ซานิ นิภาภรณ์ ลั่นไม่แต่งงานแน่นอน รักอิสระและมีความสุขกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง พร้อมเผยสถานะกับ ‘ดรีม ศุภกฤต’ มองเป็นเพื่อนคู่คิด ต่างคนต่างมีอิสระ ไม่จำเป็นต้องครอบครองกัน
นักร้องและพิธีกรสาว ‘ซานิ นิภาภรณ์’ มาร่วมงานกิจกรรมโบว์ลิ่งการกุศลและมอบทุนการศึกษา “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” ณ ลานสตาร์ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ พร้อมเปิดใจถึงมุมมองความรักและชีวิตคู่ ส่วนสถานะกับ ‘ดรีม ศุภกฤต’ มองเป็นเพื่อนคู่คิด ต่างคนต่างมีอิสระ ไม่จำเป็นต้องครอบครองกัน
เพิ่งผ่านวันเกิด?
“41 ขวบแล้ว แก่มากๆ เลยทีเดียว ไม่คิดว่าเราจะอายุถึงขนาดนี้ได้ แต่ไม่ได้ลงว่า 41 นะ ลงว่า 14 อีกครั้ง ถามว่าคนเชื่อไหมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่หมอเชื่อ เพราะหมอฉีดยาให้ทุกวัน (หัวเราะ) ก็ต้องเชื่อว่าอายุเท่านี้ หมอสะกดจิต จริงๆ เลข 41 ไม่ได้น่าขนลุกนะ มันเป็นวัยที่ดี เป็นวัยที่รู้จักสุขุมขึ้น นิ่งขึ้น แล้วก็รู้สึกว่าเราอาจจะต้องวางแผนชีวิตตัวเองว่าจะเดินต่อไปยังไง ในรูปแบบไหน”
คุณแฟนก็อวยพรหวานฉ่ำ บอกว่าเป็นคนสวยของเขา?
“แต่ทุกคนก็ชมว่าสวยหมด เพราะหมอทำมาสวย ใครไม่ชมก็อาจจะโดนฟาดโดนเสย (หัวเราะ) เราสะกดจิตเพื่อนทุกคน อย่างคุณตั้มก็แท็กว่าคนสวยของน้อง (ทุกคนต้องชมว่าสวยหมด?) ถูกแล้ว”
แฟนชมเป็นพิเศษกว่าเพื่อนคนอื่นไหม?
“ก็เป็นเรื่องปกตินะคะ เพราะได้ยินคำชมว่าสวยแบบนี้เป็นร้อย ๆ คนแล้ว”
แสดงว่าเราบ่นแฟนบ่อยหรือเปล่า เพราะเขาบอกว่าอยากให้อยู่บ่นไปนานๆ?
“บ่นทุกคน เพื่อนก็โดนบ่น เพื่อนที่แก่อายุเท่ากัน ก็จะบอกว่าเธออย่าเอาเงินไปเที่ยวผู้หญิงเยอะนะ เพราะเพื่อนเราก็อยากเที่ยวผู้หญิง พูดลอย ๆ ไปแล้วกันเนอะ (หัวเราะ) จริง ๆ เราก็เตือนทุกคน ไม่ใช่แค่เตือนเขา แต่เตือนตัวเองด้วยว่าให้วกกลับมาดูตัวเองด้วย”
แล้วมีความสุขกับวัย 41 อย่างไรบ้าง?
“แฮปปี้มากๆ เพราะเป็นวัยที่สร้างรากฐานมาระยะหนึ่งแล้ว พี่นิรู้แล้วว่าสิ่งที่ต้องการจริงๆ อาจจะแค่ที่อยู่อาศัยดีๆ บ้านที่เราโอเค บ้านปลายทางที่เราพอใจ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว ไม่ได้อยากได้อะไรอีก”
ปีนี้ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษอย่างไรบ้าง?
“ปีนี้พี่ออกกำลังกายน้อยมากๆ แล้วทำงานที่ต้องดื่มบ่อย เพราะเล่นผับตลอด ก็เป็นปีที่ดูแลตัวเองเยอะขึ้น คนที่มาดูเราก็จะเริ่มยื่นน้ำเปล่าให้ พร้อมกับประกบทิปด้วย เราก็จะจูบปากหอมแก้มไป ก็น่ารักมาก จริงๆ ไม่ได้ค่อยปฏิเสธหรอก แต่จะพูดกับเขา คนที่ยื่นให้เราก็จะรู้ว่าจะให้เราจิบพอเป็นพิธี ส่วนเราก็ทำพิธีบวงสรวงกันไป ไม่อย่างนั้นเขามาก็ไม่สนุกเหมือนกัน แต่งานไม่ได้มีทุกวันหรือหนักหนาสาหัสมาก วันไหนที่โอเค วันนี้ได้พัก อีกสองวันได้พัก”
หลายคนลุ้นเรื่องความรัก อยากให้มีงานแต่งงานบ้างไหม?
“ไม่เลย ไม่อยากมีงานแต่ง ไม่ชอบแต่งงาน มันไม่ได้เป็นความสำเร็จในชีวิต ไม่มีคำว่าแต่งงานอยู่ในหัวเลย ไม่ว่าจะคบใครหรือยังไง ก็ไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้น เลยรู้สึกว่าแบบนี้แฮปปี้แล้ว”
แล้วแฟนเข้าใจความคิดของเราไหม?
“ตรงกันค่ะ ถ้าไม่ตรงก็ออกไปเลยค่ะ (หัวเราะ) ครอบครัวก็ไม่ได้คาดหวัง แม่ก็ให้อิสระอยู่แล้ว แต่เป็นตัวเองที่ไม่ได้ชื่นชอบการแต่งงาน แต่ก็ดีใจกับทุกคนที่แต่งงานนะ รู้สึกว่าเป็นคนชอบอยู่ตัวคนเดียว รักอิสระ เห็นไหมเวลาไปไหนมาไหนก็ลั้ลลาคนเดียว”
การไม่แต่งงานกับการมีคู่ชีวิตมันอาจจะเป็นคนละเรื่องกัน?
“คู่ชีวิตกับการแต่งงานเหมือนกันค่ะนอกนั้นเรียกเพื่อน เพื่อนที่ดี เพื่อนที่ปรึกษา เราจะใช้คำว่าคู่ชีวิต เพราะเราไม่ได้มีอะไรแบบนั้น แต่ถ้าถามว่าเป็นเพื่อนคู่คิดกันไป มีคนให้ปรึกษากันไหม ก็มีค่ะ แต่มีหลายคนนะคะ อย่าไปจับตามองข่าวว่าเป็นคนคนเดียว ต้องสืบดูก่อนค่ะ”
เขาได้ยินแบบนี้จะน้อยใจไหม?
“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ ชีวิตนี้ทุกคนต้องมีความสุขด้วยตัวเอง ไม่ใช่มีความสุขด้วยคนอื่น เพื่อนเราก็น้อยใจทุกคน เพราะเราไม่ไปกิน ไม่ไปปาร์ตี้กับเพื่อนทุกคน เนื่องจากเราเป็นคนรักอิสระสูง”
ยืนยันว่าไม่แต่งงานแน่นอน?
“ไม่แต่งแน่นอนค่ะ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องหวัง”
เวลาเขาให้สัมภาษณ์ เขาก็ให้เกียรติเรา?
“ก็ควรให้เกียรติ ไม่ว่าคุณจะมีฐานะไหน เพศอะไร แม้แต่กับเพื่อนก็ต้องให้เกียรติ เพราะฉะนั้นการพูดถึงใครคนหนึ่งก็ต้องให้เกียรติกัน เป็นเรื่องปกติ”
คนก็มองว่าเราเป็นความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย?
“เราชอบความเรียบง่าย และรู้สึกว่าถ้าจะต้องเป็นคู่กัน เราต้องคิดว่าเราคาดหวังอะไรจากอีกฝ่ายหรือเปล่า จะเป็นเพื่อนหรือเป็นแฟนที่ดี มันอาจกลายเป็นความทุกข์สำหรับเรา แต่สำหรับคนอื่นเขาอาจจะแฮปปี้ก็ได้กับการเรียกใครสักคนว่าแฟน คู่ชีวิต หรือคู่คิด สำหรับเรา ถ้าไม่ไปจับจอง ไม่ต้องเป็นเจ้าของกัน รู้สึกว่ามีความสุขกว่า เพราะการครอบครองอาจทำให้เป็นทุกข์”
เพื่อนๆ เชียร์ให้แต่งงานบ้างไหม?
“ไม่มีค่ะ เพราะชาวแก๊งเพื่อนสนิทรู้หมดเลยว่าเราไม่อยากแต่งงานและไม่ได้อยากมีใคร เขารู้ว่าเราเป็นคนชอบใช้ชีวิตอยู่คนเดียว รักอิสระมาก แม้แต่แม่ก็เป็นคนรักอิสระสูงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าจะมีใครมาอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง บายดีกว่า”
หวงไหม เขาหล่อมาก เป็นนักดนตรีกลางคืน?
“คนหล่ออยากไปไหนก็ไปได้ เราก็เป็นคนมีธรรมะสูงประมาณหนึ่ง เราไม่ได้อยากครอบครองแบบนั้น และเชื่อว่าทุกคนก็มีเวย์ของตัวเอง มีชะตาของตัวเอง อย่างเราตอนนี้รู้สึกว่าเจอชะตาของตัวเองแล้ว”
แล้วชะตาของตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างไร?
“โสดและโดดเดี่ยวค่ะ (หัวเราะ) คือโสดแบบแฮปปี้ มีความสุข มีเพื่อนคู่คิดไป (แล้วดรีม?) เราไม่ได้แต่งงาน ก็ต้องบอกว่าโสดสิ สถานะโสดไง เป็นเพื่อนกันไป”
แล้วเขามีคนคุยเยอะได้ไหม?
“แล้วแต่เขาสิ เพราะเราก็มีคนคุยเหมือนกัน คนเราจะคุยกับคนคนเดียวได้ยังไง มันจะเป็นบ้าเอานะ แฟร์ๆ ค่ะ ยิ่งไปกั๊กกันก็ยิ่งไม่มีความสุข ถ้าเขาเจอทางที่เรียบง่าย ก็ให้เขาใช้ชีวิตตามปกติ”
แล้วเขาเรียกเราว่าคนสวยและคนเดียวได้ไหม?
“คุณตั้มก็เรียกนะ เพื่อนเราก็เรียกทุกคน คนสวย”


