Event Hall ย่านพญาไท โดยยอมรับเป็นช่วงที่รู้สึกหมดไฟ เหนื่อย และเปราะบางกว่าปกติ จนตัดสินใจเข้าพบจิตแพทย์และนักจิตบำบัด ก่อนพบว่ามีภาวะวิตกกังวลจากความเครียดสะสม

งานนี้ สาวแป้ง บอกด้วยว่าช่วงนั้นถึงขั้นขอสามีไปใช้ชีวิตคนเดียวต่างประเทศ 4-5 วัน พร้อมยืนยันแม้หมอให้ยาแต่เลือกไม่กิน เพราะอยากบำบัดตัวเองก่อน วันนี้กลับมาดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง และยอมรับว่าไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา

วันนั้นที่ร้องไห้กลางไลฟ์ เกิดอะไรขึ้น? “จริงๆ แล้วมันน่าจะเป็นภาวะหนึ่งของคุณแม่เนอะ แล้วก็สาววัยกลางคนที่เริ่มแบบเรียกว่าอะไรอ่ะ…จริงๆ ตัวเองก็ไปหาจิตแพทย์หลังจากนั้น รู้สึกว่าเอ๊ะ! ฉันเป็นอะไร ทำไมฉันรู้สึกหมดไฟ รู้สึกเหนื่อย รู้สึกเจออะไรก็เปราะบางไปหมด ไปเจอทั้งจิตแพทย์ทั้งนักจิตบำบัด อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร เลยเหมือนไปขุดว่ามีปัญหาอะไรข้างในจิตใจหรือเปล่า หมอบอกไม่ได้เป็นโรคอะไร แต่ว่าอาจจะมีภาวะวิตกกังวล อาจจะเหนื่อย เพราะตอนนั้นลูกปิดเทอม แล้วเราทำหลายหน้าที่ เป็นทั้งภรรยาด้วย คือเป็นภาวะผู้หญิงวัยกลางคนที่เหนื่อยคนหนึ่งค่ะ”

หลังจากไปหาหมอมา ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง? “ดีขึ้นค่ะ จริงๆ เหมือนเราไม่ค่อยได้เข้ามาสนใจตัวเองว่าลึกๆ เราเป็นคนยังไง แป้งเป็นคนข้างนอกดูสตรอง แต่ลึกๆ เราไม่ได้สตรอง พอไปหาจิตแพทย์เขาก็ทำให้เราเห็นว่าเราไม่ต้องสตรองตลอดก็ได้ เพราะยิ่งเราพยายามสตรอง พอเจออะไรนิดหนึ่งมันจะเบรกดาวน์แล้วล้มไปเลย”

ความรู้สึกนี้เกิดมานานหรือยัง ก่อนจะมาถึงวันที่กลั้นทุกอย่างไม่ไหว? “จริงๆ วันนั้นไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้นะคะ เหมือนไลฟ์พูดคุยปกติแล้วน่าจะมีใครมาถามจี้อะไรสักอย่าง พอถามโดนใจแล้วก็พรั่งพรูออกมาจนมันหยุดไม่ได้ หลังจากนั้นจากที่เคยปิดว่าแข็งแรง มันก็เหมือนพร้อมจะร้องไห้ตลอดเวลา ช่วง 2 อาทิตย์นั้นคือพยายามเข้มแข็งแค่ไหน พอได้แตกสลายไปครั้งหนึ่งแล้วมันก็พร้อมจะร้องไห้ตลอด ออกกำลังกายเสร็จปกติจะเฟรช แต่ช่วงนั้นออกเสร็จแค่เจอลมพัดนิดหนึ่งก็อ่อนไหว เลยตัดสินใจไปหาจิตแพทย์เพราะรู้สึกว่าเริ่มไม่ปกติแล้ว”

หมอวิเคราะห์ว่ายังไงบ้าง? “หมอบอกว่ามีภาวะ anxiety หรือวิตกกังวล แต่ไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรค อาจจะเจอภาวะเครียดหลายอย่างสะสม แล้วเราเป็นคนไม่ค่อยปล่อยวาง พอไปเจอนักจิตบำบัดก็ทำให้รู้ว่าเราแอบมีความเป็น Perfectionist หน่อย อยากจะคอนโทรลทุกอย่างให้ได้ พอทำไม่ได้มันก็เลยแย่ ตอนนี้ดีขึ้นเพราะเข้าใจตัวเองมากขึ้นค่ะ”

สามีตกใจไหมที่เห็นเราเป็นแบบนี้? “ตกใจค่ะ ช่วงนั้นคือสามีพูดอะไรคืออย่ามายุ่งกับฉัน อย่าโดนตัว อย่าพูดอะไรที่สวนทาง แค่นิดเดียวคือรับไม่ได้เลย (แล้วเขาฮีลใจเรายังไง?) เขาก็ให้สเปซ ปกติเขาจะชอบบอกให้ทำนู่นทำนี่ แต่ตอนนั้นเขาปล่อยเลย แล้วแป้งก็ขอไปเมืองนอกคนเดียวประมาณ 4-5 วัน ไปใช้ชีวิตแบบไม่มีลูกไม่มีสามี ซึ่งมันดีขึ้นมาก พอกลับมาก็รู้สึกดีขึ้น เหมือนเราได้ไปเป็นตัวเอง เพราะบางทีพอเป็นแม่เป็นภรรยา เราลืมความสุขของตัวเองไป พยายามจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดจนตัวเองโหลด”

