ดูเงียบๆ แต่งานเพียบนะจ๊ะ สำหรับพระเอกหนุ่มวัย 34 ปี ‘เคน’ ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค ที่ตอนนี้มีผลงานการแสดงเข้ามืออยู่หลายโปรเจ็กต์ แต่ที่แน่ๆ และออกอากาศให้แฟนๆ ชมแล้วคือซีรีส์ “มรดกเลือด” ซึ่งร่วมงานกับช่อง 7HD ครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์เรื่อง “นาคี๓ ครุฑา นาคี” เตรียมเข้าโรง 22 ต.ค. นี้แล้ว
โดยวันนี้หนุ่มเคนได้มาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงงานในวงการบันเทิงที่เจ้าตัวอยู่มานานถึง 15 ปี รวมถึงเป้าหมายต่อไปในชีวิต และพลาดไม่ได้กับเรื่องราวของหัวใจที่คบหากับแฟนสาว ‘เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา’

♦อัพเดตผลงานตอนนี้?
เคน – “ตอนนี้มีซีรีส์ มรดกมืด ทางช่อง 7HD ครับ แล้วก็มีหนัง นาคี๓ ครุฑา นาคี แล้วก็ปีนี้กำลังจะเปิดถ่ายของทรูฯ อีก 1 เรื่อง ส่วนปีหน้าจริงๆ มีอีกหลายโปรเจ็กต์เลย”
♦เหมือนจะเงียบๆ แต่งานเพียบเลย?
เคน – “ขอบคุณมากครับ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีงานเยอะมาตลอด (สวนกระแสกับหลายๆ คนที่งานลดลง?) นั่นน่ะสิครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะว่าเราตั้งใจทำงานมั้ง”
♦ในวัยนี้มองเรื่องอะไรเป็นหลักในการตัดสินใจรับงานแต่ละครั้ง?
เคน – “ส่วนใหญ่เลยคือมองเรื่องบทก่อนครับ เพราะค่อนข้างสำคัญกับเนื้อเรื่องที่จะออกมาและสิ่งที่คนจะได้เห็นเรา ผมรู้สึกว่าหลังๆ บทสำคัญมาก แล้วถัดจากบทน่าจะเป็นทีมที่ทำว่าเขามีความเหมาะและถนัดเรื่องนี้ไหม เพราะความถนัดของแต่ละทีมอาจไม่เหมือนกัน ถ้าทีมนี้ทำแนวนี้สนุกเราก็อยากเล่น อันนี้เป็น 2 เรื่องหลักๆ ที่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ”

♦ทำงานและผ่านงานมาเยอะมาก มีอะไรที่ยังรู้สึกว่าอยากพิสูจน์ตัวเองในเรื่องการแสดงอยู่ไหม?
เคน – “เอาจริงๆ ก็รู้สึกว่าเราเล่นมาเกือบจะครบแล้วนะครับ ล่าสุดของ MONO ที่ออนไปที่เป็นแนว LGBTQ+ ก็เล่นไปแล้ว น่าจะเหลืออย่างเดียวเลยคือบทตัวร้ายแบบโจ่งแจ้ง ร้ายแบบเป็นตัวร้ายจริงๆ ยังไม่เคยเล่น”
♦ถ้ามีบทตัวร้ายติดต่อเข้ามายินดีรับไหม เพราะบางคนอาจมองว่าเรายังมีภาพความเป็นพระเอกอยู่?
เคน – “ผมว่าต้องดูที่ตัวบทกับเนื้อเรื่อง เพราะบทซีรีส์ดีๆ เดี๋ยวนี้อาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็นพระเอกหรือนางเอกแล้ว แต่อาจเรียกว่าเป็นตัวบทนำที่คนนี้เป็นคาแร็กเตอร์นี้มากกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็รู้สึกว่าน่าสนใจ”
♦15 ปีในวงการ เคยมีช่วงที่รู้สึกอยากพักจากวงการบันเทิงไปเลยไหม?
เคน – “มีครับ น่าจะเป็นช่วงที่ผ่านปีแรกที่เข้าวงการมาแล้วก็คืออยากพักเลย เพราะรู้สึกว่าบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของผมไม่ค่อยเหมาะกับวงการบันเทิงหรือเปล่า การที่จะต้องเอ็นเตอร์เทนหรืออยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ รู้สึกไม่ค่อยถนัด พอเห็นคนอื่นที่เขาถนัด เลยคิดว่าหรือนี่ไม่ใช่ที่ของเรา เป็นความรู้สึกแบบนี้มาเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกสนุกกับการทำงานจริงๆ ในด้านนักแสดงคือหลังโควิด ถือว่าใช้เวลานานมากเหมือนกัน อาจจะรู้สึกว่าเราเพิ่งเริ่มเข้าใจการแสดงในช่วงนั้น เพราะที่ผ่านมาเหมือนไม่ได้เลย เราก็ทำตามหน้าที่ไป แต่พอหลังโควิดได้ทำผลงานหนึ่งแล้วรู้สึกว่าจริงๆ เราก็มีความสามารถทำได้นี่นา เลยเริ่มอยากทำมากขึ้น”

♦ผลงานเรื่องไหนที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญตอนนั้น?
เคน – “เรื่องที่ทวิสต์แบบจริงๆ เลยน่าจะเป็นเรื่อง Ghost ลวง ลับ จับตาย เพราะตอนนั้นเราอาจจะโตขึ้นด้วย ได้เข้าใจการแสดงมาเรื่อยๆ จนถึงจุดที่มีบทท้าทายเข้ามาพอดี แล้วรู้สึกว่าเราพร้อมที่จะรับมือกับมันแล้ว ไม่ได้กลัวหรือรู้สึกว่าไม่เหมาะเหมือนเมื่อก่อน พอตั้งแต่เรื่อง Ghost ลวง ลับ จับตาย มาก็รู้สึกแฮปปี้และเอ็นจอย แต่ก่อนที่จะเอ็นจอยเราก็ต้องเลือกงานที่เราสามารถจะเอ็นจอยกับมันได้ด้วย”
♦เป้าหมายสูงสุดของชีวิตตอนนี้คืออะไร?
เคน – “อยากประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจด้วย แล้วอยากทำสวนผลไม้ให้มันสำเร็จด้วย ก่อนอายุ 40 สิ่งที่อยากทำมันก็ควรจะต้องสำเร็จแล้ว ทั้งด้านธุรกิจและสวนผลไม้ เพราะมันน่าจะถึงเวลาของมันพอดี ช่วงอายุ 38 ปีน่าจะต้องสำเร็จแล้ว ซึ่งน่าจะได้เห็นก่อนอายุ 40 ตามที่วางแผนไว้ครับ”

♦จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจมาทำธุรกิจ ทำสวนผลไม้ เกิดขึ้นได้ยังไง?
เคน – “หลายสิ่งหลายอย่างมันเริ่มมาตั้งแต่ช่วงโควิดครับ ช่วงนั้นเปลี่ยนชีวิตผมมากๆ ก่อนหน้านั้นผมลอยไปลอยมา ไม่รู้จะทำอะไร พอโควิดแล้วได้อยู่บ้านเยอะๆ ก็สังเกตว่านี่เราไม่มีของสะสมเลย เราชอบอะไรกันแน่ พอลองเริ่มปลูกต้นไม้ก็คิดว่านี่คือของสะสมอย่างแรกในชีวิตตอนอายุ 30 เลยเหรอเนี่ย จากนั้นก็เริ่มคิดว่าจริงๆ แล้วเราเป็นคนยังไงกันแน่ เพราะว่าเราทำงานในวงการก็จะมีคนอยู่ด้วยตลอด
ตอนนั้นก็เลยเกิดความคิดขึ้นมาว่าหรือเราต้องลองไปอยู่คนเดียวสักที ลองออกไปค้นหาตัวเองดูว่าชอบอะไร อยู่คนเดียวแล้วเป็นยังไง เลยเป็นช่วงที่ตัดสินใจไปประเทศอังกฤษรอบแรก พอกลับมาก็รู้สึกว่าเราเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น แล้วก็ตัดสินใจไปอีกรอบดีกว่า เพราะอยากเมกชัวร์ว่าอันนี้คือตัวเราแล้ว แล้วเรามีความสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง เพราะผมมีความกลัวในบางอย่าง ฉะนั้นก็ต้องลองเอาตัวเองไปลุยไปอยู่คนเดียว จะได้รู้ว่าสิ่งที่กลัวนั้นเราสามารถผ่านมันไปได้ไหม
พอไปครั้งที่ 2 ก็รู้สึกว่าเราเองก็ผ่านมันไปได้โดยไม่รู้สึกว่ายากด้วยซ้ำ จริงๆ เราทำอะไรได้หลายอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน มันก็เหมือนเป็นจุดทวิสต์ที่ทำให้เราเปิดใจ กล้าที่จะไปทำธุรกิจที่หาดใหญ่ กล้าที่จะลองแสดงดู และกล้าลองทำอะไรใหม่ๆ ด้วยตัวเองครับ”

♦ตอนนี้ธุรกิจอยู่ตัวหรือเข้าที่เข้าทางแค่ไหนแล้ว?
เคน – “เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ ได้เรียนรู้หลายอย่าง ไม่ได้คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในเวลารวดเร็ว จากการที่ศึกษามา การทำธุรกิจกว่าจะประสบความสำเร็จอย่างน้อยต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี ถึงจะตั้งฐานได้แข็งแรงแล้วค่อยชู้ตอีกที ตอนนี้ก็ค่อยๆ ทำไปครับ”
♦พอเข้าวงการมาแล้วดังเลย เคยมีช่วงที่หลงทางกับชีวิตบ้างไหม?
เคน – “มีนะครับ แต่ไม่ได้เหลิงหรือหลงตัวเอง แต่เป็นช่วงที่ไม่เอาอะไรเลยมากกว่า ทำอะไรเหยาะแหยะ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับวงการ เลยจะมีช่วงแบบนี้เยอะมากกว่า”
♦ทุกวันนี้อยากขอบคุณตัวเองมากที่สุดเรื่องอะไร?
เคน – “ขอบคุณที่กล้าลองทำอะไรใหม่ๆ และกล้าตัดสินใจไปค้นหาตัวเอง จากเมื่อก่อนที่ไม่ค่อยมั่นใจ รู้สึกไม่เหมาะกับอะไรแบบนี้ พอตอนนี้รู้จักตัวเองมากขึ้น ไม่ได้คิดอะไรมาก มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นเยอะ แต่ไม่ได้คิดว่าตัวเองดังหรืออะไรนะครับ แค่รู้สึกว่าเราแข็งแรงขึ้นครับ”

♦วางแผนเรื่องการเกษียณตัวเองจากวงการบันเทิงไว้อย่างไรบ้าง?
เคน – “เอาจริงๆ พูดยากครับ ในอาชีพของนักแสดงตอนนี้มองไกลสุดแค่อีก 5 ปีข้างหน้า เพราะรู้สึกว่า 5 ปีนี้น่าจะตัดสินอะไรได้หลายอย่าง เดี๋ยวรอมาดูอีกทีตอนอายุขึ้นเลข 4 ว่าจะเป็นอย่างไร คิดว่าตอนนั้นน่าจะมองได้ชัดเจนขึ้นครับ”
♦ปรับโหมดมาเรื่องความรักบ้าง มองความสัมพันธ์ระหว่างเคนกับเอสเธอร์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
เคน – “เริ่มอยู่ตัวและลงตัวแล้วครับ ตอนนี้ทุกคนก็ต่างคนต่างทำงาน”

♦มองภาพอนาคตร่วมกันอย่างจริงจังไหม?
เคน – “มองจริงจังครับ เรามองภาพชัดอยู่แล้ว แค่อาจจะยังไม่ถึงเวลา เพราะต่างคนต่างงานเยอะ อีกอย่างผมมองว่าการที่เราจะแต่งหรือไม่แต่งแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเท่าไหร่ สมมติถ้าแต่งปุ๊บเราก็จะข้ามไปอีกสเต็ปเลย ไม่ใช่แต่งแล้วยังอยู่สเต็ปเดิม เราก็เลยรู้สึกว่าตอนนี้ถ้าเรายังอยู่สเต็ปเดิม เราก็ทำตรงนี้ไปก่อน เพราะถ้าแต่งปุ๊บเราควรจะก้าวสเต็ปไปเลยโดยที่ไม่ต้องมาอยู่สเต็ปเดิมแล้ว”
♦งานเยอะทั้งคู่ มีปัญหาเรื่องเวลาไหม?
เคน – “ไม่มีปัญหาครับ เพราะคบกันมาตั้งแต่แรกก็งานเยอะทั้งคู่ โชคดีที่งานเราคล้ายๆ กัน แต่น้องก็ดีอย่างตรงที่บางทีผมต้องไปทำงานต่างจังหวัดหลายวัน เขาก็เข้าใจ ถือว่าคอยซัพพอร์ตกันและกันครับ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล