หน่อย บุษกร เปิดใจวัยทอง ฮอร์โมนสวิง-แพนิค โยคะช่วยฮีลสติ ใช้ธรรมะรับมือ เผยสงสาร “เต้ย” หลังเลิกแฟน เตือนโซเชียลอย่าซ้ำเติมหรือตัดสินใคร สอนลูกระวังเรื่องบูลลี่-แบล็กเมล์ นึกถึงใจเขาใจเรา

หน่อย บุษกร มาร่วมงาน “ตะวันลวง Beneath The Lies Premiere Night with Gulf & Kao” ชั้น 6 บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอนซีนีเพล็กซ์ ได้เปิดใจถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองในวัย 50+ ยอมรับเคยเจอช่วงฮอร์โมนสวิง นอนไม่หลับ รวมถึงมีอาการแพนิคจนต้องพบแพทย์ แต่สุดท้ายเลือกใช้ธรรมะเข้ามาช่วยดูแลตัวเอง พร้อมยอมรับว่าการปล่อยวางเป็นเรื่องยาก แต่ต้องเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทันตัวเองและเข้าใจว่าอาการต่างๆ ส่วนหนึ่งมาจากฮอร์โมน

ขณะเดียวกันยังพูดถึง “เต้ย จรินทร์พร” น้องคนสนิท หลังประกาศเลิกรากับแฟน เผยได้พูดคุยและ FaceTime ถามไถ่สภาพจิตใจ พร้อมฝากถึงคนบนโลกโซเชียลว่าอย่าตัดสินหรือต่อว่าชีวิตใครด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังความสัมพันธ์ของแต่ละคนเป็นอย่างไร รวมถึงเปิดใจถึงการสอนลูกชาย “น้องคุณ-น้องจุน” ให้รับมือกับโลกโซเชียล โดยเฉพาะเรื่องบูลลี่และแบล็กเมล์

ถามถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเอง?
“เคล็ดลับการดูแลตัวเองคือกินดี คิดดี นอนดี แรกๆ พี่ก็เป็นช่วงวัยทอง ฮอร์โมน พี่ก็นอนไม่หลับ พบแพทย์ก็มี แพนิคขึ้นก็มี ก็ผ่านมาแล้ว คือทุกอย่างต้องบอกว่าสุดท้ายเราก็ใช้ธรรมมะเข้ามาดูแลตัวเอง แล้วก็ปล่อยวาง ทำยาก แต่ว่าก็ต้องทำ ก็มีช่วงที่ฮอร์โมนสวิง ความเครียด แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ผ่านไป เกี่ยวกับอายุด้วย เกี่ยวกับฮอร์โมน เกี่ยวกับวัยทอง”

ซีเรียสกับคำว่าวัยทองไหม?
“ไม่ซีเรียสค่ะ เดี๋ยวพวกเธอก็ต้องเจอค่ะ คือเคยฟังรุ่นพี่เขาบอก รับมือไม่ไหวสวิง ก็เคยได้ยินมา แต่สุดท้ายแล้วพอเป็นตัวเราเอง มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น ก็อยู่ที่ยอมรับ เราต้องรู้ทัน มีสติ รู้ว่าอันนี้คือฮอร์โมน”

แล้วคนรอบข้างล่ะ อย่างลูก สามี?
“นั่นแหละ อันนั้นน่ะสำคัญ เขาต้องรู้ด้วยว่าอันนี้คือฮอร์โมนนะ ก็ต้องบอกเขา ก็ต้องบอกเขาวันดีๆ ก็จะบอกว่า อันนั้นน่ะไม่ใช่เรา อันนั้นน่ะมันฮอร์โมนวัยว้าวุ่น เราก็จะมีเหตุผล มันผ่านไปแล้ว มันคือฮอร์โมน แล้วโชคดีที่พี่ไม่ได้เป็นคนที่ไม่เจอกับความผิวแห้ง แต่ก็มีการดื่มน้ำไปเรื่อยๆ เราเป็นคนที่ไม่ทานเครื่องดื่มหวานๆ แต่พวกขนมไทยชอบทาน ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เริ่ม 30 แต่พอตอนนี้มัน 50 กว่าแล้ว 20 กว่าปีแล้วที่ดูแลตัวเอง”

