เดือดทะลุจอ! 4 โค้ช “ก้อง-คิ้ม-โอ๊ต-จ๋าย” เปิดศึก “The Voice Thailand 2026” ประกาศชัดไม่มีคำว่าพี่น้อง เผยช้างเผือกล้นเวที การันตีความสนุกทวีคูณ
กลิ่นความเดือดโชยมาแต่ไกล สำหรับเวทีการประกวดร้องเพลงระดับตำนาน The Voice 2026 การันตีว่าซีซั่นใหม่ภายใต้ชื่อ The Voice Thailand 2026 Presented by True 5G จะดุเดือดและทวีความเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เมื่อเหล่าผู้เข้าแข่งขันพกพาฝีมือระดับพระกาฬมากวาดเก้าอี้ Four Chairs กันเพียบ จนทำเอาโค้ชทั้ง 4 คน ฟาดฟันแย่งชิงจนเวทีแทบลุกเป็นไฟ
ล่าสุด 4 โค้ช นำโดย โค้ชก้อง-สหรัถ สังคปรีชา, โค้ชคิ้ม-เจนนิเฟอร์ คิ้ม, โค้ชโอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน และ โค้ชจ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี ร่วมพูดคุยและให้สัมภาษณ์ก่อนเปิดเวที “เสียงจริง ตัวจริง” เต็มรูปแบบ ที่ Centerpoint Entertainment
The Voice 2026 จะมีความเข้มข้น ดุเดือด และมันส์แค่ไหน?
โค้ชก้อง – “โอ้โห! เดือดมากครับ เอาตั้งแต่ผู้เข้าแข่งขันเลยแล้วกัน ผู้เข้าแข่งขันปีนี้เก่งเยอะมาก อย่างที่เมื่อกี้คงได้ยินพูดกันไปแล้วว่ามี Four Chairs หลายคนมาก นั่นแปลว่าทุกคนเก่งมาก แล้วพวกเราโค้ชทั้ง 4 คน เรียกว่าแย่งกันห้ำหั่นกันสุดๆ มีทั้งความสนุก มีทั้งความตลก เต็มที่ ต้องดู สนุกมากจริงๆ”
โค้ชโอ๊ตเห็นว่าขุดคลังคำมาใช้แทบจะหมดแล้วสำหรับซีซั่นนี้?
โค้ชโอ๊ต – “คือผมเนี่ยต้องเปิด Podcast แล้วก็ฟังไปเรื่อยๆ สะสมคำเอาไว้มาต่อสู้กับโค้ชอีก 3 คนนี้ ผมไม่รู้ใครจะว่าผมไม่ดียังไง แต่อย่างเดียวที่ดีคือผมชมตัวเองตลกคือผมปากดี ฉะนั้นสบาย ซีซั่นนี้ผมสู้เต็มที่ แล้วบอกเลยว่าไม่ว่าผมจะกดมากี่เก้าอี้ก็แล้วแต่ เมื่อผมเข้าแข่งขันแล้ว ผมคือนักสู้ จิตวิญญาณของผม แม่ผมสอนมาเสมอว่าอย่าไปยอม นกกระจอกมันบินอยู่เป็นฝูง แต่ที่อยู่สูงมันคือนกอินทรีอย่างผมครับ”
ฟาดฟันไม่มีใครยอมใคร
ได้ข่าวว่าซีซั่นนี้โค้ชคิ้มเห็นความเปลี่ยนแปลงของโค้ชแต่ละคนเลย?
โค้ชคิ้ม – “ปกติในรายการประกวดร้องเพลงก็ง่ายมากสำหรับทั่วไป มาตรฐานเขาคือผู้เข้าแข่งขันก็แข่งกันไป ส่วนกรรมการก็จะคอมเมนต์กันไปตามนั้น แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ของเราคือผู้เข้าแข่งขันก็แข่งกันแบบเอาเป็นเอาตายสุดๆ ในขณะที่โค้ชเองก็ฟาดฟันกันเหมือนกับให้มันตายกันไปข้างหนึ่ง ไม่มีใครยอมใคร ผู้เข้าแข่งขันเก่งขึ้นตามเทรนด์ดีกว่า เหมือนเป็นลูปของการมีเจเนอเรชันนี้ที่มันพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พวกเราก็ฟาดฟันกันอย่างลึกซึ้ง”
โค้ชจ๋ายล่ะ มีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้กลับมาพร้อมแค่ไหน?
โค้ชจ๋าย – “พร้อมมากครับ อย่างที่บอกก็มีประสบการณ์มากๆ แล้ว ทั้งกับโค้ชทั้ง 3 คน และทีมงานด้วย ทำให้เราโฟลว์มากขึ้น ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น มากกว่านั้นก็เริ่มด่าแม่(คิ้ม)ได้มากขึ้นอะไรเงี้ย”
โค้ชคิ้ม – “นึกในใจว่าก็ปากเก่งเหมือนแม่”
โค้ชโอ๊ต – “เหลือแค่เอาไปนอนเตียงที่เป็นกรงอ่ะฮะ ที่เหลือเราทำหมดแล้ว ความนับถือเราไม่มีแล้ว เราด่ากันเต็มที่แล้ว(หัวเราะ)”
โค้ชจ๋าย – “แต่ต้องยกเครดิตให้กับผู้เข้าแข่งขัน พอผู้เข้าแข่งขันเก่งมากๆ มันทำให้โค้ชอยากได้ลูกทีมแบบนี้มากๆ เลยเกิดการแย่งชิงกัน รายการก็เลยเข้มข้นแล้วสนุกไปด้วย”
โค้ชคิ้ม – “คำว่าเก่งมากๆ ของพวกเรา มันไม่ได้แปลว่าเทคนิคโอ้โห…แต่คือมันโดนใจ มันถึงใจ บางคนไม่ได้เรียนมาเลยแม้แต่นิดเดียว หรือบางคนร้องธรรมชาติมาก แล้วธรรมชาติแบบนี้หลบซ่อนตัวได้ยังไงมา 10 กว่าปี ทำไมไม่ออกมาให้เราเห็น”
โค้ชจ๋าย – “แล้วมีหลากหลายแนวที่เราอาจไม่เคยเห็นจาก The Voice อื่นๆ อย่างที่แม่คิ้มบอกว่าเพื่อชีวิตจะเยอะ ปีนี้ก็น้อยลง ร็อกเริ่มเยอะขึ้น”
โค้ชโอ๊ต – “มีผู้เข้าแข่งขันที่เคยสมัครมาหลายปี 10 ปี สมัครมาทุกปี เพิ่งมาได้เข้าปีนี้ก็มี”
โค้ชก้อง – “แล้วก็ค้นพบว่าคนนี้เก่งมาก ไม่น่าเชื่อว่าทำไมต้องรอมาตั้ง 10 ปี”
อย่างที่บอกว่าต้องแย่งชิงกันมากๆ โค้ชแต่ละท่านมีวิธีโน้มน้าวหรือมีกลยุทธ์ของตัวเองยังไงที่จะดึงคนนั้นมาให้อยู่กับตัวเอง?
โค้ชคิ้ม – “ขอพูดก่อนเลย ไม่มีสูตร เรื่องของเราคือ 1.ไม่มีสูตร 2.ไม่มีกติกา 3.ไม่มีพี่ไม่มีน้อง 4.ใช้ทุกวิถีทาง ไม่มีอะไรเลย สู้กันซึ่งๆ หน้าตรงๆ”
โค้ชโอ๊ต – “มวยวัดอ่ะครับ”
โค้ชจ๋าย – “สาวหมด รุ่นไม่เกี่ยง ไซซ์ไม่เกี่ยง”
ในขณะที่ 3 โค้ชดูแย่งชิงกัน ทำไมโค้ชก้องยืนยิ้มกรุ่มกริ่มอย่างเดียว?
โค้ชโอ๊ต – “โอ้โห ตัวดีเลย รอดูซีซั่นนี้ ลาสต์บอสเลย ตาอยู่เลย”
โค้ชคิ้ม – “อะไรที่เคยนั่งมาแล้วไม่เคยพูดเลยก็พูด อะไรที่ไม่ควรจะทำก็ทำ (เขายังเป็นที่รักของโค้ชคิ้มอยู่ไหม?) ไม่น่าแล้วแหละ”
ทุกคนบอกเป็นเอกฉันท์ว่าคนที่น่ากลัวที่สุดและทีมที่น่ากลัวที่สุดคือทีมของโค้ชก้อง?
โค้ชจ๋าย – “ถ้าลักษณะแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ หน้าตาหล่อๆ แบบนี้ ในหนังไทยคือพระเอกครับ แต่หนังฮอลลีวู้ดคือตัวโกงแน่นอนครับ แล้วตายตอนจบด้วย ลาสต์บอสจริงๆ(หัวเราะ)”
โค้ชก้อง – “โหย…อย่าไปหวั่นไหวขนาดนั้นเลย ไม่ขนาดนั้น ทำใจให้สบาย(ยิ้ม)”
ช้างเผือกล้นเวที
ปีนี้ผู้เข้าแข่งขันเป็นไง เจอช้างเผือกเยอะเลยใช่ไหม?
โค้ชก้อง – “ใช่ครับ ถือได้ว่าเป็นซีซั่นที่ Four Chairs น่าจะเยอะมากๆ ซีซั่นหนึ่ง”
โค้ชคิ้ม – “ปกติช้างเผือกทั้งฝูงมันจะมีแค่ตัวสองตัว แต่อันนี้ทั้งฝูงเป็นช้างเผือกหมดเลย คนดูสนุกนะ แต่พวกเราเครียดและเหนื่อยมาก เพราะมันต้องตีกันจริงๆ ระหว่างคนนี้พูด เราคิดแล้ว เดี๋ยวกูจะต้องบลัฟมันว่าอะไรดี แล้วในขณะเดียวกันก็นึกในใจอีกว่าจะพูดจูงใจเด็กยังไง มีอยู่อันหนึ่งยังบอกไม่ได้ คือพวกเราเข้าไปร่วมกับเด็กจนนึกในใจ…พี่ก้องก็เอากับเขาด้วยเหรอ ปีนี้เขาไม่ใช่แค่ตีกลอง ร้องเพลง หรือเล่นกีตาร์ คุณจะเห็นอะไรที่มากกว่านั้น”
โค้ชจ๋าย – “อาจจะเป็นดาว TikTok คนถัดไป”
โค้ชโอ๊ต – “น้องข้าวกล้อง TikToker ผมมีน้องข้าวโอ๊ต TikToker แล้ว อันนี้เป็นน้องข้าวกล้อง TikToker”
โค้ชจ๋าย – “อันนี้ไม่ได้พูดเวอร์นะครับ รอบ Blind เราถ่ายกัน 3 วันติด แต่ละวันโค้ชแต่ละคนคือดิ่งตรงกลับบ้านนอนเลย มันไม่ไหวแล้วจริงๆ ใช้พลังงานเยอะมากในการต่อสู้กัน”
โค้ชโอ๊ต – “แต่พอได้สตาร์ตปั๊บ จะไม่มีใครหยุดพูด เพราะนี่คือเขตบุูลลี่เสรี ไม่มีพี่ไม่มีน้องแล้ว เหมือนเรานับกันเป็นแค่สรรพนาม แต่ว่าในใจเราไม่ได้เคารพกันแบบนั้น เรียกพี่เอาไว้ให้เกรงใจ แต่ในใจไม่ใช่ ในใจคือศัตรูครับ”
รายการ The Voice อยู่กับคนไทยมานานแล้ว ยังมีความกดดันอะไรกันอยู่ไหม เพราะคนก็คาดหวังว่าจะต้องสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วโค้ชคือตัวสร้างสีสันสำคัญเลย?
โค้ชจ๋าย – “ตอนแรกผมกดดัน แต่พอถ่ายไปแล้วมั่นใจมาก ไม่กดดันสักนิด เพราะมันดีทุกมิติจริงๆ”
โค้ชจ๋าย – “ใช่ครับ ยิ่งเราสองคนเป็นโค้ชใหม่ ปีแรกมันใหม่สำหรับเรา พอครั้งที่2 มันต้องดีขึ้น ทั้งมิติการโค้ชและการลงไปเป็นคู่ต่อสู้เพื่อแย่งผู้เข้าแข่งขัน เราต้องงัดไม้เด็ดออกมา ตอนนี้ผ่านมารอบ Battle แล้ว สนุกมาก พวกเราเข้าขากัน ทำงานเป็นทีมเวิร์ก ภาคดนตรีของทีมมิวสิกไดเรกเตอร์ก็เข้มข้นขึ้น สไตล์โชว์ของโค้ชแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย”
โค้ชคิ้มกับโค้ชก้องต้องบอกว่าเป็นตัวหลัก เป็นปูชนียบุคคลของรายการแล้ว ในการทำหน้าที่นี้ซ้ำๆ ทุกปีอาจจะหมดของ แต่โค้ชทั้งสองคนกลับมีของเติมตลอดเวลา?
โค้ชก้อง – “จริงๆ ของที่จะมาได้ มันมาจากผู้เข้าแข่งขัน พอเห็นผู้เข้าแข่งขันมาในสไตล์แบบนี้ก็ทำให้เราคิดว่าจะต้องดูแลเขายังไง มันมีความสุขที่ได้ทำงานกับคนเก่งๆ ได้มาฟาดฟันแย่งกัน พอได้มาอยู่ในทีม เราจะดูแลเขาต่อยังไง เลือกแนวทางแบบไหนให้เขาร้องดี มันเป็นความสุขสนุกสนานที่ได้ร่วมงานกับนักร้องเก่งๆ ในแต่ละซีซั่น”
โค้ชคิ้ม – “เคยคิดนะ ทำมาร่วม 10 ปี ปีท้ายๆ เราชอบคิดในใจว่าสารภาพเลย เด็กเก่งมันหายไปไหนหมด เหมือนพวกเราไปจับปลาในที่ที่รายการอื่นก็ทำ เราก็ทำ เหมือนปลาโตไม่ทัน มีแต่ปลาซิวปลาสร้อย นานๆ จะเจอตัวใหญ่ที แต่ปีนี้เหมือนอยู่ดีๆ น้ำท่วมโลก ปลาเต็มบ่อเลย ตัวใหญ่ ตัวอ้วน พันธุ์แปลกๆ จนไม่รู้จะจับตัวไหน
แล้วสิ่งที่สนุกที่สุด อยากให้สังเกตตอนที่เราเริ่มถูกเด็กเลือก ก่อนหน้านั้นเราเป็นฝ่ายเลือกเขา แต่พอ Four Chairs ปั๊บ เด็กจะเลือกเรา พวกเราทุกคนมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ หน้าก็จะไม่ค่อยสลด แต่พอกล้องตัดมา คุณจะเห็นสายตาพวกเราเหมือนอ้อนวอน กลัวเขาไม่เลือก บางคนตานิ่งมากแต่นั่นคือแมกซิมั่มของเขาแล้วว่าอยากได้ ช็อตที่ไม่ควรพลาดคือคุณจะเห็นตัวจริงของพวกเราในฐานะมนุษย์นักล่าคนหนึ่งค่ะ”
ฝากรายการ?
โค้ชคิ้ม – “ฝากรายการ The Voice Thailand 2026 Presented by True 5G เริ่มวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมนี้ เวลา 18.00 น. ดูฟรีทาง True4U ช่อง 24 และดูสดออนไลน์และย้อนหลัง TrueVisions NOW รับรองสนุกแน่นอน”








