ข่าวสะพัด! ‘เฮียหน่อย’ เคลียร์ดราม่า ขาย 50 ล้าน ‘อีสานนครศิลป์’ เผยเงื่อนไข DNA ตรง คุยลงตัวพร้อมปล่อย!?
ทำเอาแฟนคลับวงหมอลำสะดุ้งกันทั้งประเทศ หลังมีกระแสข่าวลือสะพัดว่าคณะหมอลำชื่อดังระดับแถวหน้าอย่าง “อีสานนครศิลป์” เตรียมประกาศขายวงในราคา 50 ล้านบาท!
ล่าสุด “เฮียหน่อย-สุชาติ อินทร์พรหม” บอสใหญ่ใจถึง ไม่รอช้า ขอเคลียร์ชัดแบบม้วนเดียวจบ หลังจัดแถลข่าวเปิดร้านใหม่ล่าสุด SANLAO BAR ซอยเอกมัย 10 ร้านชิลล์ที่ขนเครื่องดนตรีอีสานมาเล่นสดกลางเมือง งานนี้ความจริงคืออะไร? และอนาคตของ “อีสานนครศิลป์” จะไปต่อในทิศทางไหน? ไปฟังคำตอบจากปากเฮียหน่อยกัน!

มีข่าวว่าจะขาย วงหมอลำ?
“อ๋อ จริงๆมันเป็นดราม่าเนาะ เป็นดราม่าใหญ่ ดราม่าที่ผมเป็นห่วงสุดถ้าถามผมนะ ผมห่วงสุดคือความรู้สึกของแฟนคลับ และเจ้าภาพที่จองไว้ อันนี้ บอกก่อนเลยว่าขายหรือไม่ขายตรงนี้ไม่ต้องห่วง อีสานนครศิลป์จะยังอยู่เหมือนเดิมและบริหารแบบเดิม ดีเอ็นเอเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยน ต่อให้จะเป็นใครมาทำก็ช่าง”
แฟนคลับตกใจไปแล้ว เฮียคือแบบโลโก้หนึ่งของวงหมอลำ?
“เรื่องนี้เกิดจากเวลาบอสโน้ตไลฟ์สด ซึ่งคนทำธุรกิจอาจจะมีความเหนื่อยและพูดคุยเล่นกันไปตามประสา จนแฟนคลับคอมเมนต์ถามว่าขาย 50 ล้านจริงไหม เจ้าตัวก็ตอบทำนองว่าถ้ามีคนซื้อก็ขาย จนกลายเป็นประเด็นขึ้นมา
แต่ลึกๆ แล้วเรามองเหมือนกันว่า ใครจะมาซื้อก็ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้บริบทที่เราต้องการ คือต้องมีความเห็นตรงกัน และต้องไม่มีใครได้รับผลกระทบ ทีมงานต้องมีงานทำเหมือนเดิม เจ้าภาพต้องดูแลเหมือนเดิม ถ้าคุยกันแล้วทุกอย่างลงตัวเราก็ยินดีครับ”
“พูดในมุมของผมเหมือนผมไปชวนบอสมาทำ หมอลำคนนอกอาจมองว่าบอสโดนผมหลอกมาทำ หรือบางทีบอสก็พูดเล่นๆ ว่าโดนเฮียหน่อยต้มมาทำหมอลำ ถามว่าทุกข์ไหม เราไม่ได้ทุกข์ แต่เราเป็นห่วงเพราะเรารู้ดีว่าความเหนื่อยและเงินที่ต้องลงทุนนั้นมากแค่ไหน
แต่ถ้านำมาเทคโอเวอร์และคุยกันจบ ทุกคนวินหมด ทั้งหัวหน้าวง ลูกน้อง แฟนคลับ และเจ้าภาพ ก็ไม่มีอะไรต้องติดขัด เพราะโลกต้องมีการเปลี่ยนแปลง อีสานนครศิลป์ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เปรียบเหมือนบริษัทใหญ่ๆ ที่เปลี่ยนผ่านผู้บริหารเพื่อการพัฒนา
ทุกการเปลี่ยนแปลงถ้าทำให้ดีขึ้นก็ควรเปลี่ยน เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้ามาต่อยอด เพราะหมอลำสามารถไปไกลถึงระดับประเทศและระดับโลกได้ หากมีใครมาทำให้เติบโตได้จริง นั่นคือจุดประสงค์สูงสุดของผมกับบอสครับ”
ลึกๆ มีปัญหาอะไรหรือความรู้สึกอะไรที่ทำเราอยากปล่อยออกไปหรือเปล่า?
“ทุกองค์กรย่อมมีปัญหา ยิ่งวงหมอลำที่มีคนกว่า 200 ชีวิต ย่อมมีความคิดหลากหลาย เมื่อมีปัญหาใจเราต้องหนักแน่น แต่ถ้ามีคนสนใจจะซื้อ มันก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งทุกอย่างคิดได้หมด เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้บริบทที่ถูกต้อง คือไม่มีใครเดือดร้อน โดยเฉพาะเจ้าภาพและพนักงาน
ส่วนแพชชันยังไม่หมด ตั้งแต่วันแรกที่ทำหมอลำ เราวางตำแหน่งชัดเจนว่าต้องทำให้อยู่ในรูปแบบอื่นเพิ่มได้ แต่ตัววงหมอลำหลักยังต้องคงอยู่เพื่อคนอีสานและงานบุญ อีสานนครศิลป์จะเป็นแบบนี้ตลอดไป แต่อาจปรับเปลี่ยนตามวัฒนธรรมหรือคอนเซปต์ และนำมาต่อยอดทำสิ่งใหม่ๆ เช่น ซาลอน, โฟล์ค, และหมอลำไอดอล ทั้งไซซ์เล็ก ไซซ์กลาง ไซซ์ใหญ่ เพื่อกระจายไปสู่ต่างภาคและต่างชาติ โดยเฉพาะหมอลำไอดอลที่ไปต่างประเทศแล้วคนรู้จักและชื่นชอบ
ผมรู้สึกสนุกและท้าทายกับการได้ต่อยอดสิ่งเหล่านี้ เพราะหมอลำสามารถไปได้ไกลจริงๆ ครับ”

ถ้าอะไรดีก็เพิ่มเติมเข้าไป อะไรดีที่ควรทำก็ทำ?
“ใช่ครับ ก็ตอบตรงๆ ว่าขายหรือไม่ขาย ก็อยู่ที่ผู้ซื้อจะพัฒนาด้วย(แล้วถ้าจะต้องขาย?) การขายไม่ได้ตีมูลค่าเป็นเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเงื่อนไขการลงทุนและการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่มีการขาย
ที่มองว่าเป็นเรื่องสนุกเพราะต้องการให้หมอลำเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีโมเดลใหม่ๆ สมก่อนหน้านี้หัวหน้าวงต้องอยู่กับวงทุกวัน ซึ่งเป็นเหมือนกับดักและข้อจำกัด เพราะการที่คนๆ เดียวต้องยืนระยะเล่นถึง 215-230 วันต่อปีเป็นเรื่องยาก เราต้องคำนึงถึงสุขภาพและการเดินทาง โดยที่แก่นหลักของหมอลำยังคงความสนุกสนานเหมือนเดิม แต่เพิ่มรูปแบบการนำเสนอให้เข้ากับยุคสมัย มั่นใจว่าคนยุคนี้พร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลงแน่นอน”
“ก็ยืนยันว่าถ้าคุยกันถูกคอคนที่มาซื้อมีมุมมองเหมือนกันหรือใดๆ ผมว่าบอสกับผมก็ยินดีพร้อมคุยไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ย้ำว่าเจ้าภาพและแฟนคลับไม่ต้องกังวลเลยมันจะต้องเป็นในรูปแบบนี้ เพราะเราซื่อสัตย์กับลูกค้าของเราทุกคนครับผม”
พอมีข่าวออกไป มันเกิดผลกระทบอะไรกับแฟนๆ บ้างไหม?
“แน่นอน 100% ครับ ตกใจ 100% คือแฟนคลับหมอลำเขาเหนียวแน่นอยู่แล้ว เขาชัดเจนอยู่แล้ว พอเจอข่าวก็ตกใจ แต่เชื่อเถอะครับเราผ่านดราม่ามาเป็นล้านดราม่าแล้ว ทุกอย่างมันก้าวผ่านได้และทุกๆ อย่างที่ก้าวผ่านดีขึ้นเสมอเลย สังเกตดูทุกมิติไม่มีอะไรเลยที่จะไม่ดีขึ้น เดี๋ยวคนเข้าใจผิดครับ”