“ซึ่งมันเป็นการค่อยๆ ปรับ แต่พี่คิดว่าคนยุคนี้เขาดูแลตัวเองกันดีอยู่แล้ว ซึ่งพี่เองเพิ่งจะเริ่มมาออกกำลังกายจริงจังแบบคาร์ดิโอ สี่ห้าปีที่ผ่านมานี่เอง เพราะว่าก่อนหน้านี้พี่เล่นแต่โยคะ แล้วสำหรับพี่ การฝึกโยคะมันได้ทั้งลมหายใจ สติ ในตอนที่เป็นช่วงวัยทอง คนจะอาจรู้สึกว่ามันสวิง แต่พี่เหมือนโยคะเข้ามาช่วยฮีล ให้เรามีสติกับลมหายใจ แต่ก็เท่าที่ได้นะ เพราะว่าจริงๆ แล้วมันก็จะมีสวิงนั่นแหละ”

ขี้บ่นไหม?
“ลูกๆ อาจจะบอกว่าเป็น แต่ตัวเราไม่รู้ คือลูกๆ อาจจะต้องเดินหนีเรา แต่ในขณะเดียวกันพอเราฮอร์โมนจะหมด แล้วลูกฮอร์โมนกำลังพุ่ง ก็เหมือนสวนทางกัน ก็ต้องมีแบบปรับกันนิดหนึ่ง แล้วก็โชคดีที่มีพ่อช่วย เขาจะได้อยู่กับลูก”

เป็นผู้หญิงคนเดียวในบ้าน ?
“ก็บอกแล้วว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีพ่อก็เหมือนเป็นลูกคนโต เขาก็เป็นเพื่อนเล่นของลูก”

แล้วกิจกรรมที่เห็นก็คือกิจกรรมของพ่อเป็นหลัก?
“คือแทรกเข้าไปไม่ได้ พี่ต้องถูกแทรกเข้าไปกับเขา ต่อต้านไม่ได้ก็ต้องเข้าร่วม อย่างเล่นสกีจริงๆ เป็นคนที่กลัวความสูงเลย ใจเหมือนเป็นลม แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องสู้ เขาเล่นกันก็ต้องไปกับเขา”

มีไม่ไหวบ้างไหม?
“ก็มี บอกเขาว่าไม่ไหวแล้ว ไม่เล่นแล้วนะ พ่อก็ยอมไปแคนเซิลให้”

แล้วหนุ่มๆ เข้าใจความเป็นผู้หญิงไหม?
“ตอนนั้นเขายังเด็ก แต่ว่าตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เขาจะรู้ว่าถ้าจะไปในที่สูงๆ แม่รอตรงนี้ ให้แม่เล่นอยู่ตรงนี้ เซฟกว่า เขาก็จะไปกับพ่อ อะไรที่มันแอดเวนเจอร์เขาก็จะไปกันเอง แต่แม่ก็จะเน้นอยู่ในเมือง”

เราก็ไม่ต้องโชว์ความเป็นพลังแม่ให้เขาเห็นขนาดนั้น?
“ใช่ๆ เราก็ต้องเซฟเข่าเราด้วย เขาก็ดูแลเรา เขาก็เป็นห่วง เราก็บอก ปล่อยแม่ไว้ตรงนี้นะ ไปเล่นกันตามสบาย ค่อยกลับมารับ แล้วค่อยมากินข้าวด้วยกัน เขาก็จะเข้าใจว่าแม่ไม่ไปแน่นอน ปล่อยแม่ไปช้อปปิ้ง เดินเล่นอยู่คนเดียว คนเล็กอะ เขาจะชอบบอกว่า ขอไปเดินเล่นกับแม่ เพราะว่าเขาจะได้กางเกงตัวใหม่ เขาก็จะคิดว่าแม่เป็นกระเป๋าตังค์”

ขออนุญาตถามถึง เต้ย ประกาศเลิกกับแฟน แต่มีดราม่าเรามีโอกาสได้พูดคุยด้วยไหม?
“พี่ก็ทราบก่อน ก็ไม่ได้อะไร พี่ก็ว่าเป็นเรื่องปกติของคนเรา ถ้ามันไม่ใช่ก็ต้องเลิก มันเป็นเรื่องปกติ เยียวยาเหรอ พี่ก็ถามว่าเต้ยเป็นยังไง เต้ยก็ค่อนข้างโอเคแล้ว พี่ไม่ได้ดูดราม่า พี่ว่ามันคือเขาจะเลิกหรือว่าไม่เลิกอะ มันคือชีวิตเขา คุณจะไปรู้ได้ไงว่าเขาอยู่ในความฝืนหรือว่ามีความสุข เราไปตัดสินเขาไม่ได้ พี่ก็ FaceTime หาเต้ยว่าโอเคไหม เขาก็บอกโอเคแล้ว แม่ก็สงสารนะ เป็นผู้หญิงคนหนึ่งก็เสียใจ ไม่มีใครอยากเลิกกับแฟนหรอก”

เขารับมือไหวไหม?
“ไหว ก็ต้องไปไหวแหละ แต่ว่าความ… เขาเป็นผู้หญิง อย่าอะไรเขามาก อยากจะบอกทุกคน ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แทบทุกเรื่อง บางทีถ้าทุกเรื่องเราต้องใช้คำพูดที่รุนแรง หรือใช้ภาษาที่มันต้องขนาดนี้ เราต้องนึกถึงใจเขาใจเราด้วยสิ ใครไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอก อยากจะบอกกับทุกคน อิสระทางโซเชียลมันเป็นอิสระอยู่แล้ว แต่ว่าในความอิสระก็นึกถึงใจเขาใจเราแหละ”

“คือพี่ก็เป็นห่วงลูกนะ บางทีพี่ก็บอกลูกว่า น้องคุณน้องจุน มีเรื่องอะไร ที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่าสิ่งนั้นมันอาจจะกลับมาแบล็กเมล์ว่า อันนี้น้องคุณ น้องจุน เคยทำแบบนี้นะ ก็จะบอกว่า บอกแม่เลยนะว่าสิ่งนั้นลูกอาจจะเคยทำผิดแล้ว แต่ว่ามันย้อนกลับหาลูก อย่าไปดิ่ง ปรึกษาแม่ บอกแม่ทุกเรื่อง ไม่ต้องกลัว เราช่วยกันคิดได้ มีอะไรก็บอกกันเพราะว่าเดี๋ยวนี้มันมีการบูลลี่กันในโรงเรียน แบล็กเมล์ในโรงเรียน อันนี้เป็นสิ่งที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กถึงได้มีจุดนี้กันเร็วจัง“

แล้วยิ่งข่าวสารตอนนี้เยอะมาก เรื่องบูลลี่?
“พี่เองก็โทษเขาไม่ได้ บางทีเราดูเองเราก็ยังดิ่งไปเรื่อยเลย ที่มันให้เราดูอะสมมติเราสนใจเรื่องหนึ่ง มันก็จะขึ้นมา บางทีเราก็เข้าใจได้ว่าเด็กวุฒิภาวะน้อยกว่าเรา เขายังถลำไปได้อยู่แล้ว เราก็จะบอกว่า ในโซเชียลใครจะพิมพ์ก็เรื่องของเขา อย่าเอาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มเขา ถึงแม้ว่าเราเห็นคอมเมนต์แล้วเราคิดเหมือนกันแบบเดียวกันเลย แต่เราไม่จำเป็นจะต้องไปทำแบบเขา ซึ่งไอ้คำว่าเราคิดแบบเดียวกัน เราอาจจะคิดผิดก็ได้ ลองมองในหลายมิติ หลายๆ มุม การที่เราจะพิมพ์หรือพูดอะไร อยากให้ทุกคนคิดให้ดีๆ เพราะสุดท้ายแล้ว พอฟ้องร้อง ผลของการกระทำก็เดียวดายกัน มันไม่สนุกแล้ว”

แล้วสอนน้องรับมือโซเชียลยังไง?
“พี่ก็จะบอกเขาว่าคุยกัน แต่เขาก็ไม่ได้ยุ่งเรื่องของใคร เราก็พยายามเป็นแบบอย่าง สอนให้รู้จักนึกถึงใจเขาใจเรา เพราะฉะนั้นลูกพี่ก็จะไม่ค่อยมีเรื่องนี้”

ลูกๆตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ตอนนี้น้องคุณอายุ 18 เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เรียนที่นิเทศจุฬาฯ เรียนฟิล์ม ส่วนน้องจุนยังอยู่ ม.5 อีกสองปี คือน้องคุณเขาเป็น Introvert มาก ตอนแรกเขาจะเลือกอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งที่อยู่ชานเมืองหน่อย แม่ก็บอกว่า บ้านเราก็ชานเมืองนะลูก ช่วยไปหาแสงสีให้แม่ชื่นใจนิดหนึ่ง คือเขาไปสอบสัมภาษณ์แล้วเขาก็ถ่ายมาบอกว่า แม่ เจอตัวเฮียเดินกันเต็มเลย คือบ้านเราก็มีเยอะแยะแล้ว เต็มไปหมด (หัวเราะ) ก็ดีใจที่เขาเลือกที่จุฬา”

แล้วอยากบอกอะไรกับน้องๆ ที่เขาอยากกรอกใบสมัครเป็นลูกสะใภ้?
“ก็ยินดีค่ะ(กัดฟัน)”

ทีมข่าวสดบันเทิง 7 ต.ค.69

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน