ตั๊ก ศิริพร เปิดค่าใช้จ่ายส่ง น้องภู ไปเรียนอังกฤษจนจบปริญญาโท เลือกให้เป็นเงินก้อนทีเดียว เชื่อลูกบริหารเองได้ – เคลียร์ดราม่าห่วงหมามากกว่าสามี

วันที่ 24 ก.ย.69 นักร้องและพิธีกรอารมณ์ดี ตั๊ก ศิริพร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในงานเปิดตลาด “อร่อย สาม แม่” ที่ ชั้น 1 เซ็นทรัล พระราม 2 หลังส่ง น้องภู ลูกชายบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เผยเบื้องหลังแอบร้องไห้บนรถเพราะไม่อยากให้ลูกเห็นน้ำตา พร้อมเผยใช้จ่ายทั้งหมดจนเรียนจบปริญญาโท หลักหลายล้าน โดยเลือกให้เป็นเงินก้อนทีเดียวและให้ลูกบริหารเอง

นอกจากนี้ ตั๊ก ศิริพร ยังเคลียร์ดราม่าที่ชาวเน็ตมองว่า “ห่วงหมามากกว่าสามี“ จากเหตุการณ์ที่ นุ้ย เชิญยิ้ม ลื่นตกบันได แต่เจ้าตัวดันให้สัมภาษณ์เชิงติดตลกว่า วินาทีนั้นรีบวิ่งไปหาเลย เพราะห่วงหมาจะเป็นยังไงบ้าง

ส่ง ‘น้องภู’(ลูกชาย) ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษแล้ว?
“แม่ไปส่งที่สนามบิน แต่ให้น้องสาวเป็นคนไปส่งถึงที่อังกฤษเลย พอส่งเสร็จเราก็มาร้องไห้อยู่บนรถ ไม่ได้ร้องไห้ให้ลูกเห็น จริงๆ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะไปส่งที่อังกฤษด้วยตัวเอง แต่เจ้าต้าหมาแม่มันไม่ยอม มันติดแม่มาก ถ้าแม่ไปมันจะแย่ เลยตกลงให้น้องสาวไปส่งแทน โดยน้องสาวไปอยู่ดูแลเรื่องหอพักและสิ่งต่างๆ ให้หลานที่นู่นประมาณ 2 อาทิตย์ เพื่อจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ล่าสุดน้องสาวก็กลับมาแล้ว”

ทำไมถึงมาร้องไห้บนรถ?
“เราต้องแสดงความเข้มแข็ง ไม่อยากให้ลูกเห็นเราร้องไห้ แต่พอขึ้นรถมาก็นั่งดูคลิปดูรูปถ่ายในสนามบิน ตอนที่ลูกกำลังเดินเข้าเกต แล้วหันหลังกลับมา มองไปมองมาบ่อน้ำตาก็แตก ร้องไห้ออกมาเลย”

เห็นมีคลิปที่น้องภูพูดภาษาอังกฤษ แล้วคนชมเรื่องสำเนียงเยอะมาก?
“ใช่ค่ะ คนที่เข้าไปดูคลิปก็บอกว่าสำเนียงบริติชมากเลย อาจจะเป็นเพราะว่าตอนน้องภูเรียนอินเตอร์ เขาเรียนกับครูชาวอังกฤษมั้ง”

ตอนนี้ลูกชายต้องอยู่คนเดียวจริงๆ แล้ว ห่วงมากน้อยแค่ไหน?
“ตัวแม่เองไม่ได้ห่วงเรื่องการเอาตัวรอดหรือเรื่องภาษาของเขาเลย อย่างที่เคยบอกไปว่าเขาเป็นคนที่รู้จักใช้เงินและขี้เหนียวมาก อย่างตอนที่น้าพาไปซื้อของเข้าหอพัก จะซื้อเสื้อกันหนาวสักตัว น้องภูเดินเปรียบเทียบถึง 3 ร้าน น้าบอกเดินจนขาล้าเลย เพราะฉะนั้นเรื่องการใช้เงินเลยไม่น่าห่วง ประกอบกับยุคนี้การติดต่อสื่อสารสะดวกสบาย สามารถโทร Line หาได้ทุกวัน แม่ก็เลยหมดห่วง”

น้องภูมีมาบ่นหรือแสดงความกังวลอะไรให้ฟังบ้างไหม?
“แม่ก็ถามเขาเหมือนกันว่ากังวลอะไรไหม เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรต้องห่วงเลย เพราะหอพักอยู่ใกล้ เดินทางสะดวก นั่งรถไฟไปมหาวิทยาลัยแป๊บเดียวก็ถึง”

ในช่วงเวลา 1-2 ปีนี้ วางแผนจะบินไปเยี่ยมลูกที่อังกฤษบ้างไหม?
“น้องภูไม่ได้อ้อนให้เราไปเยี่ยม แต่แม่ตั้งใจไว้ว่าจะบินไปหาทีเดียวตอนงานรับปริญญาเลย เพราะว่าเปลือง(หัวเราะ) เอาจริงๆ ค่าใช้จ่ายในการไปเรียนครั้งนี้แม่ให้เขาไปบริหารจัดการเองเลย แม่คำนวณรวมทั้งหมด ทั้งค่ามหาวิทยาลัย ค่าที่พัก ค่ากินอยู่อาศัยต่อเดือน จนจบปริญญาโท โดยให้เป็นก้อนเดียวให้เขาไปบริหารเอง หลายล้านอยู่ แต่ไม่ถึง 10 ล้าน ถ้า 10 ล้านก็เรียนที่เมืองไทยเถอะ(หัวเราะ) ซึ่งเขาก็รู้จักบริหารและขี้เหนียว คงได้เชื้อความขี้เหนียวมาจากคุณยาย”

แล้วทางพี่นุ้ยมีความเป็นห่วงน้องภูอย่างไรบ้าง?
“พี่นุ้ยก็ไม่ได้ห่วงอะไร อยากบอกให้พี่นุ้ยห่วงตัวเองก่อน เพราะลูกไปได้ไม่กี่วัน แอร์ก็พังเสียแล้ว(หัวเราะ)”

ล่าสุดมีดราม่าเรื่องที่พี่นุ้ยลื่นล้มตกบันได แล้วคนมองว่าแม่รักและห่วงหมามากกว่าสามี?
“เราก็ห่วงเขา แต่คนไม่รู้ว่าเบื้องหลังเป็นยังไง ตอนเกิดเหตุเราก็เข้าไปดูแล้ว เขาไม่เป็นอะไร เพราะพี่นุ้ยเขาอ้วน มีชั้นไขมันคอยรองรับอยู่เลยไม่เขียวไม่ช้ำ กระดูกไม่เป็นอะไร หลังจากนั้นเราก็ยังพาหมาไป CT Scan เอกซเรย์ดูอย่างละเอียด(หัวเราะ)”

ซีเรียสกับกระแสดราม่าในโซเชียลไหม?
“ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก เพราะส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยสนใจตรงนี้เท่าไหร่ ถ้าเราไม่ไปต่อความยาวสาวความยืด เรื่องมันก็จบ”

เห็นว่าล่าสุดมีคอมเมนต์แซะเรื่องอยากเห็น “หน้าสด” ของแม่ด้วย?
“อันนี้แม่ขำมาก บางสิ่งบางอย่างมองข้ามก็ได้ จะมาอยากรู้ทุกเรื่องของกูเลยเหรอ ขนาดหน้าสดตัวเองเรายังไม่อยากเห็นเลย(หัวเราะ) ที่เห็นว่าเอาไปโพสต์ไม่ได้โกรธนะแต่ขำจริงๆ

เราเป็นคนที่เล่นโซเชียลก็จริงแต่ไม่ได้ติดงอมแงม ไม่ได้อ่านคอมเมนต์มากมาย แค่อ่านผ่านๆ แต่อย่างบางคนที่เป็นซึมเศร้าคงเพราะไปจดจ่อกับคอมเมนต์มากๆ บางทีมันมีด้านลบเข้ามา เพราะฉะนั้นเล่นโซเชียลต้องเล่นให้เป็น พูดง่ายๆ ถือถ้าคอมเมนต์อันไหนเราเอามาโพสต์แสดงว่าอันนั้นคือเราขำจริงๆ”

ทีมข่าวสดบันเทิง 25 ก.ย.69

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน