ภีมวสุ BUS แฮปปี้วันหยุด 7 วัน พาแม่เที่ยวเกาหลีครั้งแรก พร้อมกลับมาลุยงาน – แบ่งเวลาเรียน พร้อมฝากโชว์เคสครั้งแรกของค่าย

หลังจากหนุ่มๆ วง BUS because of you i shine ได้มีโอกาสพักผ่อนจากตารางงานกันไป ล่าสุดวันที่ 14 ก.ย. “ภีม – วสุพล พรพนานุรักษ์” หรือ “ภีม BUS” ได้มาร่วมงานแถลงข่าวแคมเปญ “ชวนแยก แลกตั๋ว” ณ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน พร้อมเล่าถึงช่วงวันหยุดที่ผ่านมา รวมถึงอัพเดตผลงาน

โดยภีมเผยว่าช่วงวันหยุด 7 วันที่ผ่านมาได้พาครอบครัวไปเที่ยวเกาหลี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่คุณแม่ได้ไปต่างประเทศ ก่อนกลับมาเที่ยวทะเลที่ปราณบุรี ทำให้ได้พักผ่อน และชาร์จพลังอย่างเต็มที่ พร้อมกลับมาลุยงานต่อ นอกจากนี้ยังเตรียมขึ้นโชว์เคสครั้งแรกของค่าย พร้อมโชว์ 2 เพลงที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งเจ้าตัวตั้งใจถ่ายทอดตัวตนผ่านผลงานให้แฟนๆ ได้เห็นมากขึ้น

ขณะที่เหตุการณ์บาดเจ็บจากอุบัติเหตุในช่วงคอนเสิร์ตที่ผ่านมา แม้จะทำให้กังวล แต่ด้วยการซัพพอร์ตจากทีมงานก็สามารถขึ้นเวทีได้สำเร็จ และถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ของชีวิตศิลปิน

ไปพักผ่อนมาได้วันหยุด? “เหมือนเป็นโลกความฝันในเจ็ดวันนั้น เป็นเจ็ดวันที่เราแทบไม่ได้ทำงานเลย เหมือนได้พาตัวเองไปพักผ่อน ก็ไปกับครอบครัวเหมือนได้ฮีลทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อกลับมาทำงาน แล้วผมไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ผมเป็นคนติดโซเชียลอยู่แล้ว ก็อัพให้คนดู แต่เจ็ดวันนั้นผมไม่ได้ทำอะไรเลยพักอย่างเดียว”

ไปเที่ยวไหนมา? “ผมไปเกาหลี เราก็ไปปราณบุรีมา ไปทะเล เจ็ดวันใช้คุ้มจัด วันที่หนึ่งผมอยู่เกาหลีแล้ว แล้วก็กลับวันที่สี่ วันที่ห้าผมก็ไปดูแลตัวเองตัดผมตัดเล็บ ห้าผมก็ไปปราณบุรีกับแม่ต่อ คุ้มมากเจ็ดวัน เร็วจัด”

เป็นยังไงบ้าง? “ก็เป็นครั้งแรกของแม่ด้วยที่ได้ไปต่างประเทศ เกาหลี ก็เติบโต แล้วก็พาแม่ไปได้ด้วยตัวเองได้แล้ว ก็ดีใจครับ”

คุณแม่ว่ายังไงบ้างลูกชายพาไปเที่ยวได้แล้ว? “แม่ก็ภูมิใจนะครับ ผมเห็นแม่มีความสุขที่ได้ไปเดินฮงแด รู้สึกดี แล้วก็ดีใจที่พาแม่ไปเที่ยวที่นี่ได้”

หยุดครั้งนี้ชาร์จแบตให้ตัวเองยังไงบ้าง? “เจ็ดวันนั้นมันเร็วมากสำหรับวันหยุดของผม มันก็เป็นกำลังใจดีๆ ในการทำงานต่อแล้วกัน เราทำงานหาเงินหาประสบการณ์ พอเราได้หยุดอีกเราก็จะได้ไปเที่ยวกับครอบครัวอีก เป็นเจ็ดวันที่ดีครับ กลับมาก็พร้อมลุยงานต่อ ไอเลิฟมายจ็อบอยู่แล้ว เดี๋ยวมันก็มีวันหยุดอีก ผมก็เอ็นจอยกับชีวิตดี”

แล้วเรื่องเรียน? “ผมก็พยายามหาเวลาไปเรียนได้มากที่สุด พยายามตามงานให้ได้มากที่สุดตอนที่ผมไปมหาลัย อาจจะน้อยครั้งหน่อย แต่ก็เป็นครั้งที่สำคัญเวลาที่เราไป (กับจั๋งก็จะพยายามจับมือกันไป?) ใช่ อย่างวันนี้จั๋งก็ไป ก็ฝากจั๋งว่ามีอะไรก็มาบอกนะ”

