บัณฑิตป้ายแดง “พูห์ กฤติน” คว้าปริญญาตรีวิศวะ จุฬาฯ สำเร็จ เผยความลับเกรดพุ่งแต่พลาดเกียรตินิยมอันดับ 2 เพราะติด F ตัวเดียว หลังจากนี้พร้อมลุยงานวงการบันเทิงเต็มตัว และเตรียมบินลุยทริปเที่ยว พวงศึกแดงเดือดที่อังกฤษกับครอบครัวเป็นของขวัญ

แฟนคลับแห่ยินดี สำหรับ ‘พูห์’ กฤติน กิจจารุวรรณกุล เข้ารับปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (หลักสูตรนานาชาติ) (ISE) สร้างความปลื้มปลิ่มให้กับครอบครัว รวมถึงแฟนๆ ที่ติดตามผลงานมา
โดยช่วงบ่ายของวันที่ 2 ต.ค. 69 ที่อาคาร2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูห์ กฤติน ได้เปิดใจถึงควาสำเร็จหนึ่งในชีวิตคือการเป็นบัณฑิตคว้าใบปริญญาแรกให้กับชีวิต
เรียนจบแล้ววันนี้ Congratulation ? “ครับ ขอบคุณครับ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาที่เราเรียนจบเค้าบอกสุดโหด?) เลยนะ ยากมาก ก็ที่พี่สัมภาษณ์อยู่ก็ห้องเรียนผมเนี่ยแหละ ตรงนี้ก็เรียนอยู่ เอาจริงวิศวะมันก็โหดด้วยตัวของมันอยู่แล้ว คือตอนปี 1 เนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นเรียนรวม มันจะมีวิชาที่แบบเรียนพร้อมกับเพื่อนหลายภาค เกือบ ๆ ทุกภาคแทบจะต้องเรียนวิชาเดียวกัน เป็นแบบฟิสิกส์ 1 อะไรพวกนั้น แล้วพอปีสูงขึ้นมามันก็จะเริ่มแยกไปตามภาคของแต่ละภาค

ก็ตอนปี 1 เนี่ย ถือว่าเอาจริงเป็นปีที่รู้สึกว่าสนุกแล้ว ก็ได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนเยอะมากที่สุด แล้วก็ช่วยกันติวช่วยกันอะไร เพราะมันวิชาเดียวกันด้วยมันก็จะต้องช่วยกันทุกคน ก็เลยคิดว่าปี 1 เป็นปีที่มีอะไรที่น่าจดจำมากที่สุด พอโตขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็เริ่มแบ่งแยกออกไปตามการทำงาน ปีสูง ๆ อาจจะสนิทกันน้อยลง แต่สุดท้ายก็วันรับปริญญาก็กลับมาเจอกันทั้งหมด ก็เป็นอะไรที่อบอุ่น แล้วก็คิดถึงโมเมนต์เดิม ๆ ครับ”
เหมือนตอนที่เราเรียนมันก็ควบคู่กับงานในวงการบันเทิงไปด้วย มันเป็นยังไงบ้าง? “ก็ เอ่อ พิษเบ๊บ เดอะ ซีรีส์ เป็นเรื่องแรกที่เดบิวต์เข้ามาในวงการบันเทิง เป็นช่วงประมาณปี 2 ครับ ประมาณปี 1 ปี 2 ปี 1 อาจจะเริ่มแคส ๆ แล้วก็ช่วงประมาณปี 2 คือถ่ายซีรีส์ ช่วงนั้นก็หนักหน่วงเหมือนกันนะ หนักทั้งตรงเรียนด้วยและหนักทั้งในกอง เพราะว่าตอนนั้นค่อนข้างจะเข้าห้องเย็นบ่อย เพราะเป็นเด็กใหม่ พ่อเอส แม่ฉอด กำลังติวเข้มเลย ก็เลยกดดันมาจากหลายทาง แต่สุดท้าย เราก็ทำมันออกไปจนได้”
ตอนนั้นปรับตัวทั้งเรื่องเรียนด้วย เข้าวงการบันเทิงด้วย? “ช่วงนั้นทางค่ายจัดตารางทงาน เรียน สอบ ด้วยใจเราอยากทำความฝันนักแสดง เราก็ทุ่มกับทางนั้นเยอะ เอาจริงๆ ผมจะบอกความลับเลย ไม่เคยบอกที่ไหน หลายคนถามว่าได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ไหม คือเกรดผมถึง เกรดผม 3.27 เกียรตินิยมอันดับ 2 ต้องได้ 3.25 แต่ที่ผมไม่ได้ก็ช่วงปี 2 นั่นแหละ ช่วงที่ถ่ายซีรีส์ ผมติด F ไป 1 จัว เข่เลยไม่ให้ ไม่อย่างนั้นสวันนี้ผมจะได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2”

แล้วปรับตัวนานไหม? “ช่วงนั้นก็ทุ่มวงการบันเทิงเยอะ ที่ติด F มันตามแก้ไม่ได้ ต้องลงใหม่ จากนั้นก็ไม่ติดเอ็ฟอีกเลย หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ปั้นมาเรื่อย ๆ ติดไปแล้ว รู้สึกเศร้า (แต่สาขาที่เขาเรียนคือปัญญาประดิษฐ์เลย?) ใช่ครับ เป็นหุ่นยนต์แล้วก็ปัญญาประดิษฐ์ครับ หุ่นยนต์ AI มันก็จะเป็นเหมือนแบบอนาคตที่เรากำลังแน่นอนต้องเจอ เพราะว่าโลกมันก็จะพัฒนาไปทางนั้นอยู่แล้ว ซึ่งผมก็เอาจริง ๆ ผมสนใจมาตั้งแต่ประมาณ ม.6 ตอนนั้นแล้วผมเข้าปี 1 ที่จริงไปเข้าที่ ม.บางมด ผมไปเข้าที่นั่นมาก่อนแล้วก็ซิ่วมาที่นี่ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ทั้ง 2 ที่ อันนั้นเป็นวิศวะหุ่นยนต์เหมือนกันของบางมด แล้วก็ย้ายมาเข้าวิศวะหุ่นยนต์ที่นี่อีกรอบ”
คิดว่าใช้อะไรในการต่อยอดจากที่เรียนจบมา? “เอาจริง ๆ ก็ ยังไม่มีไอเดียขนาดที่ว่าจะนำความรู้แบบหุ่นยนต์แบบเต็ม ๆ มา เข้าไปกับวงการบันเทิงได้ยังไงขนาดนั้น แต่ว่าอาจจะมีดูเรื่องเป็นแบบธุรกิจอะไรต่าง ๆ ในอนาคตมากกว่าที่ เพราะเราทำงานในวงการบันเทิงไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเรา เราก็อาจจะต้องแพลนในสิ่งที่มีความมั่นคง ช่วงนี้ก็เริ่มดูๆ ไปเรื่อย ๆ ครับ (หรือว่าอาจจะใช้ AI ทำธุรกิจด้วยใช่ไหม?) อันนั้นก็น่าสนใจถ้ามันสามารถมาพัฒนาไปถึงขั้นนั้นแล้วมันก็น่าจะช่วยให้ธุรกิจของเรามันไปข้างหน้าได้ดียิ่งขึ้น”
สมมุติว่าถ้าไม่ได้เป็นนักแสดง ไม่ได้เข้าวงการบันเทิงนะ แล้วเราจะต้องไปเป็นทำอะไร ประกอบอาชีพอะไร? “เอาจริง ๆ ค่อนข้างหลากหลายมาก คือเพื่อนผมเนี่ยไปหลายทางมากเลย มีที่ไปแบบเอ็นจิเนียร์จริง ๆ ก็มี แล้วก็ไปเป็นแบบ consume โอ้มีมากมายหลากหลาย มันไม่ได้เจาะจงไปถึงขั้นที่ว่าปัญญาประดิษฐ์ขนาดนั้น มันก็มันมีพวกความรู้ที่เป็นคอมพิวเตอร์ หรือสามารถไปได้หลากหลาย”
คุณพ่อคุณแม่ว่าอย่างไรบ้าง ภูมิใจขนาดไหน? “ก็มีเมื่อกี้เดินมาเจอ ป๊าป๊าม๊าม้าเนี่ยเค้าเดินมาหยิบฝบริญญามาเปิดดูก่อนเลย อย่างแรกก็รู้สึกว่าก็ภูมิใจครับที่วันนี้เรียนจบมาให้ป๊าม้าได้แล้ว แล้วก็จบ พร้อมเพื่อน 4 ปีด้วย”
มีซีนน้ำตาซึมไหม น้ำตาแห่งความภูมิใจ? “เอาจริง ๆ ก็ดีใจ ดีใจกันมาตั้งแต่ตอนซ้อมแล้วล่ะ เราแค่ได้มาใส่ชุดครุยตรงนี้แล้วก็มายืนถ่ายรูปในบรรยากาศแบบนี้ มันก็เป็นอะไรที่แบบฟูลฟีลแล้ว ก็ซึ้งมาก ๆ เลยครับ”

เรื่องการเรียนต่อคิดไว้บ้างไหม? “ก็มีความคิดบ้าง แต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน เพราะว่าตอนนี้น่าจะมาลุยกับวงการบันเทิงแบบเต็ม ๆ ก่อน เพราะว่าตั้งแต่ผมเข้าวงการบันเทิงมายังไม่เคยทำวงการบันเทิงแบบเต็ม ๆ เลย เพราะว่าตั้งแต่นั้นก็คือมีเรียนมาตลอด ก็เลยว่า จะลองมาทำตรงนี้ดูเต็ม ๆ ก่อน แล้วก็ในอนาคตอาจจะ ก็อาจจะมีไปดูทางเรียนต่อบ้าง อาจจะทางบริหารธุรกิจในอนาคตนะ แต่ก็เป็นเรื่องของอนาคต”
เป้าหมายวงการบันเทิง ชัดเจนขึ้นไหม อย่างล่าสุดก็เพิ่งได้รับรางวัลศิลปินยอดนิยมมา? “ก็ผมรู้สึกว่าอย่างที่เคยพูดไปในงานรางวัลล่าสุดนั่นแหละ ที่ว่าอยากจะทำ ให้เราเก่งไปในด้านนั้นจริง ๆ ไปเป็นนักแสดงที่เป็นนักแสดง เป็นตัวจริง เป็นนักแสดงจริง ๆ ที่เราสามารถไปเป็นตัวละครนั้นได้ เรียกว่าไร้ที่ติ แล้วก็สามารถไปอยู่ได้กับในทุก ๆ เรื่อง ในทุก ๆ ซีรีส์ อ๋อแล้วผมอยากลองเล่นหนังเหมือนกัน ตอนนี้ผมเพิ่งไปคุยกับ พ่อเอสแม่ฉอดมาเหมือนกันว่า อยากลองเล่นหนังบ้างเหมือนกัน ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะว่าก็ลองซีรีส์มาเยอะแล้ว แล้วก็อยากจะร้องเพลง”
มีติดต่อมาบ้างยัง เรื่องหนัง? “หนังตอนนี้ยังไม่มีครับ แต่ก็ติดต่อได้ ยินดีไปแคสเหมือนกัน พร้อมแล้ว พร้อมลุยตรงนี้เต็ม ๆ ผู้กำกับคนไหน แคสติ้งคนไหนก็ฝากผมไว้ด้วยนะครับ (อยากได้บทแบบไหน เป็นบทแรก?) ภาพยนตร์เรื่องแรกหรอ ผมเคยมีความรู้เกี่ยวกับหนังมา เอาจริงถ้าความฝันจริง ๆ เลยนะ ผมอยากเล่นแบบ Avenger Doom Day เนี่ยผมอยากเล่นมาก (อยากเป็นซูเปอร์เป็นฮีโร่?) เดี๋ยว รักลืมตายเนี่ย ออนใกล้ ๆ กับ Avenger Doom Day พอดี เดี๋ยวเจอเลยเดี๋ยวผมจะตัดคลิป Avenger เดิมออกมามี 14 ยมทูตเดิมออกมาด้วย เอามาเป็นแบบแก๊งค์ Avenger เลย”
มีให้ของขวัญอะไรกับตัวเองบ้าง กับการเรียนจบวันนี้? “ผมว่าของขวัญก็คือเวลาแล้วกัน เวลาหลังจากนี้ จะใช้ชีวิตเต็มที่และได้ทำในสิ่งที่เรารักเต็มที่ เอาจริง ๆ ผมรู้สึกว่าผมค่อนข้าง โตมาเร็วเหมือนกันเพราะด้วยเนื่องจากการทำงาน พอมันไปถึงในจุด ๆ นี้แล้วก็เลยรู้สึกว่าอยากจะ พัฒนาตัวเองในสิ่งที่ตัวเองได้เคยทำมาตลอดให้มันดีขึ้นไปอีก
แล้วก็อาจจะมาเพิ่มความสุขให้กับตัวเองในเวลาช่วงเวลาว่าง ที่มันจะว่างขึ้น มีแพลนไปธงไปเที่ยว พักผ่อน ไปเที่ยวให้สะใจไปเลย มีแพลนทริปที่คุยกับป๊าม้าไว้ คุยกับแพนด้าด้วยเพราะว่าน้องผมไปเรียนต่อแล้วที่อังกฤษ แล้วเราจะไปดูบอลด้วยกัน ศึกวันแดงเดือด เป็นครอบครัวแดงเดือดครับ ก็ไปดูบอลที่สนามจริงที่นั่น น่าจะเป็นอันนั้นแหละที่น่าจะเป็นของขวัญ เป็นทริปที่แพลนไว้แล้ว ดูน่าจะสนุกมาก ผมกับป๊าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสิครับ ส่วนแพนด้ากับม๊าคือลิเวอร์พูล แบ่งครึ่ง ๆ แต่ว่าทริปนี้สนุกแน่ สนุกแน่นอน”
พูดถึงแฟนคลับที่ซัพพอร์ตเรามาตั้งแต่ต้น? “เค้าดีใจกับเรามาตลอด ถ้าไม่มีพวกเค้าเอาจริงพวกผมก็อาจจะไม่มีแรงที่จะมาให้จบได้ในวันเดียวกัน เพราะว่าเอาจริงเค้าเป็นเหมือนมัมหมี ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่ามัมหมีออนไลน์ หรือมัมหมีอะไร เอาจริง ๆ เค้าก็เป็นเหมือนครอบครัว ๆ หนึ่งของผม ที่สนับสนุนผมมาตลอดเหมือนกัน
แล้วก็จนวันนี้นะข้างล่างนี้ก็มีฟู้ดซัพพอร์ต มีพิซซ่า มีเบอร์เกอร์ ก็ขอบคุณจริง ๆ ในทุก ๆ อย่างที่เค้าสนับสนุนผมมาตั้งแต่วันแรก ตอนนั้นเพิ่งออดิชั่นเข้ามาไม่รู้เรื่องเลย ยอดฟอลไอจีหลักพัน ก็ขอขอบคุณมากที่จับมือเดินด้วยกันมาถึงตรงนี้ แล้วก็หวังว่าทุกคนเนี่ยจะอยู่กับภผมไปแบบนี้ ถึงอาจจะไม่ได้พูดว่าตลอดไป แต่ก็อาจจะพูดว่าอยู่กับผมให้ได้นานที่สุด แล้วก็ใช้ชีวิต enjoy โมเมนต์ร่วมกันไปเรื่อย ๆ แล้วกันก็ รักทุกคนนะจ๊ะ”