“บิ๊นท์-ปุยนุ่น” เสิร์ฟเคมีแซ่บ! เคะเจน Y ปะทะ เมะเจน Z ซีรีส์ “ข่มขลัง” บิ๊นท์ ทุ่มสุดชีวิตถ้าเป็นโอกาสสุดท้าย ปุยนุ่น ใจสั่นชมบิ๊นท์ Sex appeal สูง ตรงสเป๊ก “ของเฒ่ามันแรง”

จากนางงามสู่เส้นทางนักแสดง GL “บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์” ประเดิมซีรีส์เกิร์ลเลิฟเป็นครั้งแรก
ประกบคู่ “ปุยนุ่น วรางค์ศิริ ธนจรัสวรภัทร์” ในซีรีส์ยูริเรื่อง “ข่มขลัง” โดยวันที่ 7 ก.ย. 69 เปิดตัวซีรีส์พร้อมออนแอร์อีพีแรก ณ เซ็นทรัล คอร์ท โซน ชั้น 1 (ลานลิฟต์แก้ว) เซ็นทรัลเวิลด์

“บิ๊นท์-ปุยนุ่น” ได้ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทสุดท้าทาย ได้ชาเลนจ์ฝีมือการแสดง ปุยนุ่น เผยต้องไปเรียนรู้คาแร็กเตอร์ตำรวจ ฝึกฝนบุคลิกภาพ ยุทธวิธีตำรวจทุกรูปแบบ

ในขณะที่ บิ๊น เผยถึงบทบาทแม่ครู เรียนรู้ไสยศาสตร์ ทำเอาเจ้าตัวกลัวของแรง ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเผยถึงวิกฤตชีวิตเคยท้อและตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะไปต่อบนเส้นทางนี้ดีไหม ถึงขั้นคิดกลับไปทำงานเภสัชฯ แต่การได้เล่นซีรีส์ “ข่มขลัง” กลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ทุ่มสุดชีวิต หวังสักครั้งได้พิสูจน์ฝีมือ

พร้อมเผยความรู้สึกตื้นตันบิ๊นท์น้ำตาคลอเสียงสั่น หลังไพล็อตซีรีส์กระแสดี ได้รับพลังความรักจากแฟนๆ เทียบเท่าวันที่คว้ามง Miss International

งานนี้นอกจากเคมีในจอจะชวนจิ้น นอกจอยังมีโมเมนต์ชวนเขิน เมื่อปุยนุ่นยอมรับตรงๆ ว่าบิ๊นท์มี Sex appeal สูง แค่หน้านิ่งๆ ก็ทำใจสั่น แถมตรง
สเป๊กแบบเต็มๆ ขณะที่ บิ๊นท์แซวกลับ “ของเฒ่ามันแรง” เรียกว่าการันตีเคมีความแซ่บของคู่เคะเจน y กับ เมะเจน z

ใครเป็น เคะ เป็น เมะ ?
บิ๊นท์ : “ให้ทายค่ะ (ยิ้ม) เฉลยๆ ผู้หมวดเป็นอะไรคะ”

ปุยนุ่น : “ผู้หมวดเป็นเมะค่ะ อยากโดนจับมั้ยคะ (ยิ้ม)”

บิ๊นท์ : “ส่วนแม่ครูเห็นฉกาจฉกรรจ์แต่เป็นเคะนะคะ (ยิ้ม)”

จากเวทีนางงามสู่บทบาทการแสดงเป็นอย่างไรบ้าง?
ปุยนุ่น : “พี่บิ๊นท์ก่อนก็ได้ มง Miss International
บิ๊นท์ : จริงๆ เวทีเดียวกันค่ะ ตอนนี้กำลังเถียงกันเรื่อง บิ๊นท์-ปุยนุ่น หรือ ปุยนุ่น-บิ๊นท์ แต่ว่าถ้าเกิดใครอยากกินอะไรก็อร่อย ก็เอาเลย ก็ถ้าของบิ๊นท์จากนางงามเป็นนักแสดง แล้วมาเป็นนักแสดงเกิร์ลเลิฟ บิ๊นท์รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ สำหรับการแสดงมันไม่ได้ต่างจากตอนแสดงแบบชายหญิงเลย แต่ว่าสิ่งที่มันต่างคือคอมมูนิตี้ในเกิร์ลเลิฟ มันยิ่งใหญ่มาก เราไม่คิดเลยว่าแค่ประกาศอีพีแรก คนจะมาดูเราเยอะขนาดนี้ ก็ตื้นตันค่ะ ไม่เคยได้รับพลังขนาดนี้ จริงๆ มันน่าจะเทียบเท่าได้กับตอนที่เรามงมิสอินเตอร์ฯ ได้เลย”

ในฐานะที่เราก็เป็นแฟนนิยายเรื่องนี้ ซีรีส์เหมือนนิยายทั้งหมดไหม?
บิ๊นท์ – “บิ๊นท์ว่ากลิ่นหรือว่าเค้าโครงหลักครบเลย แต่ว่าอาจจะต้องมีการดัดแปลงเพื่อให้ภาพสื่อสารออกมาแล้วครบตรงประเด็นมากกว่าในนิยาย บิ๊นท์ว่าการร้อยเรียงของเขามันจะทำให้คนดูซีรีส์รู้สึกสนุกแล้วก็กระชับยิ่งขึ้น คือนิยายความสนุกมันคือเราได้จินตนาการเอง แต่ว่าซีรีส์มันคือการเล่าเรื่องผ่านภาพแล้วทำให้คนไปกับภาพ ซึ่งมันก็เป็นศาสตร์ที่ต่างกัน ก็จะมีทั้งนักเขียนนิยายและนักเขียนซีรีส์ เพราะว่าศาสตร์มันต่างกัน ก็อยากให้ลองดูซีรีส์เพราะเท่าที่บิ๊นท์แอบได้ยินมาฟีดแบ็กจากคนที่เขาดูแล้ว มันดีมาก”

ปุยนุ่นกับบทตำรวจ ต้องไล่จับใครกันแน่?
ปุยนุ่น : “ต้องไล่จับผู้ร้าย
บิ๊นท์ : ไล่จับใครบอกมา
ปุยนุ่น : “โอ้โหในขณะที่หนูไล่จับผู้ร้าย ก็มีแม่ครูนี่แหละค่ะมาจับหัวใจหนู (ยิ้ม)”

จากนางงามมารับบทตำรวจมันชาเลนจ์เรายังไงบ้าง?
ปุยนุ่น : “คือการเป็นนางงามด้วยความที่ปกติหนูจะชอบเดินทิ้งสะโพก เพราะความเคยชินหนูประกวดนางงามตั้งแต่อายุ 16 ปี แล้วพอมาตอนนี้มันแก้ไขยากมากๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่หนูทำคือ มันต้องตั้งใจคูณสิบคูณยี่สิบเลย ก็คือต้องไปเรียนบุคลิกภาพให้มีความทะมัดทะแมงมากยิ่งขึ้น ออกกำลังกายช่วยก็แล้ว หรือแม้กระทั่งไปเรียนรู้กับตำรวจจริงๆ ค่ะ พวกวางมาดของตำรวจต้องทำยังไง รวมไปถึงยุทธวิธีค่ะ”

โดนคาถาของแม่ครูเข้าไปแล้วเป็นยังไงบ้าง?
บิ๊นท์ : “ก็อาจจะแบบติดใจอ่ะเนาะ หลังๆ ก็ไม่เห็นไปจากพบพระเลย ไม่กลับกรุงเทพฯ เลย”
ปุยนุ่น : ก็ตัวเองชวนทุกวันเลยอ่ะ”

โดนเป่ากระหม่อมเข้าไปก็เลยเบลอๆ งงๆ ?
ปุยนุ่น : “เบลอเลย แต่ว่าชีวิตจริงโดนเป่าก็คือเป็นลมเลย(หัวเราะ)”
บิ๊นท์ : “คือมุกนี้เขาจะเล่นทุกสื่อ จะเป็นลม(หัวเราะ)”

เห็นว่าบิ๊นท์บอกว่าทุ่มเททุกอย่างสุดชีวิตเลยเพื่อซีรีส์เรื่องนี้ มันขนาดไหน?
บิ๊นท์ : “ถ้าสำหรับบิ๊นท์การเป็นนักแสดง เราอยากดัง อันนี้ยอมรับตรงๆ แบบซื่อๆ เลยนะ อยากดัง แต่ว่าที่ผ่านมามันก็ยังไม่ได้มีเป้าหมายที่เราอยากได้หรือว่าตั้งไว้ เราอยากให้ได้สักรางวัลนึง คนดูดูเราแล้วชอบการแสดงเรา แต่มันยังไม่ได้ จนเกือบท้อไปค่ะ จนกระทั่งได้เล่นซีรีส์ ข่มขลัง เรารู้สึกว่าถ้าเกิดเรื่องนี้มันเป็นเรื่องสุดท้ายในชีวิต เราก็จะทำมันให้ดีที่สุดแบบที่ชีวิตนึงตอนแก่ เราไม่เสียดายว่ามองกลับมาเล่นอะไรอ่ะอะไรอย่างนี้ เพราะไม่รู้จริงๆ หลังจากนี้อาจจะไม่มีแล้วหรือเปล่า”

การเล่นกับไสยเวท ไสยศาสตร์กลัวไหม?
บิ๊นท์ : “กลัวค่ะ ยอมรับตรงนี้เลย แล้วก็เจอเรื่องราวที่ทำให้น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมด้วยเรื่องนี้”

เราเจออะไรมา?
ปุยนุ่น : “เพราะว่าในสิ่งลี้ลับใช่ไหมคะ”
บิ๊นท์ : “จริงๆ ถ้าสปอยล์ อย่างเดียวคือ ไม้สักยันต์ที่ใช้ในเรื่องของบิ๊นท์เอง เพราะว่าบิ๊นท์ใช้ฝึกซ้อม แล้วผู้กำกับฯ เห็นว่าไหนๆ ก็ใช้ฝึกซ้อมแล้ว ก็เอามาใช้ในเรื่องเลยไหม มันจะได้รู้สึกคุ้นมือ แต่ก่อนจะมาเล่น ก็ไม่เชิงปลุกเสก แต่ไปให้พระอาจารย์ที่เคารพช่วยเป่า แล้วสรุปพอเล่นจริง น้องนักแสดงเอ็กซ์ตร้าเขาก็แบบสั่นอะไรอย่างนี้ แล้วน้องก็บอกว่าเมื่อกี้หนูควบคุมอะไรไม่ได้เลยค่ะ มีความหาคำตอบไม่ได้ แต่ว่าก็ใช้วิจารณญาณในการรับฟังรับชมค่ะ”

แล้วตัวบิ๊นท์เองมีสิ่งป้องกันตัวเองไหม กลัวของเข้า?
บิ๊นท์ : “ให้นุ่นเล่าดีกว่าที่ตอนนั้นเราไปนอนต่างจังหวัดด้วยกัน”
ปุยนุ่น : “อ๋อ คือบอกเลยว่าพี่บิ๊นท์พกของขลังมาจัดแน่นจัดเต็มมากค่ะ ด้วยความที่เราก็ไปนอนห้องเดียวกับพี่บิ๊นท์ ก็คิดว่าเฮ้ยเราต้องนอนร่วมเตียงเดียวกันหรือเปล่า ปรากฏว่าเปิดประตูเข้ามา พี่บิ๊นท์นอนหลับแล้ว นอนหลับแล้วยังไม่พอค่ะ เขานำพระประมาณ 15 องค์วางข้างๆ เลย”

บิ๊นท์ : “หนูกลัว ถ้าคืนนี้มันจะต้องมีอะไรนอนข้างจริงๆ อ่ะ ขอเป็นพระดีกว่า เราก็วางเรียงตั้งแต่หมอนลงมา แล้วก็หัวเตียง”

มีปุยนุ่นอยู่ข้างๆ เรายังไม่อุ่นใจอีกหรอ?
บิ๊นท์ : “ก็อุ่นใจค่ะ แต่ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นให้พระท่าน เป็นหน้าที่ของพระท่านดีกว่า”

ก่อนมางานเห็นโพสต์เล่าว่ามันมีวิกฤตตอนถ่ายทำ กว่าจะฝ่าฟันมาได้ มันเกิดอะไรขึ้น?
บิ๊นท์ : “จริงๆ มันไม่ใช่วิกฤตช่วงถ่ายทำหรอกค่ะ มันเป็นวิกฤตในชีวิตบิ๊นท์ที่รู้สึกว่า เอ๊ะ เราจะไปต่อ เส้นทางนี้ดีมั้ย เพราะว่าวัยเรา เขาจะเรียกบิ๊นท์กันว่า เคะเจนวาย 30 อัพแล้ว เรารู้สึกว่ามันเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่ถ้าเราไม่อยู่ในวงการนี้ไปเลย เราก็ควรจะต้องหางานอย่างอื่นทำ หรือกลับไปเป็นเภสัชไหม จนมันเป็นจังหวะที่พอดีว่าเราอ่านนิยายข่มขลัง เราก็พูดมากับตัวเองว่า จะเล่น อยากเล่น แล้วพี่โอ๋ก็ติดต่อมา เหมือนเมนิเฟสต์หรือเปล่าก็ไม่รู้ มันบังเอิญอ่ะค่ะ เราก็รู้สึกว่าโอเคถ้าเกิดว่ามันยังเป็นโอกาสอีกครั้งสุดท้ายส่งท้ายในชีวิต เราจะทำเรื่องนี้ให้เต็มที่ที่สุดในชีวิตเลย แบบไม่ต้องเสียดายอะไรแล้ว”

บิ๊นท์เป็นเคะเจนวาย
แล้วปุยนุ่นล่ะ?
ปุยนุ่น : “เมะเจน z”

พี่สาวเจน y เขาโดนใจไหมล่ะ?
ปุยนุ่น : “แซ่บอีหลี ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แม่ครูเป่าให้หน่อยได้ไหม (บิ๊นท์เป่า
กระหม่อมให้ปุยนุ่น) แม่ครูเป่าแล้วผู้หมวดขอเป่าด้วยมั้ยคะ (เป่ามือแล้วหยิบดอกกุหลาบออกมาส่งให้บิ๊นท์) คือตอนแรกเตี๊ยมว่าเราจะเล่นบนเวที แต่ว่าด้วยความที่เวลาจำกัด แล้วพิธีกรตัดบทเลย ไหนๆ เราก็เตรียมาคือสวยมากแต่ตอนนี้มันเหี่ยวแล้ว ก็ให้แล้วกันนะคะ”

บิ๊นท์ : “ไม่เป็นไรค่ะ แต่เหี่ยวมากเลย(ยิ้ม) (หยิบกุหลาบมาทัดหู)”

เล่นซีรีส์ GL ในชีวิตจริงเราก็ชอบผู้หญิง?
ปุยนุ่น : “ใช่ ชีวิตจริงคือหนูมีแฟนเป็นผู้หญิงตั้งแต่มัธยมเลยค่ะ ด้วยความที่หนูเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาก่อน เราก็จะเจอแต่ผู้หญิง เราก็จะรู้สึกหวั่นไหว การที่มีแฟนเป็นผู้หญิง คือเขาเข้าใจเรามาก แล้วเขาดูแลเราดีมากๆ แล้วหลังจากนั้นหนูก็ไม่เลยคิดว่า หนูไม่เคยมองผู้ชายเลย แล้วเรื่องนี้บอกเลยว่าท้าทายกับหนูมากๆ ค่ะ เพราะว่าพี่บิ๊นท์เขาค่อนข้างมีเซ็กส์แอพพีลสูงมาก (Sex appeal) (เสน่ห์ดึงดูดทางเพศ) คือต่อให้พี่เขาหน้านิ่งๆ ใจหนูก็สั่นแล้ว”

ตรงสเป๊กไหม?
ปุยนุ่น : “ตรงสเป๊กค่ะ แล้วด้วยความที่พี่เขาแต่งตัวอะไรอย่างนี้ (ยิ้ม)”

บิ๊นท์ : “จะบอกว่าบางซีนปุยนุ่นมุ่งมากเลยอ่ะ เราก็ต้องใส่ชุดนี้ใช่ไหม แล้วก็ต้องเป่าหัวแล้วเขาจะอยู่ต่ำกว่าเรา เขามองแบบ(มองต่ำแล้วยิ้ม) เอาว่ะ”
ปุยนุ่น : “ไม่ อยากอ่านไงว่ารอยสักเขาเขียนว่าอะไร อ่านยาก”

มันแพ้เสียงในหัวใช่ไหม?
ปุยนุ่น : “อ๋อ ก็นิดนึงนะ (หัวเราะ) ด้วยความเป็นตำรวจไงต้องเป็นคนขี้สังเกต เราก็ต้องสังเกตเป็นพิเศษนิดนึง (อ่านรอยสักจบยัง?) ยัง เราก็ต้องอ่านอีก”

บิ๊นท์ : “ไม่มีทางอ่านจบ เพราะว่าเขียนมั่วไว้ เขาจะได้อ่านหลายๆ รอบ”

เคะก็ร้ายไม่ธรรมดา มีแผน?
บิ๊นท์ : “แฟนๆ แซวว่า
สเต็ปเคะเจนเฒ่า เดี๋ยวจะรู้ว่าของเฒ่ามันแรง (ยิ้ม)”

กระแสมันมาตั้งแต่ปล่อยไพล็อตแรกออกมา สำเร็จไปก้าวหนึ่งแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?
บิ๊นท์ : “ตอนแรกตอนเป็นนักแสดงหนูก็เคยคาดหวังว่า เราอยากได้รางวัลนาฏราช เห็นพี่ๆ รับ เราก็ปรบมือเราดีใจ เราใฝ่ฝันอยากเป็นแบบนั้น แต่พอมาถึงจังหวะนี้ หนูเลยรู้ว่าเราไม่ต้องไปคาดหวังอะไรขนาดนั้นหรอก มันกดดันตัวเองเกินไป เพราะว่าความรักจากแฟนๆ ที่เขาให้มา เรารู้สึกว่าเนี่ยแหละที่เรียกว่าสำเร็จ คือคนดูก็รัก ถ้าเราอยากให้คนดูเขาชอบ คนดูก็ชอบแล้ว แล้วชีวิตเรายังต้องการอะไรอีก ช่วงนี้หนูเลยไม่ได้หวังอะไรแล้ว ที่เหลือคือกำไรแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ”

ฝากซีรีส์?
ปุยนุ่น : “ก็อยากฝากซีรีส์เรื่องข่มขลัง ด้วยนะคะ เป็นซีรีส์ที่พวกเราทุกคนตั้งใจทำกันมากๆ แล้วเราก็จับมือผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก ทั้งเสียงหัวเราะรวมไปถึงน้ำตาที่แรกๆ มันหนักหนาสาหัส มากจริงๆ ก็ขอบคุณทุกคนนะคะเปิดโอกาสให้กับตัวปุยนุ่นเอง แล้วก็พี่บิ๊นท์ด้วย ก็อยากจะฝากซีรีส์เรื่องข่มขลัง ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ”

บิ๊นท์ : “ก็ขอบคุณพี่ๆ สื่อวันนี้ด้วย มาเยอะแบบที่ชีวิตหนูไม่เคยสัมภาษณ์สื่อเยอะขนาดนี้เลย(น้ำตาคลอเสียงสั่น) ก็ขอบคุณมากค่ะ จะร้องไห้ตามหรอ(ยิ้ม)”.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน