หนุ่ม ศรราม รับล้มแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นการมีชีวิตคู่ เล่าบทเรียนที่ไม่มีใครรู้ วีจิ ทำให้พ่อลุกขึ้นมาได้ เผยมีทางลงในใจวันที่ไม่ได้เป็นพระเอกแล้ว ตอบเรื่องรักครั้งใหม่ พิธีกรอุทานแรงเลย
รายการ คนล้มลุก ทางช่อง Workpoint โดยพิธีกร อั๋น ภูวนาท เปิดใจ หนุ่ม ศรราม ถึงมรสุมชีวิตคู่ ย้อนเวลากลับไปก็ยังคงจะแต่งงานอยู่ เพราะถ้าไม่ได้แต่งงานก็จะไม่มี วีจิ ลูกสาว เปิดใจถึงในวันที่ไม่ได้เป็นพระเอกเบอร์หนึ่งแล้ว
หนุ่ม ศรราม รับล้มแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นการมีชีวิตคู่
ตอนที่พี่หนุ่มมองชีวิตตัวคิดว่า ศรราม เทพพิทักษ์ ล้มแรงที่สุดในชีวิตเรื่องอะไร?
“ผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องของถ้าเอายุคสมัยที่ถูกเปลี่ยนแล้ว โซเชียลมาแล้วมันก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่มันเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของการมีชีวิตคู่มากกว่า แต่เพียงแต่ว่าพี่คงต้องตอบได้แต่เพียงแค่นี้ ”
“เพราะพี่รู้สึกว่ามันจะกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของวีจิ แล้วก็ต่อบุคคลที่ 3 หรือใครก็ตามที่ระยะเวลามันถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางสิ่งบางอย่างมันอาจจะถูกพัฒนาไปในทางที่มันดีขึ้นแล้ว ”
พี่หนุ่มเรียนรู้อะไรจากการล้มในครั้งนี้?
“เรียนรู้ว่าเราควรจะต้องใช้เวลา แล้วก็บางสิ่งบางอย่างพิจารณาให้ถ้วนถี่กว่านี้
พี่หนุ่มเป็นคนที่รักคนง่ายนะ สนิทกับคนง่าย ไว้ใจคนง่าย นี่เป็นคาแร็กเตอร์เราเลย แล้วก็เป็นคนที่รักใครก็รักสุด คือมี 100 กับ 0 ไม่รักกับรัก ไม่มีผมคบกับคุณแค่พอดีพอดี ไม่ใช่ ”
“อั๋นเป็นน้องโทรมาขอความช่วยเหลืออะไรมีอะไร 100% เต็มที่ แต่ถ้าไม่มีอะไรซึ่งต่อกันซึ่งกันและกัน ผมก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักคุณเลย เป็นคนแบบนี้ เป็นคนขาดความพอดี”
“แต่สิ่งเหล่านี้มันก็สอนให้เรามีบทเรียนคือ เราได้มีโอกาสดูแลอีก 1 ชีวิตซึ่งผมคิดว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ดีและมีคุณค่าสำหรับผมในชีวิตอีกของการเป็นซามูไรพ่อลูกอ่อนกับวีจิ ไม่อย่างงั้นก็คงไม่ได้วีจิมา พอผ่านมา 7 ปี 8 ย่างเข้าปีที่ 8 เราเอามาเวทกันแล้ว คุ้มที่ได้ วีจิ ”
ณ วันนั้นเรามีความกลัวมั้ยที่จะเป็นพ่อเลี้ยงเดียวซึ่งเราไม่มีประสบการณ์?
“ไม่กลัวเลยคืออธิบายแบบนี้พอมีแฟนเราก็มีโกล เพราะเราเรียนเซนต์คาเบรียลเราชายล้วน เวลาที่เราไปจีบผู้หญิง โกลเราไม่ได้เป็นเราไม่ได้เป็นล่าแต้ม โกลเราคือคบเพื่อที่เราจะได้มีอนาคตด้วยกัน มีครอบครัว มีอะไรอยู่แล้ว”
“เพราะฉะนั้นโกลเรา มันก็คือยังไงวันหนึ่งก็ต้องแต่งงานมีลูกอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันจะเป็นใครแค่นั้นเองที่เจอกัน เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ต่างๆมันกลับมาเกิดกับสิ่งที่เป็นคนๆนั้นไง มันพลิกล็อก”
สิ่งทั้งหมดความยากซับซ้อนขึ้นไปอีกคือมันอยู่ท่ามกลางการรับรู้ของคนทั้งประเทศ ในมุมของ 2 คนกับเรื่องของกฎหมาย แต่วงข้างนอกเราไม่สนใจก็ไม่ได้ ศรราม คนสาธารณะของประเทศ เราทำไง?
“เวลาที่บางทีเราเฟล คนไม่ค่อยรู้หรอก เพราะว่าเราทำงานในวงการนี้ ภายนอกเราต้องยิ้มตั้งแต่เช้า เราต้องสดชื่นเราไปทำงานเราให้ความสนุกกับทุกคน พี่ไม่มีอะไรมากเลยวันนั้นพี่มีวีจิเป็นที่ตั้งอย่างแรกก่อน สมรภูมิแรกของพี่ และสมรภูมิเดียว แล้วพี่ก็เริ่มจากสมรภูมิคือหัวใจของพี่ต้องปลอดภัยก่อน อะไรปลอดภัยพี่ทำทัน แล้วค่อยๆคลี่คลาย อันนี้ไม่ได้ตัดทิ้ง ไม่ได้ตัดทิ้ง ไม่ได้ตัดทิ้ง ”
หนุ่ม ศรราม เล่าบทเรียนที่ไม่มีใครรู้ วีจิ ทำให้พ่อลุกขึ้นมาได้
“ให้อภัย 1 2 3 4 ให้อภัยหมดครบทุกอย่างแล้ว ใช้ความเป็นมนุษย์ทุกอย่างแล้ว ใช้ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สำนึกในพระคุณในเวลาที่เราลำบากและคนอื่นช่วยเหลือเรา เอามาตรึกตรองกับเหตุผลทุกอย่าง”
“แล้วตัดสินใจเลือกทำทำ ทำ ทำ พอมีวีจิปุ๊บตัดสินใจว่าเดี๋ยวจะเลี้ยงวีจิคนเดียว เลี้ยงให้ดี เลี้ยงให้มันได้นี่แหละ อยู่กัน 2 คนพ่อลูกยังไง มันต้องรอดสิวะ คนอื่นเขายังรอดเลยแล้วเราจะไม่รอดได้ยังไง ”
ถ้าจะบอกว่าล้มครั้งเนี้ยลุกขึ้นเพราะวีจิ?
“ถูกต้อง เพราะไม่อย่างนั้น มันพาตัวเองไปทำงานไม่ได้งานก็ต้องออกไปทุกวันไม่รู้ว่าเรื่องทางบ้านจะเป็นยังไงคือต้องแยกร่างมาก”
วันนั้นมันต้องมีทั้งโกรธทั้งเกลียด ทั้งกลั้วๆกับรักด้วยผูกพันด้วยความรู้สึกหลากหลายมากทำยังไงที่เราจะไม่เผลอไปโกรธเกลียด?
“ทำไม่ได้หรอก ก็ต้องมีความรู้สึกโกรธ มีความรู้สึกเกลียด (อั๋น :เคยเผลอกลับมาโทษตัวเอง) โทษตัวเอง เราเป็นคนเลือกเองทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่เรากำหนดเราผิดพลาดเองเราไม่โทษคนอื่นเลย เราผิดพลาดเอง แต่ความผิดพลาดนี้มันจะต้องถูกแก้ไขด้วยตัวเราเหมือนกัน ”
มีช่วงที่ให้อภัยตัวเองไม่ได้มั้ย?
“มี แต่ต้องเร็วเพราะว่าทุกอย่างมันเร็ว ทุกอย่างมันคือเงินด้วย ทุกอย่างมันคือเวลาด้วย ทุกอย่างมันคือความปลอดภัยด้วย ทุกอย่างมันคือการตัดสินใจว่าเฮ้ยศรรามกำลังจะระเบิด ใครจะถอดสลักวะ”
แล้วตอนนั้นรู้สึกขนาดนั้นมั้ยว่าจะระเบิด?
“ใช่ๆ ศรรามกำลังจะระเบิด เราเข้าใจตัวเราเองว่าเรามี 100 กับ 0 เนี่ยแต่เรากำลังจะระเบิดแล้ว ถ้าเกิดเราระเบิดมันไม่เหลืออะไรหน้าไหนมันก็ไม่เว้น ”
หนุ่ม ศรราม เผยมีทางลงในใจวันที่ไม่ได้เป็นพระเอกแล้ว
ย้อนกลับไป ถึงเราจะรู้สึกว่าศรราม เป็นพระเอกในความรู้สึกเป็นพระเอกตลอดกาล มันมีจุดเปลี่ยนของความเป็นพระเอกหรืองานที่เบอร์ 1 แบบไร้เทียมทานอยู่ดีๆจุดเปลี่ยนที่ไม่เหมือนเดิม จากนี้ไม่ใช่พระเอกแล้วนะ มันมีเกิดขึ้นกับศรราม เทพพิทักษ์มั้ย?
“มันมีครั้งหนึ่ง อาร์เอส เปิดอุตสาหกรรมละครขึ้นมา เรด ดราม่า (บริษัท เรด ดราม่า จำกัด) แน่นอนผมคงเป็นนักรบคนแรก เบอร์ 1 ของค่าย ตรงนั้นเราผลิต 3 5 7 9 ทุกช่องมีผมหมด โดยที่ผู้บริหารของบริษัท รด ดราม่า คือพี่แดง นพดล มงคลพันธ์ เป็นผู้กำกับคู่ใจของผมตลอดเวลา ขณะที่ผมอยู่อาร์เอส ตี๋ใหญ่ก็ทำพุทธานุภาพก็ทำ คู่กรรมก็ทำ ประสบความสำเร็จ”
“อยู่ๆวันหนึ่งพี่แดงเสีย ผู้กำกับคู่ใจเสีย เฮียก็เลยยุบแผนกนี้ไป บวกกับตอนนั้นบริษัทกำลังมีอุตสาหกรรมอื่น เช่น เป็นขายตรง เริ่มจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น อุตสาหกรรมละครของอาร์เอสเลยถูกจบลง”
“ผมไม่เคยเซ็นสัญญากับช่องไหน พออาร์เอสไม่ทำละคร ผมถึงเริ่มมารับละครของช่องวัน ผมเริ่มมาถ่ายบัลลังก์เมฆ สลักจิต อะไรต่างๆ แล้วก็มาเป็น คลับฟรายเดย์ ของพี่ฉอด มาเปิดสามีสีทองให้ช่องอมรินทร์ มาเปิด บังเกิดเกล้า จนได้รางวัลนาฏราช เริ่มทำงานในรูปแบบอิสระ”
“วันนั้นถามว่ามันอกหักแบบที่อั๋นพูดมั้ยมันก็ไม่ เพราะในลักษณะที่เราไปเล่นเรามีพระเอกที่เป็นรุ่นเด็ก แต่เราเป็นพ่อ แต่เป็นพระเอกคู่ใหญ่ ”
ด้วยความที่ ศรราม เทพพิทักษ์ ตอนพีกคือพีกมาก แต่ไม่มีใครในโลกนี้พีกได้ตลอด วันที่เรารู้สึกว่าเรา off peak พี่หนุ่มมีช่วงที่เรารู้สึกแบบนั้นมั้ย มันค่อยๆลงหรือมันมีจังหวะคะมำลงมามั้ย?
“ผมไม่เรียกว่าคะมำดีกว่า ผมคิดว่าผมมีทางลงในใจของผมอยู่แล้ว แล้วผมก็เตรียมตัวกับมันมานาน เพราะว่าคุณพ่อผมเป็นนักแสดง เป็นผู้กำกับการแสดงด้วย ”
“เราก็เห็นเส้นทางชีวิตของนักแสดงอยู่แล้ว วันหนึ่งเป็นนักแสดงอาวุโสเป็นยังไง ถูกทรีทยังไง งานน้อยลงยังไง เพราะฉะนั้นเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ มันจะเป็นสิ่งที่หุ้มตัวเราในเวลาที่เราไม่ใช่ศรรามอีกต่อไป”
“เราเป็นแค่นักแสดงคนหนึ่งที่เรามารับบทพ่อ หรือมารับบทผู้ร้ายในเรื่องนี้ แต่เป็นตัวเอก แต่เราไม่ใช่พระเอกแล้ว”
เรากลัวมั้ยว่างานในวงการบันเทิง ณ ตอนนี้มันสั่นคลอนกันมากๆเลยที่เขาพูดว่าละครมันน้อยลง?
“ใช้เวลาอยู่สักระยะหนึ่ง ในการที่เริ่มจะเรียนรู้เรื่องออนไลน์ เป็นเป็นคนไม่เรียนหนังสือเป็นคนอยู่ในสนามฟุตบอล เรียนไม่เก่ง ไม่ชอบเรียนเลย แต่เรื่องออนไลน์เราต้องเรียนไง ต้องใช้ระยะเวลานานๆพิสูจน์ว่าโลกมันเปลี่ยนจริงๆมันไม่กลับมาทีวีแล้วเหรอวะ แน่นอนจริงๆแล้วเหรอ กว่าจะทำใจได้ใช้เวลาอยู่นาน แต่ไม่ได้บอกใครก็คือดูแลลูก ทำตัวเองให้มีความสุขแล้”ว
“ก็อย่างที่บอก บางทีผมต้องกินข้าวกับลูก 3 มื้อ ผมก็ต้องกินข้าวกับลูกกินเหลือผมก็กิน บางทีน้ำหนักมันก็ขึ้นก็อ้วนบ้าง ก็โดนชาวเน็ตโซเชียลอัดมา ทัวร์ลงมั่งอะไรมั่ง แต่ผมรู้สึกว่าพอผมเข้าใจระบบอะไรใหม่แล้ว ผมรู้สึกว่าผมทำตัวเองให้มีความสุขดีกว่า”
วันที่โดนทัวร์ลงมีพี่เลี้ยงลูกออนไลน์ช่วยเลี้ยลูกหรือแม้แต่โดนบูลลี่ บางรูปที่มันเอามาลงก็เกินจริง มันมีเจตนาทำไมเลือกรูปนี้ วันนั้นเราเซมั้ย?
“แยกกันก่อนระหว่างแฟนคลับที่เมื่อสมัยก่อนเขาคือผู้ที่มีพระคุณถ้าเขาไม่ดูทีวีหรือเขาไม่สนับสนุน เราก็อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียง”
“กับหนึ่งในคอมเมนต์ที่โผล่เข้ามา กูก็ไม่รู้จักมึง มึงก็ไม่รู้จักกู เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นที่กูต้องสนใจ แต่มันอยู่ในพาร์ทไหนที่กูรู้สึกยังไง วันนี้กูจะรู้สึกอารมณ์ดีอยู่ที่พออ่านคอมเมนต์แล้วกูอารมณ์ดี แต่ถ้าเกิดกูอารมณ์ไม่ดี กูก็จะด่ากลับ”
“ตามอารมณ์ มึงใช้อารมณ์กับกูป่ะล่ะ ช่องคอมเมนต์เนี่ย คุณอย่าออกแต่ความคิดเห็นคุณ คุณต้องรับความคิดเห็นของคนอื่นด้วย ผมก็มีความคิดเห็นต่อคุณได้เหมือนกันไง”
หนุ่ม ศรราม ตอบเรื่องรักครั้งใหม่ พิธีกรอุทานแรงเลย
ยังคิดว่าจะมีความรักมั้ย?
“เสียวอยู่นะ (อั๋น : (หัวเราะ)หูยยยยไม่คิดว่าจะได้คำตอบนี้เลยคือ…) ทุกวันนี้ไปออกรายการไหน เขาก็จะถามว่า วีจิหวงพ่อมั้ย วีจิก็จะบอกหวง ให้ปะป๊ามีแฟนมั้ยไม่ให้แล้วหนูจะมีแฟนมั้ยลูก ไม่มีหนูจะดูแลปะป๊า”
“ถ้าวันหนึ่งจริงๆวีจิมีแฟนขึ้นมา ผมต้องอยู่คนเดียว แล้วถ้าวันนั้นมันมาถึง แล้วมันเกิดมีความรู้สึกแบบนั้นขึ้นมา ผมก็ไม่กล้าตอบ เพราะว่าผมก็ไม่แน่ใจ แต่ผม
คิดว่าต้องลูกมีแฟนก่อน”
ทุกวันนี้บอกตัวเองมั้ยว่าจะไม่มีความรักใหม่?
“ไม่ได้บอกแต่คิดว่าแฟนเนี่ย แฟนนะ ไม่ใช่แบบว่าเป็นครอบครัวแต่งงานใหม่อีกที่ไม่ใหญ่ถึงขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นแฟนแบบเป็นเพื่อนไปกินข้าวกัน หรือว่ามีความรู้สึกดีๆให้กันเนี่ยไม่แน่ แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับลูกก่อน ความรู้สึกหลักของผมคือผมให้ลูกไปหมดแล้ว”
เคยรู้สึกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่แต่งงานมั้ย?
“ไม่ เพราะไม่งั้นก็ไม่ได้วิจิมา ”
ที่มา คนล้มลุก