ต้องกินยาช่วยด้วยไหม? “จริงๆ หมอก็ให้ยามานะคะ เพื่อให้เราชิลขึ้น เพราะตอนนั้นเราเปราะบางพร้อมจะทะเลาะตลอดเวลา แต่แป้งไม่ได้ทานค่ะ รู้สึกว่าอยากหายด้วยตัวเอง ไปหาจิตแพทย์มา 2 คน ให้กินยาทั้งคู่แต่แป้งไม่กินเลย”

แล้วใช้วิธีไหนบำบัดตัวเอง? “ไปกดจุดบำบัดด้วยค่ะ เอาทุกศาสตร์จริงๆ ซึ่งกลับมาแล้วหลับดีขึ้น ตื่นมาแล้วรู้สึกดีโดยไม่ต้องพึ่งยา ตอนนั้นจะแข่ง Hyrox ด้วยก็กลัวว่ากินยาแล้วจะไม่มีแรงออกกำลังกาย พอไปพบหมอครั้งที่สอง หมอก็บอกว่าถ้าไม่ไหวค่อยกินนะ เพราะเรายังไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า แค่มีภาวะเครียดชั่ววูบ”

เรื่องนี้ต้องคุยกันทั้งครอบครัวเลยไหม? “ดีพทอล์กค่ะ ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ไปดีพทอล์กกันทั้งคู่ จริงๆ อยากแนะนำทุกคนถ้ามีปัญหาในบ้านแล้วคุยกันเองไม่รู้เรื่อง ควรหาคนกลางหรือคนที่มาช่วยเรารับฟัง ซึ่งช่วยได้เยอะมาก”

สามีเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นไหม? “ประเด็นที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เพราะตอนแรกเขาไม่เข้าใจเรา แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเราเลย พอได้เจอจิตแพทย์เขาก็ช่วยขุดคุ้ยและอธิบายให้สามีฟังว่ามันเป็นอย่างนี้นะ ตอนนี้ก็ยังนัดหาเรื่อยๆ และต้องบำบัดตัวเองด้วย”

แล้วลูกล่ะ? “ลูกยังเด็กค่ะ เหตุผลที่ไปหาจิตแพทย์ตอนแรกเพราะไม่อยากให้อารมณ์เรามีผลต่อลูก แต่คิดอีกทีกลัวว่าถ้ากินยาแล้วมันอาจจะยาวเลยพยายามบำบัดด้วยตัวเองก่อน ไม่แน่ว่าวันไหนเครียดขึ้นมาอีกก็อาจจะต้องพึ่งยา แต่ก็อยากให้เป็นทางออกสุดท้าย ตอนนี้แป้งเปลี่ยนไปเยอะ พยายามปล่อยวาง ไม่ยึดติดว่าต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น ลองเป็นน้ำบ้าง”

จะกลับไปเป็นแป้งสมัยก่อนไหม? “ไม่ได้ค่ะ เพราะแป้งสมัยก่อนไม่มีลูก ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ตอนนี้เรารักลูกมากกว่าตัวเอง แป้งเมื่อก่อนอะไรก็ได้ แต่มีลูกแล้วมันไม่ได้ เรารักเขามากกว่าเรารักตัวเอง อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา (หลายคนไม่คิดว่าแป้งจะเป็นแม่เบอร์ 100?) เราก็งงตัวเองเหมือนกัน บางทีก็รู้สึกว่ารักลูกเกินไป อยากรักให้น้อยลงหน่อยแต่ทำไม่ได้”

พอเห็นคลิปที่ตัวเองร้องไห้แล้วรู้สึกยังไง? “ตกใจตัวเองค่ะ เห็นแล้วแบบทำไมหน้าบวมขนาดนั้น ตอนนั้นมันไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่ทันคิดว่าจะมีคนเอาไปลง เพราะคิดว่าคุยกันปกติในไลฟ์กับคนที่ดูประจำ ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไร แต่พอมันพรั่งพรูออกมาแล้วก็ไม่ทันแล้วค่ะ”

ตอนนี้แบตเตอรี่ตัวเองกี่เปอร์เซ็นต์? “ประมาณ 80-85% ค่ะ”

สุดท้ายอยากให้แนะนำคนที่เจอภาวะแบบนี้? “ถ้าเจอภาวะอย่างแป้งอย่ามัวแต่ตกใจค่ะ หลายๆ คนอาจจะคิดว่าการไปหาจิตแพทย์จะต้องเป็นโรคจิต แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ คือเราต้องหมั่นสังเกตตัวเองว่าปกติไหม ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็ไปเถอะค่ะ ในโลกที่เครียดทุกวันนี้มันเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีจริงๆ ค่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน