เห็นอคติเต็มฟีดเลย! อั๋น ภูวนาท ถอดบทเรียนดราม่าโกคาร์ท ดึงสติ #Saveพายุ ต้องเซฟเด็กทุกคน ลั่นแพ้ชนะไม่ได้เปลี่ยนโลก แต่การรับมือกับความแพ้ชนะเปลี่ยนโลกได้

จากประเด็นดราม่าการประท้วงผลการแข่งขันรถโกคาร์ท ซึ่ง น้องพายุ ลูกชายชมพู่ อารยา และ น็อต วิศรุต เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง และ น้องแมคลาเรน ลูกชาย ปอ ตนุภัทร และ เบนซ์ พริกไทย เข้าเป็นอันดับสอง แต่ทาง ปอ ประท้วงว่ารถของ น้องพายุ ใช้เครื่องยนต์แตกต่างจากรถของเด็กอีก 20 คัน ซึ่งไม่ถูกกติกา ก่อนดราม่าร้อนแรง โซเชียลออกมาติดแฮชแท็ก #Saveพายุ และสุดท้าย ร.ย.ส.ท.(ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา) จะชี้ขาดว่า รถของน้องพายุผิดจริง

ด้าน อั๋น ภูวนาท คุนผลิน พิธีกรและดีเจชื่อดัง อัดคลิปถอดบทเรียนเรื่องนี้ พร้อมพูดถึงอคติที่พบเจอเต็มโซเชียล พร้อมระบุแคปชั่นว่า

“#saveพายุ ถูกต้องพายุต้องเซฟ อ้าว แต่เราไม่เซฟน้องลาเรนด้วยเหรอครับ แล้วเด็กคนอื่นๆก็ควรเซฟด้วยนะ ถ้าจะรักความยุติธรรมก็ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกคน ไม่งั้นจะเรียกว่ายุติ ด้วยความเป็นธรรมได้หรือ ถ้าจะSaveเด็ก ก็ควรต้องSaveเด็กทุกคนมั้ย เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

“ผมว่าผมเห็นอคติเต็มฟีดเลย… ทุกวันนี้ถูกผิดประเทศเรามันเบลอมาก เรื่องไหนที่มันชัดเจนได้ก็ควรจบกันให้เร็ว เราพร้อมเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนที่เรารัก แต่มันไม่มีวันเกิดขึ้นหรอกถ้าคุณไม่เรียกร้องมันให้คนที่คุณไม่รักด้วย…”

โดย อั๋น เผยในคลิปถึงการถอดบทเรียนครั้งนี้ไว้น่าสนใจว่า “มีคนถามผมว่ารู้สึกยังไงกับเรื่อง น้องพายุ ผมรู้จักกับทั้ง 2 ครอบครัวเลย ไม่ได้สนิทมากทั้ง 2 ครอบครัว แต่ในภาพรวมผมรู้สึกว่าทุกคนสู้เพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าตัวเองถูกต้อง ผมเชื่อว่ามันเป็นการสู้ด้วยพลังงานที่มีเจตนาที่ดี ”

“ตอนนี้เรื่องเลยเถิดถึงการตัดสินออกมาอย่างเป็นทางการในเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว ผมคิดว่ามันก็ควรจะจบ ”

“เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าเหตุเพราะบังเอิญว่าเป็นครอบครัวดังของ 2 ครอบครัว เป็นครอบครัวที่คนไทยจำนวนไม่น้อยมีทัศนคติ อคติไว้ก่อนแล้วว่ารู้สึกยังไง”

“ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ สิ่งที่ควรเห็นใจที่สุดคือเด็กจริงๆ คนส่วนใหญ่พูดแบบนี้หมดว่าควรเห็นใจเด็ก สงสารเด็ก แล้วลงท้ายคือ #Saveพายุ อ้าวแล้วเด็กคนอื่นอ่ะ ”

“พายุก็ต้องเซฟถูกป่ะ อ้าว แล้วแมคลาเรน น้องลาเรนไม่ต้องเซฟเหรอ ต้องเซฟสิ แล้วเด็กคนอื่นๆที่แข่งอ่ะ ต้องเซฟมั้ย ต้องเซฟสิ”

“สมมติว่าถ้าเป็นผม รู้สึกว่าผมไม่ผิด ผมก็จะไฟท์ ผมก็จะประท้วงนะ มันไม่แฟร์หรือเปล่า เป็นอั๋นก็จะทำ แต่ถ้าไฟท์ไปเต็มที่แล้วมันไม่ผิดนี่หว่า งั้นผมขอโทษนะ แต่ผมได้พิสูจน์แล้วไง กับอีกฝ่ายเขาบอกว่า ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ผิดเว้ย ฉันก็ยืนยันในความถูกต้องของตัวเอง แต่ในที่สุดเขาประกาศมาว่าผิดก็จบ”

“ผมว่าปัญหาเรื่องนี้คือเราไม่ชินกับการตรวจสอบหรือเปล่า ประเทศเราไม่ชินกับการตรวจสอบหรือเปล่า การตรวจสอบเป็นเรื่องปกติ ขอดูบัญชีหน่อยสิ แต่ไม่ใช่ทำไมต้องมาดูไม่ไว้ใจการทำงานว่าฉันโกงเหรอ ถึงต้องมาขอตรวจสอบบัญชี เปล่าก็แค่ตรวจสอบว่ามันปกติก็ได้ไง เมื่อเราสงสัยก็แค่ถาม เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ผมว่ามันแค่นั้นเอง ”

“กระบวนการตรวจสอบทั้งปวงเป็นเรื่องมาตรฐาน ตรวจสอบคือตรวจสอบ ไม่ผิดคือไม่ผิดไง ก็ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบว่าไม่ผิดไง แล้วจบด้วย”

“เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ให้กำลังใจกันเถอะ ให้กำลังใจกับทุกคน ผมว่าถ้าจะมีคนผิดนิดหนึ่ง ทีมช่าง อาจจะประมาทไปหน่อย ผมขออนุมานไปว่าเขาไม่มีเจตนา กับอีกอันคือทีมผู้จัด ที่อาจจะมีความผิดมากหน่อย ก็ควรออกมาขอโทษ ”

“ส่วนที่เหลือเรียนรู้กันไป เชื่อว่าทุกคนพยายามดูแลใจ และเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และดันเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ”

“ผมว่าแพ้ชนะไม่ได้เปลี่ยนโลก แต่ผมคิดว่าการรับมือกับความแพ้ชนะเปลี่ยนโลกได้ เพราะว่าโลกของเด็กรุ่นนี้ที่กำลังจะเติบโตไปเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนโลก สำคัญกว่าตรงนั้นเยอะ ”

“Saveพายุ Saveน้องลาเรน Saveเด็กทุกคน แล้วก็ Saveความถูกต้อง Saveกระบวนการตรวจสอบ กระบวนการยุติธรรมของประเทศ แล้วเราจะชินกับเรื่องนี้ แล้วดึงดราม่าออก”

“เวลาเราจะเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเองหรือเรียกร้องความยุติธรรมให้กับใคร ขอให้สุภาพแค่นั้นเอง ”

“ขอโทษนะอย่าโกรธกันนะถ้าบังเอิญฝั่งคุณปอเคลื่อนตัวมาตอนแรกด้วยภาษาที่สุภาพกว่านี้ การเรียกร้องให้ตรวจสอบของคุณจะดูชอบธรรมกว่านี้ ด้วยวิธีการสื่อสาร ไม่ได้ด่าว่าใคร แต่เราถอดบทเรียน เรียนรู้ไปด้วยกันว่าการหยาบคายด้อยค่าหัวใจสำคัญที่คุณจะสื่อสารเสมอ”

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย unpuwanart (@unpuwanart)

ที่มา unpuwanart

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน