ขุนพล BUS ดีใจเรียนจบแล้ว เผยเรียนไปทำงานไป ล้มลุกคลุกคลานจนสำเร็จ! ตอนนี้ไร้แพลนเรียนต่อ ขอโฟกัสการทำงานก่อน
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่ายินดีของวงการบันเทิง หลังจากที่ “ขุนพล BUS” หรือ “ขุนพล ปองพล” ได้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการแสดง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ล่าสุดวันที่ 6 ต.ค. ขุนพล ได้มาร่วมงาน “SIAM DISCOVERY FASHION REVOLUTIONARY 2026” ณ ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จดังกล่าว
โดยขุนพลยอมรับว่าภูมิใจ และดีใจที่ทำให้ครอบครัวได้เห็นความสำเร็จ เผยช่วงเรียนต้องแบ่งเวลาทำงานไปด้วยจนมีท้อบ้าง แต่ผ่านมาได้อย่างภูมิใจ พร้อมเผยว่าหลังเรียนจบมีเวลามากขึ้น ตั้งใจดูแลตัวเอง และพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม ส่วนเรื่องเรียนต่อขอเลือกทำงานก่อน หากพร้อมเมื่อไหร่จึงค่อยกลับไปเรียนต่อ
บัณฑิตป้ายแดง? “จบแล้วครับ พร้อมรับงานแล้วนะครับ จ้างได้ครับนายทุน ฝากด้วย ผมรู้สึกว่าช่วงรับปริญญาเป็นเหมือนช่วงออกอีเวนต์มากครับ ต้องมีวันถ่ายรูปกับเพื่อน ถ่ายรูปกับครอบครัว เตรียมตัวซ้อมรับ เหมือนเป็นอีเวนต์ใหญ่อีเวนต์นึงเลย ดีใจมากเหมือนได้ออกข่าวด้วย”
แสดงว่าได้เห็นภาพตัวเอง? “ดีใจครับ พ่อแม่ก็ภูมิใจเหมือนกันเห็นเรารับ บ้านผมคุณพ่อคุณปู่ก็รับอยู่แล้ว ก็เลยเข้ารับเป็นพิธี (คนชมว่าเราเป๊ะมาก?) ขอบคุณครับผมก็เป็นผมนี่แหละครับ ผมก็ซ้อมเท่าเพื่อนนะครับ”
จังหวะนั้นต้องจำอะไรบ้าง? “ผมจำได้ว่าก่อนขึ้นผมแอบขำนิดนึง เพราะว่าผมมีคิดเรื่องจังหวะเก้าชิดอะไรหรือเปล่า หรือเป็นสองเก้าชิด แต่พอขึ้นไปก็รู้สึกว่าก็เป็นตัวเอง เจอใครก็ตามพิธีตามที่ซ้อมไว้”
คนแชร์ภาพเพราะว่าเราเป๊ะมาก? “ขอบคุณครับ ผมก็เป็นตัวเองนี่แหละครับ”
วันนั้นเพื่อนๆ ครอบครัวไปให้กำลังใจเยอะมาก? “ได้มาลัยเยอะอยู่ครับ จากครอบครัว BUS ก็เยอะอยู่ ก็มีญาติๆ ด้วยก็ให้เยอะเหมือนกันครับ แต่ผมก็เก็บไว้ครับไม่ได้เอาไปใช้อะไรขนาดนั้น”
มีของขวัญอะไรพิเศษให้กับตัวเองไหม? “เอาจริงก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ มีเวลาเยอะขึ้นแล้วกัน มีเวลาดูแลตัวเองเยอะขึ้น มีเวลาทำสิ่งที่อยากทำเยอะขึ้น แบบไปฟิตเนสเพิ่มหุ่น รู้สึกว่าแต่ก่อนช่วงเราเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เราไม่ได้มีเวลาเข้ายิมขนาดนั้น ตอนนี้เรามีเวลาเข้ายิมแล้ว ก็จะได้ทำหุ่นที่ตัวเองอยากได้แล้ว แล้วก็มีเวลาไปเรียนอะไรเพิ่ม”
เราแบ่งเวลายังไง? “ผมให้ความสำคัญกับงานก่อน งานจะมีวันไหนบ้าง แล้วก็ลงเรียนพยายามลงให้เว้นวันที่ต้องทำงาน และก็มีการคุยกับอาจารย์ไว้ก่อน อาจารย์ครับผมจะต้องมีคาบที่ผมต้องไปขาดจะยังไงก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน”
ที่ผ่านมาก็คือแบ่งเวลาได้? “ใช่ครับ เอาจริงก็ล้มลุกคุกคลานพอสมควรครับ แต่ก็ผ่านมาได้แล้วก็ภูมิใจมากๆ ที่ผ่านมาได้ครับ”
มีท้อไหม? “ผมท้อนะแต่ว่าผมเห็นเพื่อนที่เรียนด้วยก็ท้อเหมือนกัน ก็เลยรู้สึกว่าทุกคนก็ท้อเหมือนกัน เราก็โอเคทำงาน เราโตแล้วก็ต้องเจอสิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์อ่ะครับ”
คุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงบ้าง? “คุณพ่อคุณแม่ก็ภูมิใจเลยครับ ยิ้มแก้มปริเลยครับ ดีใจที่ทำให้พวกท่านได้เห็นลูกตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว หมายถึงว่าในเรื่องวิชาการครับ เรื่องการเรียนก็เรียบร้อยแล้ว ในเรื่องการงานก็ทำอยู่ และก็จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ครับ”
คุณพ่อคุณแม่อยากจะให้เรียนต่อไหม? “เค้าไม่ได้บังคับแล้วกัน แต่ผมเลือกทำงานก่อน เพราะว่าผมมีเพื่อนในวงอีก 11 คนที่ต้องทำงานไปพร้อมกับเราไปด้วย รู้สึกว่าถ้าเราเรียนต่อเพิ่มเราก็ต้องจัดการเวลาของเราให้เขาด้วย รู้สึกว่ามันจะยากขึ้น ก็เลยเลือกที่จะขอรับทำงานก่อนช่วงนี้ ถ้ามันเริ่มพร้อมเมื่อไหร่ในการเรียนก็จะกลับไปเรียน คิวต่อไปที่รับก็จะเป็นน้องภูธัชชัยครับ น่าจะเป็นช่วงต้นปีหน้าครับ”




