“จ๊ะจ๋า” อัพเดตคดีทัวร์โกงเงิน ผ่านไป 1 ปี ไม่คืบ วอนอย่าหนี ยังหวังได้เงินคืน “จิ๊บ” เผยทราบตัวตนแล้ว เป็นอุทาหรณ์ ต่อไปซื้อทัวร์ขอเห็นหน้าร้านก่อน

ถูกบริษัททัวร์โกงเงิน ผ่านไป 1 ปี คดียังไม่คืบ สำหรับคู่สามีภรรยา “จ๊ะจ๋า พริมรตา” และ “จิ๊บ วสุ” ล่าสุดทั้งคู่ได้เปิดใจหลังมาร่วมงานแถลงข่าวโครงการ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์” ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน อัพเดตคดีถูกบริษัททัวร์โกงเงิน หลังผ่านมากว่า 1 ปี มูลค่าความเสียหายหลักแสน ขณะที่มีผู้เสียหายรายอื่นด้วยรวมมูลค่าหลัก 10 ล้าน ยอมรับคดีภาพรวมยังไม่คืบมาก แต่เดินหน้าติดตามต่อเนื่อง วอนคู่กรณีอย่าหลบหนี ขอให้ติดต่อกลับมาเจรจา พร้อมเผยบทเรียนสำคัญ ต่อไปซื้อทัวร์ต้องขอเห็นบริษัทและใบอนุญาตก่อนโอนเงิน

อัพเดตโดนบริษัททัวร์โกงเงิน?
จ๊ะจ๋า : “ตอนนี้ก็ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ ค่ะ ผู้เสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้แค่ทริปของเรา มีทริปก่อนหน้าอีกเยอะมาก มูลค่าเป็นหลัก 10 ล้าน ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการอยู่ค่ะ จ๋าเองก็อยู่ในกลุ่มของผู้เสียหายด้วย ก็มีการอัพเดตข้อมูลกันเรื่อยๆ เขาก็คือเป็นการเปิดหน้าเพจ เพื่อขายเป็นการท่องเที่ยว เป็นรับจัดทัวร์ให้ ซึ่งจ๊ะจ๋ากับพี่จิ๊บเองก็ชอบไปเที่ยวอยู่แล้ว ก็จะมีที่เราจะจัดทริปเองบ้าง แต่บางอย่างก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญพาไปในพื้นที่ที่ต้องการการดูแลพิเศษ แต่บางทริปเราก็รู้สึกว่าถ้าเกิดให้บริษัททัวร์ดูแลก็จะครบครอบคลุมในช่วงเวลาที่เรามีมากกว่า”

จิ๊บ : “ตอนนั้นที่เกิดเหตุนี้ขึ้นมา คือมองโกเลีย ซึ่งจะไปเยี่ยมชมเทศกาลประจำปีของเขาซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่นานาชาติจัดเพียงปีละครั้ง แล้วซึ่งต้องการการจับจองคอนเฟิร์มล่วงหน้าเยอะ แล้วก็การดูแลเฉพาะพื้นที่อย่างชัดเจน ต้องการผู้เชี่ยวชาญพื้นที่ เราก็ไปตามข้อมูลซึ่งเกิดขึ้นทางหน้าเว็บ เขาบอกว่าดีมากชัวร์มาก ก็ปรากฏว่าโดน(หัวเราะ)”

ระยะเวลามาถึงตอนนี้นานแค่ไหนแล้ว?
จ๊ะจ๋า : “เป็นหลักปีแล้วค่ะ จ๊ะจ๋าเองก็ทำหน้าที่ในการเป็นนักสู้นะคะ ต่อสู้ ก็คือคอยตามอยู่เรื่อยๆ ค่ะ”

ความเสียหายประมาณเท่าไหร่?
จ๊ะจ๋า : “หกหลักค่ะ ถ้ารวมรายอื่นๆ ด้วยก็ประมาณแปดหลัก”

ความคืบหน้าคดีล่าสุดไปถึงไหน?
จ๊ะจ๋า : “ตอนนี้สำหรับภาพรวมอาจจะยังไม่ได้คืบหน้ามาก แต่ในส่วนของตัวจ๊ะจ๋ากับพี่จิ๊บเอง จ๋าเองก็พยายามติดตามอยู่เรื่อยๆ ค่ะ ถ้าเกิดว่ามีคืบหน้ากว่านี้ก็จะมาแจ้งเผื่อได้เงินคืนบ้าง”

ถ้าบทสัมภาษณ์นี้ออกไปจะแรงกระเพื่อมให้กับเจ้าหน้าที่?
จ๊ะจ๋า : “ถ้าเกิดว่าเป็นแรงกระเพื่อมได้ก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ แต่ก็เข้าใจการทำงานของทุกคนทุกฝ่าย จ๋ามองว่าเรื่องของการคดโกง ปัจจุบันนี้มันเยอะมากๆ เรื่องของทัวร์เอย เรื่องของการเอาไปทำธุรกรรมชื่อเราไปเยอะมาก เราอาจจะต้องระวังตัว ซึ่งตัวจ๊ะจ๋ากับพี่จิ๊บเองต่อไปก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น สมมติถ้าจะต้องซื้อทัวร์ เราสองคนก็จะไปถึงสถานที่ก่อน เพื่อไปดูว่าสถานที่มีตัวตนจริงไหม มีพนักงานจริงไหม มีเจ้าหน้าที่จริงไหม ถ้าบริษัททัวร์ไหนไม่ให้ไปดู ไม่ให้นัดเจอ ก็ไม่ซื้อ ไม่ไป ซึ่งก็มีนะคะมีบริษัทมีทริปที่เราอยากไป แล้วเขาบอกว่าไม่สะดวกให้มา ไม่มีหน้าร้าน ก็เลยบอกเขาไปว่าถ้าเกิดไม่ให้ไปมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อนะ เพราะว่ามันก็เป็นหลักหมื่น เขาก็บอกว่าแอดไลน์เลยค่ะ รู้แล้วแบบนี้มีความเอ๊ะนิดนึง ก็เลยไม่ซื้อเพราะว่าก็ไปซื้อเจ้าอื่น เจ้าอื่นให้ไปก็ซื้อ”

ทัวร์เจ้านั้นที่โกงเงินเราไป เขายังขายทัวร์อยู่มั้ย?
จ๊ะจ๋า “จ๊ะจ๋าไม่เห็นแล้วนะคะว่าเขาขาย เพราะว่าตอนนี้เขาเหมือนกับต้องทยอยคืนเงินก่อน เพราะว่ายอดสูงมาก”
จิ๊บ : “คืออย่างงี้ผมคิดว่ารูปแบบที่ทำกันในปัจจุบันก็คือปิดชื่อบริษัททัวร์เดิม แล้วเปิดชื่อในชื่อใหม่ ซึ่งพออยู่ในเบื้องหลังหลังม่าน ถ้าเกิดว่าไม่ได้ขุดเจาะลึกจริงๆ ไม่ทราบหรอกครับใครเป็นผู้บริหารเป็นผู้ดำเนินงาน ซึ่งปกติคนจะเดินทางไปต่างประเทศ บางทีอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะต้องเจาะลึกขนาดนั้น แต่ผมว่า ณ ปัจจุบันนี้ พอเทคโนโลยีมันเร็วขึ้น การที่จะฉ้อโกงทำได้ง่ายขึ้น ทุกอย่างแค่ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอมือถือเท่านั้นเอง ถ้ามองในแง่ดีก็คือมันทำให้เราสามารถที่จะคัดกรอง เราก็ต้องตั้งแผ่นสกรีนให้กับตัวเราเองเหมือนกัน”

รายชื่อเขามีประวัติเสียหายมาก่อนหน้ามั้ย?
จิ๊บ : “มีครับ”
จ๊ะจ๋า : “ตอนแรกที่โอนไม่ทราบ”
จิ๊บ : “ทราบชื่อจริง นามสกุลจริง ทราบประวัติ คือผมขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยเอาสำนักทะเบียนราษฎร์มาดู เอาประวัติต่างๆ มาดูปรากฏว่า มี เพียงแต่ว่าถ้าโดนพื้นผิวถ้าเกิดว่าเราดูกันทางหน้าจอสมมุติว่าใครสนใจจะไปทัวร์ เราจะไม่ขุดลงไปขนาดนั้น พอโดนเคสอย่างนี้เข้าไป ถึงได้รู้”

มีการรวบรวมผู้เสียหายไปแจ้งความ เพื่อให้คดีรวบรัดเร็วขึ้นมั้ย?
จ๊ะจ๋า : “มีค่ะ มีการรวบรวมผู้เสียหาย ซึ่งตอนนี้จ๊ะจ๋าต้องบอกว่า ผู้เสียหายทุกคนทราบนะ คนที่ทำเรื่องนี้หนีไม่ได้นะ เพราะว่ารู้ถึงขั้นว่าในครอบครัวมีสมาชิกตัวเล็กๆ เรียนที่ไหน คือรู้หมดแล้วเพียงแต่ว่ารอให้รวบรวมได้มากพอ ก็ต้องบอกว่าอย่าหนีเลยค่ะ อย่าหลบเลี่ยงอะไรต่างๆ เลย ให้เผชิญหน้ากับความจริง คนที่เสียเงินไป เขาขอให้คุณออกมาแสดงความรับผิดชอบ คืนเงินเขาหน่อย เอาจริงๆ อาจจะไม่ได้เต็มจำนวน ถามว่าเข้าใจมั้ยในเศรษฐกิจแบบนี้ เข้าใจ แต่อย่าหาย เพราะถ้าหายเนี่ย ไม่เข้าใจ”

ระยะเวลาหนึ่งปี ติดตามเรื่องมาตลอด?
จิ๊บ : “เอาเฉพาะในเคสนี้ ถ้าเกิดเอาลงรายละเอียดสักนิดนึง บุคคลท่านนี้มีคู่ครองมีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ แล้วเขาก็อาศัยวิธีบินไปบินมา หลบไปตั้งหลัก”

จ๊ะจ๋า : “นี่เราจะใบ้กันจนแล้วนะ เขาจะรู้ตัวแล้วเนี่ยเหลือแค่พูดชื่อ”
จิ๊บ : “ผมพูดตรงๆ ไม่อยากจะเอากฎหมายบังคับใช้ ถึงกับบีบถึงตัวอะไรขนาดนั้น พยายามจะเปิดช่องให้เขาอยู่ แต่ว่าถ้าเกิดเรื่องไปถึงขั้นออกหมายเรียกไม่มา ออกหมายจับเมื่อไหร่ ตอนนี้เขาเดินทางกลับเข้ามาในเมืองไทยก็จะมีหมายรออยู่ที่ตม. ยังไม่อยากให้ไปถึงขั้นนั้นนะครับ”

จ๊ะจ๋า : “อยากให้เจรจาค่ะ อยากให้ติดต่อกลับบ้าง พูดคุย เชื่อว่าพอจ๊ะจ๋ากับพี่จิ๊บออกมาพูด เรื่องนี้มีคนติดตามอยู่เป็นหลักร้อยแล้วก็ผู้เสียหายมีแค่หนึ่งคนสองคนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็พุ่งไปที่เขา ถ้าเกิดว่าเขากำลังฟังอยู่ อย่าหลบหนีอย่าเลี่ยง ติดต่อมาเจรจายังดีซะกว่าค่ะ”

เป็นคนในวงการหรือเปล่า?
จ๊ะจ๋า : “ไม่ค่ะ อยู่ในวงการการท่องเที่ยวค่ะ”

เห็นบอกว่าจะไปเที่ยวอีกไหม ไม่เข็ด?
จ๊ะจ๋า : “อ๋อใช่ค่ะ ไปเที่ยวอีกไม่เข็ดค่ะ เพราะมีบริษัททัวร์ที่จริงใจ เปิดเผยให้เราสามารถที่จะเข้าไปพบได้ มีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลได้อย่างชัดเจนมาก”

รอบนี้มั่นใจกี่%?
จิ๊บ : “ผมอยากจะบอกว่าอย่างนี้ ในวงการนำเที่ยวท่องเที่ยวทั้งหลาย ผมเชื่อว่า 99% น่ารักทุกท่าน แล้วก็รู้จักกันหลายท่านหลายเจ้ามากๆ เป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน บางคนเป็นคนรู้จักไปทำ เขาก็จะมีความเชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะพื้นที่ต่างๆ พอเป็นข่าวขึ้นมา ก็มีการทักถามพูดคุยเข้ามาด้วยความเป็นห่วงเยอะแยะ แล้วก็ให้ข้อแนะนำต่างๆ มามากมายเลย อันนี้อยากจะให้เคสที่เกิดขึ้นกับเราสองคนเป็นอุทาหรณ์ด้วย ทางฝั่งบริษัทนำเที่ยวเองเขาก็บอกว่าขอให้มีความพิถีพิถันมากขึ้น ละเอียดละออมากขึ้น ไม่ต้องกลัวนะครับถ้าหากท่านอยากจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม ยังติดต่อกันไปได้เพียงแต่ว่า

อย่างตอนนี้ผมสองคนก็จะมีมาตรการเพิ่มขึ้นก็คือว่า ขอไปถึงตัวบริษัท ถึงหน้าร้านขอให้ไปรู้จัก ขอไปถ่ายภาพไม่เห็นใบอนุญาตประกอบกิจการ ถ้าเขาบอกว่ายินดี อันนี้ก็ไปพูดคุยกัน อย่างนี้ไปจับมือกันได้ ซึ่งหลังจากนั้นเกิดอย่างนี้มาหลายครั้ง เราก็ไปไม่เคยเกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นอีก”

รอติดตามทริปนี้หวังว่าจะแฮปปี้?
จ๊ะจ๋า : “ติดตามในอินสตาแกรมจ๊ะจ๋าได้ (ไปที่ไหนรอบนี้?) ใครจะคิดคะว่าไปญี่ปุ่นซื้อทัวร์ค่ะ คุณซื้อทัวร์ (หันไปชี้จิ๊บ)”
จิ๊บ : “ที่จัดทัวร์คือภูฏาน เขาจำผิด ที่ญี่ปุ่นก็จะไปกันเองนะ (ซื้อทัวร์เหมือนกัน ?) ก็มีคล้ายๆ เป็นคนรู้จักครับ”.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน