เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคู่รักที่จับมือเดินทางเคียงข้างกันมาอย่างยาวนาน สำหรับพระเอกหนุ่ม ไผ่ พาทิศ และนางเอกสาว น้ำตาล พิจักขณา ที่เพิ่งจะมีข่าวดีให้แฟนๆ ได้เฮ หลังฝ่ายชายทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานไปเมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุดความรักของทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงวันครบรอบความรัก 14 ปี งานนี้ หนุ่มไผ่ ขอเปิดโหมดหวาน โพสต์ข้อความสุดซึ้งถึงแฟนสาว

น้ำตาล

ล่าสุดวันที่ 5 ต.ค. น้ําตาล พิจักขณา ได้มาร่วมงาน เปิดจักรวาลแห่งความรัก “IN HARMONY UNIVERSE” กับงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “IN HARMONY มากกว่านี้ก็เรียกว่ารัก” ณ ห้อง ริชมอนด์ แกรนด์ บอลรูม ชั้น 6 โรงแรม แกรนด์ ริชมอนด์ (นนทบุรี) พร้อมอัพเดตงานแต่ง

น้ำตาลเผยว่าได้ฤกษ์แต่งงานแล้ว โดยงานที่แพร่จัดช่วงคริสต์มาสปลายปีนี้ เป็นงานครอบครัวในจัดพิธีแบบทางภาคเหนือ ส่วนกรุงเทพฯ จัดต้นปีหน้า ตอนนี้เตรียมงานที่แพร่ไปแล้วประมาณ 60% ยอมรับว่าตื่นเต้น หลังแต่งก็วางแผนมีลูกทันที

น้ำตาล

ครบรอบ 14 ปี? “ก็ดีค่ะ ผู้ชายบอกว่าใช้คำว่าแฟนเป็นปีสุดท้าย ก็ต้องนิดนึง” (ได้ฤกษ์แต่งแล้วหรอ?) “ได้แล้วค่ะ ที่แพร่จะเป็นปลายปีนี้ ส่วนที่กรุงเทพจะเป็นต้นปีหน้า ที่แพร่จะเป็นงานครอบครัว ก็อาจจะเป็นกลุ่มเพื่อน เราก็ค่อนข้างที่จะเกรงใจเพื่อน เพราะมันอยู่ในช่วงของเทศกาลปลายปี”

อีกไม่กี่เดือนแสดงว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว? “ที่แพร่ก็เตรียมไปค่อนข้างเยอะแล้วค่ะ ก็ใกล้แล้วฝากความหวังทั้งหมดไว้กับออแกไนซ์ เป็นธีมงานเหนือ (กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?) ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ที่จริงเกรงใจเพื่อนแล้วก็ผู้ใหญ่มากๆ แต่ไปๆ มาๆ ทุกคนอยากจะไปดูพิธีที่แพร่ เพราะว่าที่กรุงเทพอาจจะไม่ได้มีพิธีอะไร ก็อาจจะมีแถลงข่าว แล้วก็ฉลองไปเลยสนุกๆ เลย”

น้ำตาล

อย่างที่แพร่คือจัดที่บ้านหรือไปจัดที่โรงแรม? “ที่แพร่ตอนนี้โรงแรมเริ่มแบบไม่พอ ขอโทษทุกคน ณ ที่นี้ด้วยที่อาจจะไม่ได้ทั่วถึง แขกคุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างที่จะเยอะ ตกใจเหมือนกันตอนที่เห็นรายชื่อ เพื่อนเราจะอยู่ตรงไหน หรือสนามกีฬาจังหวัดต้องเข้าแล้วจริงๆ หรือว่าเราขายบัตรสแตนเชียร์ไปเลยเหมือนงานเลี้ยงช่อง 3 ตอนแรก 250-300 ตอนนี้ทะลุไป 400 กว่าแล้วค่ะ กลายเป็นงานใหญ่”

วันของที่แพร่วันไหน? “ที่แพร่น่าจะเป็นช่วงคริสต์มาสค่ะ พอดีๆ มันเป็นฤกษ์งามยามดีช่วงเวลานั้น ที่จริงอาจจะเป็นฤกษ์รองลงมาแต่ว่าเราก็เอาที่สะดวกของเราด้วย เราคิดว่าคงไม่มีใครมาเยอะหรอกเพราะว่าเป็นช่วงเทศกาล กลายเป็นแบบว่าทุกคนอยากมามากๆ ตอนนี้ตั๋วเครื่องบินไม่พอทุกคนจะมารถไฟ ทุกคนสนุกมากจนนี่ต้องไปลองนั่งรถไฟดูว่ามันโอเคกับทุกคนแล้วใช่ไหม”

น้ำตาล

แต่มุมนึงก็ดีใจใช่ไหม? “ดีใจมาก ด้วยความที่เราคบกันมา 14 ปี หลายคนก็อยู่ในช่วงระยะเวลาการเดินทางของคู่เรามา”

ตื่นเต้นไหมงานเรา? “ตื่นเต้นค่ะ คือตื่นเต้นทุกอย่างเพราะว่ามันเป็นครั้งแรกของเรา แล้วก็เป็นครั้งแรกของเขาด้วย เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นค่อนข้างที่จะไว หมายถึงว่าตอนแรกเราคิดว่าจะเป็นปีหน้าหรือเปล่า แต่คุยไปคุยมาก็เอาเป็นปีนี้แหละ ให้มันจบภายในปีนี้แล้วก็ต้นปีไปเลยดีกว่า อะไรหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างก็พร้อมแล้วค่ะ”

เครียดมีไหม? “จริงๆ แล้วพี่ไผ่อยากให้เราหยุดรับงานก่อน แต่ตาลบอกเลยว่ารับจนวันแต่งเลย เดี๋ยวจะเปิดซีรีส์ใหม่อีกเรื่องนึง คือเราก็อยากพยายามอัดๆ ไว้ก่อน เพราะว่าชอบทำงานนะคะ แต่งงานแล้วก็ยังทำงานได้ คือเรากลัวว่าแต่งงานไปแล้วเรามีเบบี๋แล้วเราก็ต้องหายไปเป็นปี”

แสดงว่ามีแพลนแต่งแล้วจะมีเบบี๋เลย? “ใช่ค่ะ ก็แพลนไว้แล้ว ด้วยความที่คบกันมานานแล้วตอนนี้อายุพี่ไผ่ก็แตะเลขสี่แล้ว ตาลก็ 35 แล้วปีหน้าก็ 36 แล้วเราวางแผนกันว่าอยากมีซักสองคน อยากให้มีพี่กับน้อง หลายคนก็เชียร์ว่าแฝดเลยไหมเพราะว่าฝากไข่ไว้แล้ว แต่ว่าเราอยากให้มีช่วงระยะเวลาของเขา เพราะว่าเรามีพี่น้องพี่ไผ่ก็มีพี่น้อง ก็เลยอยากให้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของลูกคนแรก อีกซักปีสองปีก็เป็นอีกคนนึง”

ขอพึ่งวิธีธรรมชาติก่อน? “ใช่ๆ ลองดูก่อนว่ายังไง (แล้วถ้ามาเลยเรื่องซีรีส์ล่ะ?) รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้แฮปปี้มากเพราะซีรีส์เดี๋ยวนี้ถ่ายกันประมาณสองถึงสามเดือน นี่เดี๋ยวกำลังจะเปิดกล้องเรื่องสุดท้ายแล้ว ก็เลยโอเคสามเดือนจบแน่นอน”

เรื่องมีลูกไผ่ก็มองเหมือนเราใช่ไหม? “คือที่เค้ารีบขอเพราะว่าเค้าอยากมีลูกด้วย อีกส่วนนึงเค้าก็คงรู้สึกว่าถ้าไม่ขอเราก็คงเลื่อนไปเรื่อยๆ อะไรแบบนี้ อย่างที่บอกว่าเราทำงานและเราก็ยังอยากทำงานตรงนี้ แต่ก็เข้าใจความเป็นครอบครัวแล้วก็ด้วยวัยของผู้หญิงมันมีข้อจำกัดด้วย เราก็ทำเป็นอุ่นใจแล้วเพราะว่าเราฝากไข่ไว้แล้ว เราก็นิ่งนอนใจ แต่ก็มีก็ได้ ก็ถึงเวลาแล้ว เพราะตอนนี้เพื่อนสนิทหลายคนก็มีนำไปแล้ว ก็อยากให้ลูกเป็นเพื่อนกัน ล่าสุดไปนครนายกแล้วเจอครอบครัวพี่น้ำแล้วเค้ารู้สึกว่าดีจังเลยมีลูกเป็นเพื่อน และเค้าก็อยากได้ลูกไปเข้าป่ากับเขาแทนหนู เราก็รู้สึกว่าเค้าก็ก็คงแฮปปี้ที่ได้พาลูกไปทำกิจกรรมอะไร และเราก็ไม่อยากให้ต่างเจนกันมากเกินไปเดี๋ยวเราจะตามไม่ทัน”

มองภาพเราเป็นคุณแม่ยังไง? “ทุกคนบอกว่าถ้าเรามีเดี๋ยวมันจะมาเองความเป็นแม่ ถามแม่ตัวเองเหมือนกันว่าเป็นยังไง คุณแม่ก็บอกว่าตอนนั้นก็เลี้ยงกันมาสองคนกับพ่อ เดี๋ยวพอมีลูกแล้วทุกอย่างธรรมชาติจะจัดสรรให้เราเอง ยุคนี้เลี้ยงลูกก็ดูง่ายด้วยไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องอยู่ไฟ เดี๋ยวนี้เราเห็นเพื่อนเราอุ๊ยแป๊บเดียวออกบ้านแล้วหรอ ก็เลยรู้สึกแฮปปี้ดี”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน