‘ร็อคกี้’ งงถูกฟ้องหมิ่นประมาท แค่พูดเรื่องครอบครัว ไม่กังวลแต่ห่วงความรู้สึกแม่-น้อง เดินหน้าใช้ชีวิตต่อ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมา

จากกรณีที่ ร็อคกี้ สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ นักแสดงและดีเจชื่อดัง ได้รับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทจาก ไดอาน่า ภรรยาคนปัจจุบันของ สุรชัย สมบัติเจริญ ล่าสุดเจอร็อคกี้ ที่มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการ ละครวิทยุเสียงจากครอบครัว “ลูกไม้ในสายฝน” ที่ SCG HOME สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย–รามอินทรา (CDC) ชั้น 3 Working Space ก็ได้อัพเดตคดีความให้ฟังว่า

อัพเดตหน่อยว่าตอนนี้คดีถึงกระบวนการไหนแล้ว ? “เป็นเรื่องของการรอให้ทางทนายไปเจอนัดแรกกันก่อน ยังไม่ถึงขั้นไต่สวน ต้องไปเจอกันนัดแรกก่อนว่าเป็นยังไงบ้างในรายละเอียดของคดี”

เราถูกฟ้องเรื่องอะไรบ้าง ? “เป็นเรื่องของการฟ้องหมิ่นประมาท หลังจากที่ผม ครอบครัว คุณแม่ และน้องๆ ไปออกรายการ ซึ่งก็ไม่กี่รายการ ไปทีเดียวเลยด้วยซ้ำ แต่พอมาอ่านรายละเอียดมีคำถามบ้างเหมือนกัน บางส่วนมันเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในครอบครัวของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านของเรา แล้วเราก็มีคำถามคิดว่า เอ๊ะ แล้วคนอื่นเขาเกี่ยวอะไรกับครอบครัวของเรา หรือสตอรี่ที่เกิดขึ้นของเรา อย่างที่บอกว่ามันเป็นเรื่องที่เราคุยกันในรายการ”

ตอนนี้โดนฟ้องอยู่กี่คดี มีกี่ข้อหา ? หลักๆ ข้อหาเดียว แต่เป็นผมกับคุณแม่ ในเรื่องฟ้องหมิ่นประมาท อย่างที่บอกว่าเวลาที่เราไปคุยเราก็คุยกันถึงแต่เรื่องบ้านเรา หลายๆ คนก็ได้ไปเจอพวกผมด้วยเหมือนกัน นอกจะหลักๆ เราคุยเรื่องบ้านของเรา เราไม่ค่อยได้พูดถึงคนอื่น แล้วก็พูดถึงในมุมความเป็นแม่ลูก เอาจริงๆ นะ จนตอนนี้ผมก็ยังงงเลยว่าฟ้องเรื่องอะไร”

คำไหนที่เป็นเป้าว่าฟ้องหมิ่นประมาท ? “นั่นแหละสิครับ พอไปดูแล้วอย่างบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องข้อเท็จจริง อย่างเรื่องคุณแม่ บางทีเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าคุณแม่เรามีเอกสารอะไรบ้าง โห ถ้าเปิดเป็นอีพี นี่มันได้ประมาณสิบกว่าอีพีเลยที่คุณแม่เรามี เราไม่ได้พูดอะไรที่มากเกินเลยไปกว่าความจริง หรือใส่ฟีลลิ่งอะไร ที่ทุกคนก็ได้เจอได้เห็นเราเหมือนกัน มันก็เป็นการพูดคุยกันในรายการ ก็ไม่เป็นไร ตรงนั้นก็ให้ทางเรื่องของกฎหมาย หรือคนที่เขามีหน้าที่ต้องไปจัดการ ก็ไปจัดการให้เรียบร้อย”

มีความกังวลอะไรไหม หลังจากถูกฟ้อง ? ผมไม่ได้กังวลเรื่องราวของการถูกฟ้องอะไรเลย แต่ผมกังวลเรื่องความรู้สึกของครอบครัวมากกว่า อันนี้พูดตรงๆ เพราะเราเป็นผู้ชาย ทุกคนสังเกตได้ว่าตั้งแต่เริ่มมีประเด็น ผมพยายามพูดให้น้อยที่สุด ทั้งแม่ทั้งน้องก็พยายามพูดให้น้อยที่สุด จริงๆ แม้แต่วันนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะพูดถึงเรื่องนี้แล้วสักเท่าไหร่

เพราะขนาดเราเป็นผู้ชาย เราเห็นเรื่องนี้ เรายังรู้สึกไม่ดีเลย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องครอบครัวผม ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวใคร แล้วแม่เราเป็นผู้หญิง น้องเราเป็นผู้หญิง เวลาที่เขาต้องมาเห็นเรื่องราวหรือสตอรี่พวกนี้ที่มันเกิดขึ้นอีก หรือมันไม่จบไม่สิ้นซะที ใส่ไปใส่มา ทั้งที่เราเองก็พยายามอยู่เฉยๆ เขาไม่รู้สึกดีหรอก ไม่ใช่แค่เฉพาะครอบครัวผม คนอื่นที่ดูหรือทุกๆ ครอบครัว โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้หญิง ผมเชื่อเลยว่าเขาจะต้องรู้สึกมากกว่าผมเลย”

คุณแม่เครียดและกังวลมากไหม ? “ผมไม่ได้ถามคุณแม่ตรงประเด็นขนาดนั้น แต่ถ้าพูดในมุมของลูกที่มองแม่ พี่ที่มองน้อง ผมเชื่อว่าเขารู้สึก ผมเชื่อว่าเขารู้สึกทุกครั้งที่มีการถูกพูดถึง ไม่ว่าจะทางที่ดี ที่ถูกต้อง หรือในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือทางที่ไม่ใช่ แล้วเราจะรู้สึกได้ว่าเขาดาวน์ บางทีถามว่าเราดาวน์ไหม จริงๆ บางทีเราก็รู้สึก แต่ด้วยวันนี้เราเป็นพี่ และเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้านตอนนี้ เราก็ต้องเข้มแข็ง แล้วก็พาบ้านของเราเดินหน้าต่อไป”

แล้วจะต้องไปนัดแรกเมื่อไหร่? ” จำไม่ได้ เพราะผมยกหน้าที่ให้ทางฝ่ายกฎหมายดูแลแล้ว ของผมหลักๆ เป็นเรื่องทำมาหากินนั่นแหละเป็นหลัก ที่ดูแลเรื่องของแม่ ของน้อง ถ้าถามวันนี้อยากพูดอะไร เอาจริงๆ ผมอยากขอบคุณ ฝากด้วยเลยละกัน ตั้งแต่ที่เคยมีเรื่องหรือมีประเด็นมาครั้งแรกๆ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ มีแต่คนมาให้กำลังใจเยอะมากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่บ้านผมไปไหน จะจอดรถ เปิดประตูรถปุ๊บ เจอ รปภ. บางทียังเดินมาจับมือเลยก็มี หรือจะเป็นแคชเชียร์

รวมทั้งในออนไลน์ ก็มีคนที่เราทั้งรู้จักและไม่รู้จักมากดติดตาม เข้ามาให้กำลังใจ ผมมาขายของ ซึ่งเราทำกันมาก่อนอยู่แล้ว ก็มีคนเข้ามาเยอะแยะ มาซื้อของมาอุดหนุน บางช่วงผมจัดรายการ ผมก็จะเปิดไลฟ์ไปด้วย ก็ยังมีคนบอกว่าทำไมไม่เอาอะไรมาปักตะกร้า ทุกคนอยากให้กำลังใจเรา แต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปในสิ่งที่เขาแสดงออก บางคนก็พิมพ์มาให้กำลังใจ บางคนก็อยากจะอุดหนุนเรา ผมอยากขอบคุณมากกว่า ขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่เมตตาและคิดถึงพวกเราทุกคน”

แสดงว่ามีแนวทางการต่อสู้ไว้อยู่ ? “ก็น่าจะเป็นเรื่องของทนาย หรือถ้าเกิดว่ามีพี่ๆ ที่มีความรู้เรื่องกฎหมายที่ดี อยากให้คำปรึกษาที่บ้านก็ยินดีเหมือนกัน”

แล้วจะมีโอกาสฟ้องกลับหรืออะไรยังไงไหม? “ตอบไม่ได้เพราะมันยังไปไม่ถึงสเต็ปนั้น อย่างที่บอกว่าสเต็ปนี้เราว่ากันไปทีละเรื่อง ว่ากันไปทีละสเต็ปก่อน”

แสดงว่าตัวเราก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องมีราวอะไรกันหรอก แต่ถ้าเกิดมีการฟ้อง ไกล่เกลี่ยอะไรกัน เราก็พร้อมไหม ? “ต้องบอกอย่างนี้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ได้เริ่มต้นมาจากพวกเรา ไม่ได้เริ่มต้นมาจากผม แม่ หรือน้อง ไม่ได้เริ่มต้นจากอยู่ดีๆ ผมต้องไปออกรายการ เราใช้ชีวิตกันตามปกติกันมาเป็นปีๆ แล้ว อย่างที่บอกว่ามันมีเรื่องอื่นๆ มากระทบ แล้วก็มีพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ โทรมาสายแทบไหม้จนไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยขออนุญาตคุยกันทีเดียวเลยแล้วกัน

หลังจากนั้นจริงๆ ผมก็ไม่เคยออกมาพูดอะไรอีกเลย เราก็ใช้ชีวิตของเราเหมือนเดิม เพราะผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ค่อยจรรโลงสังคมเท่าไหร่ ถ้าพูดกันตรงๆ เรารู้สึกว่าตอนนี้มันมีเรื่องไม่ดีเยอะมาก เราอยากให้มันมีเรื่องดีๆ ให้คนไทย ให้คนที่เสพสื่อทุกวันนี้ ได้มีอะไรให้ชื่นใจบ้าง น่าจะดีกว่า ก็พยายามไม่พูดถึง”

เรื่องเพลง เราสามารถเอาไปร้องได้ไหม ? “สามารถร้องได้ มีหลายๆ เพลงครับ เพลงของคุณปู่มีหลายหมวดมาก หมวดที่เป็นนักร้องอย่างเดียวก็มี หมวดที่แต่งอย่างเดียวก็มี หมวดที่เพื่อนแต่งก็มี หมวดที่ไปอยู่ที่ไหนก็มี แล้วก็หมวดที่เคยเป็นของที่บ้านเราเลยก็มี ในหมวดที่สามารถร้องได้ก็มีเยอะแยะ สมัยนี้ดนตรีมันไม่ค่อยมีพรมแดน สามารถคอลแลปและทำงานด้วยกันได้ง่าย อันไหนที่ร้องได้เราก็ยังมีความสุขที่จะร้อง เรายังคิดถึงคุณปู่ สตอรี่เรื่องราวเป็นอะไรไม่รู้ แต่ความเป็นตัวเรามันก็ยังเป็นตัวเราอยู่เหมือนเดิม”

ขออนุญาตถามถึงเรื่องนามสกุล ที่ทางนู้นไม่อยากให้มีการนำมาใช้? “ผมก็ตอบไม่ได้ มันเกิดมาแล้วมันก็เป็นตัวเราอย่างนี้แล้ว ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าเราก็แค่ใช้ชีวิตของเราต่อไป มีความสุขต่อไป คนมาถามว่าแล้วจะให้ผมทำยังไง ผมก็แค่มีชีวิตของผมต่อไปเท่านั้นเอง ส่วนถ้าเกิดว่าตรงไหนไม่สบายใจ เราก็ค่อยมาว่ากันอีกที เพราะคนที่ผมแคร์ที่สุดในวันนี้ ก็คือแม่เรา น้องเรา แล้ว

ผมเองก็เหมือนเดินหน้าไปแล้ว เรามีสุดหล่อตัวเล็กของเราแล้ว เรามีครอบครัวของเราแล้วเหมือนกัน ผมให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้มาเป็นอันดับที่หนึ่ง แล้วก็คนที่น่ารักกับพวกเรา คนที่ตั้งแต่มีเรื่องมาเขาเข้ามาให้กำลังใจ เข้ามาเป็นครอบครัวเรา มากดติดตามเรา ซึ่งเป็นใครไม่รู้ หรือแม้แต่วันนี้ที่มาให้กำลังใจผมเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าเราต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากกว่า”

ต่อไปค่อยอัพเดตกันต่อ ว่าสเต็ปต่อไปจะทำยังไต่อ? “ได้ครับ ยินดี มีอะไรผมก็ยินดีกับพี่ๆ ทุกคนก็น่ารัก จริงๆ หลายคนเห็นผมมาตั้งแต่ผมอายุยี่สิบกว่าๆ จนวันนี้เริ่มมีตัวเล็กแล้ว จากพี่ๆ นักข่าวบางคนเริ่มกลายเป็นน้องๆ แล้วเหมือนกัน ครอบครัวผมมีอะไรก็จะพูดคุย อัพเดต และสื่อสารกันเสมอ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน