หมู Sweet Mullet เผยอาการป่วย focal dystonia ที่แขนซ้ายมา 15 ปี จากมีปัญหาแค่ตอนตีกลองลุกลามสู่การใช้ชีวิตประจำวัน ลั่นคอนเสิร์ตครั้งนี้ จะเป็นเส้นชัยสุดท้ายของเราในฐานะสมาชิก Sweet Mullet
จากกรณี เพจ Sweet Mullet วงร็อกชื่อดังโพสต์ประกาศสร้างความใจหายแฟนคลับว่า เต๋า ดุลยเกียรติ นักร้องนำ และ หมู วิทวัส มือกลอง ยุติบทบาทเป็นสมาชิกวงโดยจะร่วมแสดงครั้งสุดท้ายในคอนเสิร์ตใหญ่ ขณะที่ แป๊บ ชณันวิชญ์ และ ตี่ พิสุทธิ์ สมาชิกวงที่เหลือจะเดินหน้าทำงานในนาม Sweet Mullet ต่อไปนั้น
ด้าน หมู Sweet Mullet หรือ หมู วิทวัส มือกลองก็โพสต์ล่าสุดเล่าถึงอาการป่วย focal dystonia มา 15 ปี พร้อมแคปชั่นด้วยว่า “สำหรับผม @sweetmullet แม่งเฟี้ยวที่สุดแล้ว”
โดย หมู เล่าว่า “ผมเป็นโรค focal dystonia ที่แขนซ้ายมาประมาณ 15 ปี โรคนี้เป็นโรคทางสมองที่ควบคุมระบบประสาทสั่งการกล้ามเนื้อ ทำให้ผมไม่สามารถควบคุมแขนซ้ายได้อย่างปกติ เริ่มจากการตีกลองได้ไม่เหมือนเดิม ซึ่งในตอนแรก โรคนี้เป็นลักษณะ task-specific คือจะมีปัญหาเฉพาะแค่ตอนตีกลองเท่านั้น แต่จากการใช้งานกล้ามเนื้อผิดๆซ้ำๆต่อเนื่องมานานหลายปี ในที่สุดโรคนี้ก็เริ่มลามไปสู่การ เล่นกีตาร์ เปียโน และสุดท้ายลุกลามมาสู่การใช้ชีวิตประจำวัน จะหยิบแก้วน้ำ โทรศัพท์ จับส้อม ติดกระดุม เปิดประตู เข้าเกียร์รถ เสยผม แขนซ้ายของผมก็มักจะผิดธรรมชาติอยู่เสมอ”
“การตีกลองจึงเป็นเรื่องที่ทั้งมีความสุขและทรมานผสมกันไป เวลาที่บังคับแขนซ้ายไม่ได้ดั่งใจโคตรน่าหงุดหงิด เสียงกลองในหัวที่เราคิด กับการทำงานของมือซ้าย มันไม่สัมพันธ์กันอีกต่อไปแล้ว ผมพยายามต่อสู้กับแขนซ้าย
ของตัวเองมาโดยตลอด หวังเพียงแค่อยากจะตีกลองที่เรารักไปให้ได้นานที่สุด แต่นับวันมันก็ยิ่งแย่ลง …แต่ไม่ว่าเราจะตีออกมาได้แย่ขนาดไหน ตลอด 15 ปีที่อยู่กับโรคนี้มา ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียว ที่จะได้รับคำตำหนิจากพี่ๆในวง”
“ในความรู้สึกดีนี้ ที่พี่ๆในวงยอมรับและเข้าใจ ลึกๆข้างในของเราก็มีเสี้ยวหนึ่งที่รู้สึกผิด รู้สึกเป็นตัวถ่วงของวงทั้งตอนเล่นสุดและตอนทำเพลง …ที่ผ่านมาผมมักจะบอกกับคนอื่นว่า ที่วงเราใช้เวลาแต่งเพลงนานเพราะพิถีพิถันบ้าง ขี้เกียจบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง แต่ความจริงส่วนนึงมันมาจากตัวผมเองนี่แหละที่ไม่มีใจที่จะทำเพลงใหม่ …”
“ในหัวมีไอเดียเพลงเจ๋งๆ ไลน์กลองแจ๋วๆ เต็มหัวไปหมด แต่ก็ไม่อยากจะทำมันออกมา เพราะรู้ทั้งรู้ว่าแขนซ้ายของเราจะไม่สามารถตีออกมาให้สมบูรณ์ได้ทั้งในห้องอัดและตอนเล่นสด ในฐานะที่เป็น Producer ของวงด้วย สุดท้ายก็เป็นเราเองนี่แหละที่คอยดึงให้การทำเพลงมันช้าไปซะหมด เพราะผลลัพธ์ที่ได้มันยังไม่ถูกใจเราสักที”
“ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมกอดวง Sweet Mullet เอาไว้แน่น ด้วยความรักและภาคภูมิใจ แต่พอเราตกหล่นทั้งเรื่องตีกลองและเรื่อง Produce เพลงของวง พอมานั่งทบทวนกับตัวเองแล้ว ไอ้สิ่งที่เรากอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย อาจจะเป็นแค่ ego กับความเห็นแก่ตัวของตัวเองก็เป็นได้ …พอคิดได้แบบนี้ ในหัวก็เริ่มมีความคิดวนเวียนที่จะเลิกเล่นมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยกล้าพอที่จะตัดใจได้สักที เพราะในใจยังมีความฝันของวงอีกเรื่องที่พวกเรายังไม่เคยได้ทำด้วยกัน นั่นก็คือ คอนเสิร์ตใหญ่”
“คอนเสิร์ตครั้งนี้ จะเป็นเส้นชัยสุดท้ายของเราในฐานะสมาชิก Sweet Mullet …ในวันที่จะเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของวง วันที่จะเป็นวันที่ดีที่สุดวันนึงในชีวิตของเรา เมื่อโชว์จบลง เราคงจะปล่อยมือได้โดยที่ไม่รู้สึกค้างคาใจอะไรอีก ขอบันทึกความทรงจำที่จะเกิดขึ้นในวันนั้น ไว้ในใจของเราตลอดไป ”
“อยากขอบคุณทุกแรงเชียร์ ทุกกำลังใจ ทุกความเป็นห่วง ที่คอยมอบให้ผมเสมอมา ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ลำพังตัวตัวผมเองคนเดียว คงจะยอมแพ้ไปนานแล้ว …ที่ผ่านมามันดี มากๆเลยครับ
หมู Sweet Mullet” ท่ามกลางเพื่อนๆศิลปินนักดนตรีในวงการต่างเข้ามาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม
ที่มา moovithawat