แบ่งเวลาเรียนกับทำงานยังไง? “บอกเพื่อนมีอะไรก็ฝากช่วยด้วยนะ จดมาให้หน่อยว่าต้องทำอะไรบ้าง ผมว่าผมมีเพื่อนที่คอยซัพพอร์ต เพื่อนดีครับผม เพื่อนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”

ผลงานช่วงนี้มีอะไรบ้าง? “กำลังทำอีกสองซิงเกิลที่อยู่ในอัลบั้มที่สอง เหงื่อแตกกันทุกคืนเลย ก็ซุ่มซ้อม เป็นสีใหม่ๆ ที่บีอัสก็น่าจะตื่นเต้นกับมันครับ แล้วเดี๋ยวมีโชว์เคสด้วย”

เป็นอะไรที่ไม่เคยเห็นเลยใช่ไหม? “ผมว่าทุกคนไม่เคยเห็นบัสทำอยู่แล้ว เป็นเพลงใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นอีกสองสีที่ทำให้อัลบั้มสมบูรณ์มากขึ้น”

ภีมเองมีส่วนร่วมอะไรบ้าง? “เรามีส่วนร่วมมากกว่าอัลบั้มแรกเยอะมาก สำหรับสองเพลงนี้ก็อยู่ในกระบวนการที่เราก็คุยกันมาว่าเราอยากได้เพลงประมาณไหน เราก็เป็นคนบรีฟเองด้วยว่าเราอยากได้เพลงประมาณนี้ บางท่อนบางเนื้อเราก็เป็นคนคิดมันขึ้นมาด้วย หวังว่าอัลบั้มนี้จะพาไปในทิศทางที่ดีจริงๆ”

เค้าบอกว่าอัลบั้มนี้บัสทำทุกอย่างด้วยตัวเอง? “มากขึ้น แต่ทำด้วยตัวเองทุกอย่างเลยไหม ไม่ แต่อัลบั้มสามไม่แน่เหมือนกัน อยากให้ทุกคนโฟกัสที่อัลบั้มสองก่อน ส่วนอัลบั้มถัดไปก็ให้มันเป็นเรื่องถัดไป แต่เราก็ทำงานกับมันมากขึ้นจริงๆ”

โชว์เคสของค่ายเรา? “อันนี้เป็นโชว์เคสครั้งแรกของค่ายก็รู้สึกดี เหมือนเป็นงานของค่ายเราเองทั้งหมด มีทุกวงที่อยู่ในค่ายเรา เหมือนวันนั้นเป็นงานครอบครัว ที่ทำให้ทุกคนเห็นว่าบ้านเราเป็นอย่างนี้ ตื่นเต้นครับ”

ในนั้นมีบอกว่าเราจะโชว์สองเพลง? “คิดว่ามาถึงปีที่เราเป็นศิลปินปีที่สามแล้ว ผมรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องแสดงตัวตัวตนออกมาผ่านเพลง หรือผ่านโชว์มากขึ้น ผมรู้สึกว่าผมได้โอกาสนั้นแล้วกันกับเพื่อนๆ อีกสามคน แต่ผมว่าทั้ง 12 คนมีคาแรกเตอร์ที่เหมาะอยู่แล้ว แต่ผมแค่ได้รับโอกาสนั้น ผมก็ดีใจแล้วก็อยากโชว์ให้ทุกคนดู แต่ก็ไม่ทิ้งโชว์ 12 ก็อยากให้ทุกคนโฟกัสทุกพาร์ต แต่ต้องไปดูในวันนั้น แต่คิดว่าน่าจะตื่นเต้น เราไม่เคยลองสองเพลงเองคนเดียว”

ช่วงคอนเสิร์ตมันมีช่วงที่เราเจ็บด้วย? “มันเป็นอุบัติเหตุนิดหน่อย แต่ผมมีพี่ทีมงานที่ดี ที่ช่วยผมในการทำให้ผมพร้อมที่สุด ที่จะขึ้นไปในวันจริงได้ ตอนแรกก็กังวลนิดนึง ถึงวันจริงสภาพผมก็โอเคที่จะขึ้นไปด้านบนแล้วจริงๆ”

ภาพดูเจ็บมาก? “ผมเจ็บใจ คือร่างกายก็เจ็บแต่เจ็บใจมากกว่าถ้าผมไม่ได้ขึ้น ผมก็พยายามหาทุกวิธี ที่จะทำให้ผมได้ขึ้น บ่ายสองผมยังอยู่โรงพยาบาลอยู่เลย ของวัน 5 โมงที่จะโชว์ ก็ต้องขอบคุณพี่ทีมงานทุกคน ที่ช่วยผมซัพพอร์ตผมให้ผมขึ้นเวทีได้ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น”

ตอนนั้นใจเป็นยังไง? “แป้วครับผม แต่ถึงตอนจริงลืมเจ็บ ลืมเจ็บ พอผมขึ้นไปอยู่บนเวทีก็ลืมแล้ว ผมลืมไปแล้วว่าผม ผมรอดมาสามวันได้แบบที่ผมใส่สุดทุกวัน ก็รู้สึกว่าเวทีมีเวทมนตร์”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน