แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ยังขับรถเอง ทำงานต่อเนื่อง เชื่อความแก่คือของขวัญ สอนมุมมองชีวิต อยู่อย่างไรไม่ให้ความเหงามาครอบงำ

ในวัย 75 สำหรับหลายคนอาจหมายถึงการพัก แต่สำหรับ แม่โย ทัศน์วรรณ ยังเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลัง ทั้งทำงาน ขับรถ และดูแลตัวเอง เปิดใจในรายการ How are you feeling? มองความแก่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่คือสิทธิพิเศษของคนที่ได้ใช้ชีวิตมายาวนาน จากชีวิตที่สร้างทุกอย่างด้วยตัวเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และเส้นทางในวงการบันเทิงหลายสิบปี ยึดหลักไม่ปล่อยให้ความทุกข์มีอำนาจเหนือชีวิต สังขารแก่ได้แต่ใจไม่จำเป็นต้องแก่ตาม ใช้ทุกวันให้มีคุณค่าที่สุด

แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ยังแกร่ง! เผยสูตร “แก่ได้แต่ใจอย่าแก่”

เจาะลึกมุมมองการตื่นมาในวัย 75 ปีแล้วยังมีพลังใช้ชีวิต?
แม่โย : ถ้าตอนยุคสาวๆ เรียกว่า อึด ถึก ซึ่งเหมาะกับอาชีพที่แม่ทำเป็นนักแสดงต้องอดทน ต้องแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา แม่อยู่ในวงการจะมีชื่อเสียงว่า ขี้เหนียว ไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีใครได้เงินของเขาง่ายๆ แต่แม่มีเหตุผลที่ต้องขี้เหนียว เราไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ไม่ได้เกิดมามีมรดกที่รองรับอยู่ ทุกอย่างหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของหยาดเหงื่อแรงงานและน้ำตา หามาด้วยทุกอย่าง ทุกบาทมีค่าหมด หามาได้ต้องเก็บใช้ให้คุ้มที่สุด แต่สิ่งเดียวที่แม่ไม่ขี้เหนียวคือ อาหารการกิน เพราะถือว่าใช้ร่างกายในการทำงาน ทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินทองมาเลี้ยงดูครอบครัวด้วยความเหนื่อยยาก ถ้าเผื่อร่างกายเราไม่ดูแลก็จะทรุดเร็ว เขาก็จะอยู่กับเราแบบไม่มีคุณภาพซึ่งยอมไม่ได้และที่สำคัญก็คือความคิด แม่จะไม่แบบว่าแย่แล้วทำไมต้องเป็นฉัน

โดนเรียกว่า “ลูกเป็ดขี้เหร่” สู่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวรุ่นแรก รับมือความเครียดยังไง?
แม่โย : แม่ไม่เครียด เพราะคนเราต้องเจอทุกรูปแบบเป็นประสบการณ์ชีวิตแม่ถือว่า ความเครียดเป็นยาพิษสำหรับร่างกาย แม่รักร่างกาย ความเครียดเป็นยาพิษ ความเครียดนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ แล้วจะต้องสูญเสียอีกเยอะ ถ้าไปให้ความสำคัญกับความเครียดนั้น เราต้องบอก “ทำอะไรฉันไม่ได้”

แม่โยมี Space ของตัวเอง ทำงานศิลปะ วาดรูป ถักผ้าห่ม
แม่โย : ทั้งอ่านหนังสือการฝีมือหรือการประดิษฐ์เป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาอะไรก็ได้ไม่ต้องเป็นภาษาไทย ดูรูปดู Pattern ทำได้แล้วมีสมาธิแล้วมีความสุขมากค่ะ

ทำงานอยู่คนเดียวไม่กลัวเสียโอกาสในวงการ?
แม่โย : ไม่กลัว โอกาสไหนเสียไป เดี๋ยวมีโอกาสใหม่มา เป็นคนปล่อยวางแทบจะทุกเรื่อง ไม่เคยเข้าวัดไปฟังธรรม ฟังเทศน์ แต่แม่คิดว่าสิ่งไหนที่คิดแล้วทำให้จิตใจขุ่นมัว หมองมัว แม่ไม่อยากเป็นคนจิตใจมัวหมอง อยากเป็นคนคิดแล้วสบาย เบาๆ ยิ้มให้กันดีกว่าจะมาแค่หางตาตวัดนิดหนึ่งก็บรรยากาศไม่ดีแล้ว ยิ้มกัน จริงใจต่อกัน ช่วยเหลือกันเท่าที่ช่วยเหลือได้ แม่อาจจะเป็นคนที่เรียกว่า จิ้งจกที่เปลี่ยนสีได้ ไหลไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ไหลหลงระเริงอยู่ในกรอบของความถูกต้อง แต่เป็นคนคิด ไม่ค่อยถือสา แล้วก็ไม่ชอบอะไรที่หนักๆ ที่ทำให้เครียด แล้วถ้าปัญหาอะไรที่คิดสะระตะ หมดหนทางแก้ไขทิ้งไป เสียเวลามานั่งอยู่ เสียเวลาทำมาหากิน เอาเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่าให้มีผลงอกเงยมาค่ะ

กลัวแก่ไหมและรับมือกับความเสื่อมของร่างกายอย่างไรเมื่อหนีธรรมชาติไม่พ้น?
แม่โย : ไม่กลัว เกิด แก่ เจ็บ ตาย หนีไม่พ้น ถ้าไปกลัวหนีพ้นไหม ก็หนีไม่พ้น มีทางเดียวคือ ในเมื่อหนีไม่พ้นก็ต้องทำให้มีคุณค่าที่สุด ตรงไหนทำให้ตัวเราดูดี ทำให้แข็งแรง แต่ธรรมชาติเป็นอย่างนั้น ไปฝืนธรรมชาติไม่ได้ ฝืนได้ก็คือ ทำศัลยกรรม แค่ดูดีขึ้น ชุ่มชื่นหัวใจ สวยขึ้น แต่รู้แก่ใจว่าไปทำศัลยกรรมมาเพื่อให้สวย เวลาคนเรามีความสุขออกมาทางผิวพรรณ หน้าตา ดูสวย เพราะว่าใจสุขมาจากข้างใน แต่ข้างนอกทำให้สวยยังไงแต่ข้างในคิดลบตลอดเวลาหรือว่าตำหนิคน ตำหนิทุกอย่างในโลกนี้ไปหมด ออกมาไม่สวยรวมถึงผิวพรรณออกมาไม่เหมือนกันค่ะ

มายาคติเรื่องคนแก่กับการเป็นผู้ทรงอิทธิพลรุ่นใหญ่ที่ร่วมสมัย?
แม่โย : ด้วยพื้นฐานอาจจะเป็นคนรักเด็ก มีความสุขกับการอยู่กับเด็ก เวลาคุยกับเด็กไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็คุยกับเขาได้แล้วก็ไปกับเขาได้ ไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่พอเดินเข้าไปแล้วเด็กจะต้องเงียบ ไม่ใช่ บางทีอาโยตลกกว่าเขาอีก เด็กๆ ก็จะชอบมาถามมาคุย ไม่ใช่ว่าอาโยจะไม่เคยคิดว่า “อุ๊ย เราแก่แล้ว อย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องนั่งอยู่เฉยๆ ให้ลูกหลานทำให้” ไม่ใช่ โยเป็นคนที่ตลอดชีวิต ทำอะไรเองด้วยตัวเองทุกอย่าง ทุกวันนี้ยังขับรถเองอยู่

ภาพคนแก่เหงาๆ ที่บ้าน ไม่จริงอีกต่อไป?
แม่โย : ไม่จริงค่ะ คือคนเราที่ชอบบ่นว่าเหงา เหงาทำไม เวลาที่มีให้ทำอะไรตั้งเยอะตั้งแยะ อย่างที่บอกว่าแม่เย็บปักถักร้อย, นั่งวาดรูป, ถักผ้าปูที่นอน, มีอะไรทำ ดูโทรทัศน์ไปก็ถักไปก็เป็นชิ้นงานขึ้นมา เป็นของใช้ที่ได้ใช้ ถ้าเผื่อเอาแต่นั่งซึมอยู่เฉยๆ ดูโทรทัศน์ รอลูกกลับบ้าน รอหลานกลับบ้าน นั่นคือสภาพคนแก่ที่ไม่ควรเป็น

ไม่ยอมเกษียณทำไมถึงยังมีงานต่อเนื่องและไม่เคยกลัวไม่มีงาน?
แม่โย : รับจนกว่าจะไม่ไหวหรือจนกว่าสังขารจะไม่เอื้ออำนวยแล้วและไม่เคยกลัวการไม่มีงาน เพราะมีงานมาตลอดไม่ใช่ว่าเก่ง เราก็ต้องทำตัวให้คนอยากร่วมงานด้วย งานเราต้องรับผิดชอบในงานที่ได้รับมา ที่เขามาจ้าง ทุกตัวละครที่ต้องไปเป็นจะต้องรับผิดชอบตัวละครตัวนั้น เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุดให้งานละครของเขาที่มาจ้างเราเป็นผลงานที่ดีออกไป ยังไม่เคยไปกองถ่ายสาย ไม่เคยสร้างปัญหาให้กองถ่ายด้วย วินัยในการทำงานของโยเป๊ะ เพราะว่าทุกคนต้องไม่มาเกิดปัญหาเพราะอาโยแล้วงานก็จะเดินไปด้วยดี คนก็อยากร่วมงาน ไม่ใช่ใครบอกว่า “อุ๊ย อย่าไปเอาคนนี้มาเล่น เรื่องมาก ปัญหาเยอะ ช้าก็ช้า มาก็สาย” ไม่แน่นอนค่ะ

แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ยังแกร่ง! เผยสูตร “แก่ได้แต่ใจอย่าแก่”

วิธีเติมไฟให้ตัวเองและการมองความทุกข์ให้เป็นเพียงก้อนทราย?
แม่โย : ไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า “แก่” คำที่ว่า แย่ ไม่ดี หยาบคายบางทีแม่โยอาจจะพูดตลกไปว่า “อย่าพูดคำหยาบสิ” บรรยากาศก็เปลี่ยนไป ถ้าเผื่อเขาเรียกแก่ “อุ๊ย! ว่านี่แก่ จะบ้าเหรอ?” ก็อีกบรรยากาศหนึ่ง มุมมองด้วย ถ้ามองเสมือนความทุกข์ก้อนหนึ่ง เราเห็นเป็นก้อนทรายหรือเป็นก้อนหิน ถ้าเห็นเป็นก้อนทรายก็นิดเดียวเดี๋ยวก็ผ่านไป แต่ถ้าเห็นเป็นก้อนหินใหญ่จะต้องดันอีกนานมากจนกว่าจะไป

มองเรื่องความแก่อย่างไร ในวันที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องน่ากังวล แต่สำหรับเราคือ Privilege?
แม่โย : อยู่ถึง 70 ได้มีโอกาสพิเศษแล้ว ฟ้าประทานมา ไม่ใช่ง่ายนะถึง 70 ปี ประสบการณ์ฉันเยอะมาก คุณมีความรู้มากเท่าฉันไหมล่ะ ฉันมีโอกาสเกิดก่อนแล้วก็อยู่มาได้เห็นอะไรเยอะแยะไปหมด สัจธรรมโลกก็คือ “ความเปลี่ยนแปลง” ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่แน่นอน ฉะนั้นจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของโลกเรา ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก ยิ่งปัจจุบันเร็วมากจนแทบจะตามไม่ทัน แต่ถ้ามัวแต่ตื่นตระหนกก็ยิ่งตามไม่ทัน ต้องตามด้วยความสุขและต้องศึกษาให้เข้าใจ

คนแก่มีความฝันไหม และการวางรากฐานการเงินเพื่ออิสรภาพในชีวิต?
แม่โ : ความฝันของคนแก่ไม่เหมือนเด็กหนุ่ม-สาว เด็กหนุ่ม-สาวฝันถึงอนาคต ฝันถึงว่าต่อไปครอบครัวจะเป็นยังไง ฝันถึงคู่ครอง ฝันถึงบ้านเรือนที่ตัวเองจะต้องอยู่ ต้องมี แต่คนแก่มีครบแล้ว ถึงตอนนี้ไม่มีเขาก็เคยมี รู้รสชาติ รู้สัมผัสทุกอย่างอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะทำตัวให้ในปัจจุบันมีชีวิตยังไงอยู่ที่การดำเนินชีวิตของคุณตั้งแต่แรก ถ้าคุณเป็นคนฟุ่มเฟือยทำอะไรไม่ยั้งคิด ทำอะไรไม่รอบคอบก็ไม่มีวันที่จะรวยได้ ไม่มีวันที่จะมีครอบครัวที่มั่นคงได้เท่าคนที่รอบคอบและวางรากฐานชีวิตดี

วางรากฐานชีวิตแล้ววางแผนการเงินให้กับตัวเอง ณ วันนี้ ใช้ชีวิตได้สบายๆ?
แม่โย : สบายค่ะ ตั้งแต่โตมาแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ครอบครัวแม่เช่าบ้านตลอด เช่า-ย้ายบ้านบ่อยมากถึงแม้จะเป็นเด็ก ทำไมแม่คิดเรื่องเงินก็ไม่รู้ “ไม่มีบ้านตัวเองสักที ไม่ได้ชีวิตนี้ฉันต้องมีบ้านตัวเองให้ได้ ถ้าทำได้ฉันต้องเอาบ้าน มีที่ซุกหัวนอนก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันใหม่” พอเข้าวงการมาก็ยังอยู่บ้านเช่า คิดว่าไม่ได้ เงินที่จ้างก้อนแรกต้องไปดาวน์บ้านก่อน 10,000 บาทเมื่อ 50-60 กว่าปี สมัยนั้นเยอะมากๆ ไปอยู่กองถ่ายเป็นเด็กก็กินข้าวกองถ่าย ขนม ข้าวต้ม ดาราพี่ๆ ก็ซื้อมา “หนูกินด้วย” ไม่ใช้เงิน พอดาวน์บ้านเสร็จก็ผ่อนบ้านปีเดียวหมด ได้เงินมา 100 บาทก็เก็บทั้ง 100 บาท ปีเดียวผ่อนบ้านหมด มีบ้านแล้ว รถค่อยตามมา ค่อยมาผ่อนทีหลัง สิ่งที่จำเป็น ช่วงแรกก็ยังขอติดรถไปกับคนนู้นคนนี้

แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ยังแกร่ง! เผยสูตร “แก่ได้แต่ใจอย่าแก่”

ตลอดชีวิตไม่เคยแตะหุ้นหรือลงทุน เปิดสูตรการเก็บเงินฉบับคุณแม่ บริหารเงินอย่างไรให้มั่นคงถึงวันนี้?
แม่โย : เล่นไม่เป็น คือไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีเงินก็ไม่ใช้ ไม่ใช้สินค้า Brand name ภูมิใจในการซื้อของถูกมาหิ้วแล้วคนบอกว่า “สวยจังเลย” บอก “ถูกมากเลยนะ” ไม่รู้สึกว่าด้อยกว่าคนอื่น แม่ไม่ยึดอันนั้น สินค้าแบรนด์เนมแม่รู้สึกว่าแพงเกินเหตุผล แพงเกินไปสำหรับแม่ ซื้อกระเป๋าใบละเป็นแสนเอามาทำอะไร มั่นคงมากถึงจะตายไปก็ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องห่วง ทำไปหมดแล้ว ถ้าเผื่อเป็นอะไรไปมีลูกคนเดียวก็สบาย

ลูกไม่รู้สึกว่าต้องเป็นภาระ เขาก็ไปตามฝันเขาได้เลย?
แม่โย : ไปได้เลย แต่เขาก็เป็นลูกที่น่ารักนะคะ เวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษาดูแล แต่เขาก็รู้ว่าเวลาใครมาสัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับว่าเป็นลูกดูแลแม่ไหม เขาก็ดูแลตามนั้น แต่แม่ไม่เคยไปขอเงิน เพราะเขามีรายได้ของเขาอยู่

จัดการความทุกข์อย่างไรในวันที่ผิดหวังใช้หลักสติและการเปลี่ยนอิริยาบถ?
แม่โย : อย่างที่แม่บอกว่า ไม่ให้มีอำนาจเหนือเรา ความเครียดรู้อยู่ว่าทำให้เป็นพิษกับร่างกาย ถ้าความทุกข์ที่เจอ จัดการไม่ได้ เคลียร์ไม่ได้ มัวแต่ไปจมอยู่กับความทุกข์ไม่ดีแล้ว ต้องรีบใช้สติตั้งรับ คิดให้ดีว่าเหตุการณ์ที่ทุกข์อยู่เกิดจากอะไร วิเคราะห์หาเหตุผลและจะแก้ไขยังไง ซึ่งถ้าแก้ไขไม่ได้ แม่จะทิ้งไปแล้วไปหาทางอื่นทำ ไม่ให้ความสำคัญ อย่าไปมัวเข้าข้างตัวเอง ต้องคิดเผื่อความผิดหวังไว้บ้าง แค่คิดปลอบใจตัวเองว่า คนเราก็เป็นอย่างนี้ มีสุข มีทุกข์ ถ้าคิดแค่คำว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” จะทุกข์หนักขึ้นไปอีก คิดวิเคราะห์หาทางออกดีกว่าที่จะมานั่งถามว่า ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมฉันต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ทำไมทำกับฉันอย่างนี้” ก็จะไม่จบสิ้น

วันที่แม่ร้องไห้ หยุดร้องไห้ได้ยังไง?
แม่โย : แม่ร้องๆ อยู่ แล้วมองดูเวลาว่า ถึงเวลานอนแล้ว ไม่ได้ต้องนอน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ไม่ใช่เวลามาร้องไห้ การไม่ฟังความรู้สึกแย่ๆ บ้างทำให้ไม่จม เปลี่ยนอิริยาบถคือการให้กายนำใจ เพราะว่าใจยากที่จะบังคับ Out ร่างกายแล้วเลื่อนเวลาไป พอมีแรงค่อยมาดูว่าใจรู้สึกอะไร

การรับมือกับเรื่องไม่เป็นธรรม การโดนนินทา และความผิดหวังในความรัก?
แม่โย : เจอบ่อยค่ะ อย่างโดนนินทา ถ้ามีคนมาเล่าก็จะฟังแล้วก็อาจจะมีความรู้สึกเสียใจนิดๆ แต่ไม่ไปให้ความสำคัญมาก เพราะว่าไม่ได้ยินกับหูตัวเอง ฟังเขามาเล่า จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ อะไรที่เก็บไว้เป็นขยะแม่ไม่เอา กวาดออกไปหมด เก็บไว้ไม่มีประโยชน์ก็เป็นพิษกับร่างกาย ในวันที่ผิดหวังกับความรักก็คิดว่าเราไม่ดีเอง ไม่ดูตาม้าตาเรือ ถามว่ายังรักมากอยู่ ไม่มีเขาได้ไหม เลิกได้ไหมได้ ต้องปล่อย แล้วก็คิดว่าถ้ายังมีเขาอยู่ความทุกข์กี่เปอร์เซ็นต์ ความสุขกี่เปอร์เซ็นต์ สมมติว่าความทุกข์มากกว่าขาดทุนแล้ว ในขณะที่นั่งร้องไห้ฟูมฟาย เขาทำอะไรอยู่ล่ะก็อาจจะมีความสุขอยู่ก็ได้ ขาดทุนอีกแล้วค่ะ

วันที่รู้ว่ามีลูก การรับมือกับกระแสสังคมและพลังซัพพอร์ตจากแก๊งเพื่อนสนิท?
แม่โย : ตอนนั้นไม่รู้ตัวว่าท้อง พอรู้ก็รู้สึกดีใจมากที่จะมีลูก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาแน่นอน แต่ตอนนั้นกลัวไม่ได้ ตั้งรับ พร้อมรับทุกอย่างอยู่ที่เรา อะไรจะแรงขึ้นหรือเบาลงอยู่ที่เรา วันนั้นพอข่าวออกไป ณ ตอนนั้นไม่ได้มาร้องไห้ ก็เฉย ทำงานถ่ายหนังไปเรื่อยๆ ตอนนั้นกระแสที่เข้ามาชนคือเป็นนางเอกท้องก่อนแต่ง ผู้ชายเขามีคนอื่นอยู่แล้ว ซึ่งรู้ว่าจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ก็พร้อมที่จะรับมือ ถ้าเป็นปัญหาสำหรับคุณไม่ต้องก็ได้ ฉันดูแลลูกของฉันได้ มีความสุขไม่มีความกลัว และแก๊งเพื่อนสำคัญให้กำลังใจบ้าง ด่าบ้าง แล้วแต่บุคลิกของแต่ละคน เช่น คุณอรสาก็จะว่า “เธอนี่นะ” ส่วน คุณดวงใจ จะปลอบเขาจะละมุน คุณมยุรฉัตรเขาเป็นพี่สาวคนโตก็ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ คุณจิ๋มก็เป็นคนพาไปฝากท้องกับคุณหมอและช่วยพาหลบนักข่าวด้วยค่ะ

เป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวันและมิตรภาพที่ยาวนาน?
แม่โย : บางทีก็คิดว่าพรุ่งนี้จะไปกินอะไรอร่อยๆ ที่ไหนดี แล้วก็ชวนเพื่อน ชวนลูกไปกิน การได้กินของที่อยากกิน ได้ซื้อของที่อยากซื้อ ได้ไปไหนโดยไม่เดือดร้อนใคร ซึ่งทำได้หมดแล้ว เป็นหนึ่งในความสุขของเราที่มีเพื่อนรู้ใจช่วยเหลือจุนเจือ มีน้ำใจให้กันตลอดและยังล้อเล่นกันเหมือนเดิม เรารู้ว่าบุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำพูดนี้พูดกับคนนี้ได้ พูดกับคนนี้ไม่ได้

ในวัยนี้เวลาเจอกันพูดคุยเรื่องอะไร?
แม่โย : อยู่ที่ขณะนั้นสุขภาพเป็นยังไง ถ้าโรคเยอะก็คุยเรื่องหมอ แต่ถ้าสุขภาพดี มีความสุขสบายดีก็ชวนกันไปกินของอร่อยหรือนัดเจอกันเป็นกลุ่ม แต่พออายุเยอะมากๆ การเจอก็ห่างออกไปอยากอยู่บ้าน อยากดูซีรีส์ หรือทำงานประดิษฐ์เล็กๆ น้อยๆ อยู่กับบ้านที่หามาได้ด้วยตัวเอง มีความสุขอยู่ในบ้าน ดูแลบ้านค่ะ

แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ยังแกร่ง! เผยสูตร “แก่ได้แต่ใจอย่าแก่”

สุขภาพใจนำสุขภาพกาย ความผูกพันทางสังคมเล็กๆ คือกุญแจสำคัญของการมีอายุยืน?
แม่โย : ข้างในยังเป็นคนเดิม เพราะยังแข็งแรง สุขภาพดี รักษาความรู้สึกข้างในไว้ว่าฉันยังแข็งแรง พยายามทำจิตใจให้ผ่องใส เบิกบาน และเบาสบายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สังขารไม่ห่างไกลออกไป ถ้าใจเรามีความสุข ความสุขเป็นยาวิเศษทำให้ร่างกายข้างในมีพลัง ความสุขทำให้ระบบทุกอย่างในร่างกายสบายและกระฉับกระเฉงเหมือนเครื่องจักรที่มีพลังค่ะ

“อย่าใจร้ายกับตัวเอง” ถึงคนทุกวัยที่กลัวความแก่?
แม่โย : อยากจะบอกทุกคนว่า “อย่าใจร้ายกับตัวเองมากนักเลย” ความแก่มาพร้อมกับเราตั้งแต่ลืมตาดูโลก จะไปวิ่งหนีหรือรังเกียจเขาทำไม ในเมื่อตอนนี้แก่แล้วก็ยอมรับว่าสังขารเราแก่ แต่จิตใจไม่ได้แก่ตาม สามารถทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ สามารถช่วยเหลือคนได้ เป็นผู้ให้ได้อีกมากมาย เราไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่าแก่และไม่ใช่แก่กะโหลกกะลา แต่แก่อย่างมีคุณค่า การเป็นผู้ให้โดยไม่เดือดร้อนและไม่คาดหวังจะทำให้คุณมีความสุขมาก เราเกิดมาในยุคที่ไม่มีระบบออนไลน์ พอต้องมาเรียนรู้ใหม่ยากกว่าเด็ก ๆ ที่เกิดมาในยุคที่มีพร้อมทุกอย่าง เดี๋ยวนี้ก็ต้องยอมรับว่าต้องถามลูกหลานค่ะ

เมื่อความต่างของวัยกลายเป็นกำแพง ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงรู้สึกคุยกับผู้ใหญ่ไม่รู้เรื่อง และจะเชื่อมช่องว่างนี้อย่างไร?
แม่โย : อยากจะบอกเด็กๆ ว่า ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ บางครั้งเรื่องที่สงสัยหรือคิดไม่ออก แค่เดินเข้าไปถามผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ หนูอาจจะได้คำตอบทันทีจากประสบการณ์ชีวิตของท่าน คำตอบนั้นอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไร แต่สามารถนำไปคิดและ Adapt ให้เข้ากับยุคใหม่ได้ค่ะ

สามารถติดตาม How Are You Feeling? ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น.

คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=oOMEc34o_o4

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน