โตโต้ ธนเดช อัพเดตอาการคุณแม่ พากลับไปพักฟื้นที่บ้านเกิด หวังกระตุ้นให้เขารับรู้ได้ไวขึ้น รับช่วงแรกเครียดหนัก แบกรับค่าใช้จ่ายหลักแสนต่อเดือน

ส่งกำลังใจให้อย่างต่อเนื่อง สำหรับพระเอกลิเกเงินล้าน “โตโต้ ธนเดช” หลังต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่คุณแม่ป่วยด้วยโรควัณโรคขึ้นสมองมานานเกือบ 2 ปี ทำให้หนุ่มโตโต้ยังคงต้องเฝ้าดูแลและลุ้นอาการของคุณแม่อย่างใกล้ชิด ล่าสุดวันที่ 3 ก.ย. เจ้าตัวได้มาร่วมซ้อมคอนเสิร์ต “๘๗ ปี สุนทรีย์สุนทราภรณ์” ที่โรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรี ซอยสุจริต 2 พร้อมอัพเดตอาการคุณแม่

โดยโตโต้เผยล่าสุดอาการคุณแม่ค่อนข้างคงที่แล้ว จึงพากลับไปพักฟื้นที่บ้านเกิด จ.ราชบุรี เริ่มมีการรับรู้มากขึ้น ยอมรับช่วงแรกสภาพจิตใจแย่มาก เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายหนักมาก เพราะต้องรับผิดชอบค่ารักษาเองเดือนละหลักแสน จนเครียด และแทบไม่อยากพบใคร แต่ตอนนี้เริ่มเบาใจขึ้น พร้อมทำทุกทางเพื่อให้คุณแม่ไม่มีโรคแทรกซ้อนและอาการไม่ทรุดลง

อัพเดตอาการคุณแม่? “ถือว่าโอเค แล้วพาแม่ไปรักษาตัวที่ราชบุรีแล้วครับ กลับไปพักฟื้นที่นู่น เพราะว่าแม่ให้ยาฆ่าเชื้อครบโดสแล้ว เลยพากลับไปรักษาที่ราชบุรี เพราะคุณหมอแนะนำมาก่อนแล้วว่าถ้าทุกอย่างคงที่อยากให้แม่ไปพักฟื้นที่ที่เค้าคุ้นเคย เพื่อจะได้มีสิ่งแวดล้อมที่มากระตุ้นให้เขารับรู้ได้ไวขึ้น เพราะถ้าอยู่บ้านโต้ที่กรุงเทพมันไม่มีใคร มีผู้ช่วยพยาบาลดูแลแค่นั้น แต่ที่บ้านมีหลานๆ ญาติๆ ก็เลยไปพักฟื้นที่นู่นแล้วก็ทำห้องเป็นสัดเป็นส่วนให้เขา เป็นห้องปลอดเชื้อ ก็มีแค่มาตามนัดเฉยๆ”

สภาพจิตใจตอนนี้? “เอาจริงๆ ตั้งแต่กลับไปฟักฟื้นที่บ้านดูเค้าจะรับรู้ได้ดีขึ้น ในบางครั้งเวลาพูดอะไรกับเขาก็จะมีกระพริบตาตอบรับได้บ้างเป็นบางครั้ง ก็อาจจะมีเรื่องที่ต้องระมัดระวังคือเรื่องการติดเชื้อ เพราะเป็นผู้ป่วยติดเตียงเค้าก็จะติดเชื้อง่ายกว่าปกติแบบเรา ก็ต้องคอยระวังอยู่ตลอด

ไปหาแม่บ่อยไหม? “ไม่ค่อยจะบ่อยมากนักเพราะว่าเราก็ยังมีงานหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ แต่พอมีเวลาว่างหรือวันพิเศษก็พยายามจะกลับไปหาคุณแม่”

เราไปทำงานข้างนอกแล้วคุณแม่อยู่ในห้องปลอดเชื้อรู้สึกยังไงเพราะก็ไม่ได้เข้าไปหาคุณแม่เลย? “เอาจริงๆ ถ้าย้อนกลับไปช่วงแรกๆ ถือว่าหนักเหมือนกัน กว่าจะผ่านมาได้ มันแอบตั้งหลักได้ยาก ก็พยายามที่จะเข้มแข็งให้ได้ แต่ถึงเวลาเกิดขึ้นจริงก็ทำใจยากเหมือนกัน ทั้งเรื่องการเป็นห่วงอาการคุณแม่ ทั้งค่าใช้จ่ายที่เราต้องคำนึงตลอดเวลา ก็เครียดมากครับช่วงแรก ณ ตอนนี้ถือว่าเราเบาลงเยอะแล้ว เพราะอาการแม่ค่อนข้างจะคงที่ ไม่ได้มีอะไรน่ากังวลมากนัก อาจจะบางครั้งที่มีไข้บ้างติดเชื้อบ้าง”

แสดงว่าค่าใช้จ่ายตอนนี้?ค่าใช้จ่ายเยอะมากครับตั้งแต่แรก ถ้าต่อเดือนหลักแสนอยู่แล้ว แต่ด้วยที่เคยบอกไปแล้วว่าคุณแม่ไม่มีประกันสุขภาพเลย ไม่รู้มาก่อนว่าคุณแม่ไม่มี ทำให้เราต้องจ่ายเองทั้งหมด ก็ค่อนข้างจะหนักอยู่เหมือนกันครับ”

ณ ตอนนี้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายยังไง? “ถ้าเรื่องของพาร์ตคณะลิเกพี่ชายจะเป็นคนดูแลรับผิดชอบเต็มที่เลย ก็ค่อยจัดการทุกอย่าง ทั้งนักแสดงในคณะ รวมถึงเวลารับงาน พี่ชายก็จะเป็นคนช่วยจัดการหมดเลย ในส่วนของเราก็จะเป็นเรื่องของการทำงาน แล้วก็ค่าใช้จ่ายต่างๆ”

หนักไหมสำหรับเราในวัยนี้? “เอาจริงก็ถือว่าหนักมากเหมือนกัน ถ้าต้องมานั่งคิดเป็นเรื่องๆ ก็ค่อนข้างจะเยอะที่เราต้องแบกรับ ทั้งเรื่องของค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องของคุณแม่ด้วย กลายเป็นเราเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องแบกรับทั้งหมด ก็ค่อนข้างที่จะหนักเหมือนกัน แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เราก็เลือกไม่ได้เนอะ สุดท้ายแล้วเค้าคือแม่เรา เราก็ต้องรักษาเขาให้ดีที่สุด”

แบ่งเวลาให้กับตัวเองยังไงบ้าง? “ต้องบอกว่าช่วงแรกแบ่งไม่ได้เลย แบ่งไม่ได้ในที่นี้คือมันไม่ใช่เรื่องของการแค่รับผิดชอบ แต่มันแบ่งไม่ได้ในเรื่องของความรู้สึก เวลาไม่ทำงานในหัวก็มีแต่เรื่องแม่ คิดแต่เรื่องแม่อาการของแม่ เรื่องค่าใช้จ่าย หนักมาก มันหนักจนเราไม่อยากคุยกับใครไม่อยากไปเจอใคร แต่เราก็ต้องทำงานอยู่ตลอด

แต่เราก็พยายามรักษาหน้างานให้ปกติที่สุด ยิ้มแย้มสนุกสนานให้ความสุขให้ได้มากที่สุด แต่พอพ้นจากงานแล้วเป็นเส้นตรงเลย ตอนนั้นมันร้องไม่ออกเลยครับ ความรู้สึกมันเกินที่จะร้อง มันร้องไม่ออกเลย เพราะเหมือนมันแน่นอยู่ข้างใน จนไม่รู้จะจัดการยังไงแล้ว ต้องใช้เวลามากจริงๆ ครับ เพราะอาการคุณแม่ไม่ใช่เข้าโรงพยาบาลแล้วจะหาย พอเข้าไปเหมือนจะดีแล้วก็หนักอีกแล้ว อยู่ไอซียูเป็นเดือนๆ ต้องคอยเช็กอาการ มีผ่าสมองสองถึงสามรอบ มันเลยค่อนข้างที่จะหนักกับเราด้วยเหมือนกัน”

ตอนนี้ถือว่าโล่งขึ้นไหม? “โล่งขึ้นเยอะมากๆ เราก็เห็นแล้วว่าอาการแม่ไม่ค่อยรุนแรงแล้ว อยู่ที่ว่าเราจะทำให้เขาค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ คือเราค่อนข้างทำใจไว้ถ้าพูดกันตรงๆ ว่าคุณแม่อาจจะไม่ได้กลับถึงขั้นพูดคุยขนาดนั้น แต่ขอให้เขาไม่มีโรคแทรกซ้อน อาการทรุดลงแค่นี้ก็โอเคแล้ว”

มีไปขอพรบ้างไหม? “ขอจนไม่รู้จะไปขอที่ไหนบ้างแล้ว คือมันเป็นที่พึ่งทางใจแหละครับ แต่สุดท้ายก็มองว่าขึ้นอยู่กับการรักษาด้วย แต่สุดท้ายเราก็อยู่บนโลกความจริงเนาะ แต่เรื่องขอพรเราก็ทำแหละ เราก็ทำทุกวิถีทางที่เราจะทำได้ ก็ไปขอทุกที่เลยที่เรานึกออก ก็พยายามทำทุกอย่างให้เราสบายใจมากที่สุด”

ร้องเพลงให้แม่ฟังไหม? “ร้องครับ ตอนที่ร้องเค้าไม่ได้ถึงขั้นว่าสื่อสารชัดเจนว่าเค้ารับรู้ อย่างที่บอกว่าแม่ไม่ถึงขั้นรับรู้ว่าพูดอะไรแล้วรู้ตลอด มันเป็นแค่เหมือนบางครั้งที่เค้าจับได้แล้วกระพริบตาตอบรับ เป็นบางครั้งครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน