ปิดจบอย่างสวยงาม! “Chang Music Connection Presents Melody Of Life 17” ระเบิดความมันส์กลางกรุง ตอกย้ำเทศกาลดนตรีรักษ์โลกแห่งปี ดึงคนร่วมงานทะลักหมื่น!
ปิดจบอย่างยิ่งใหญ่สมกับเป็นเทศกาลดนตรียิ่งใหญ่ใจกลางเมืองที่จัดต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน และ ยังเป็นเทศกาลดนตรีแห่งแรกที่ได้รับการรับรองแนวทางการจัดงาน Carbon Neutral Event กับงาน Chang Music Connection Presents Melody Of Life 17″ (ช้าง มิวสิคคอนเนคชั่น พรีเซนต์ เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ 17) ที่จัดโดย ค่ายเพลง SPICYDISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) ร่วมกับทางศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ และน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ที่จัดไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (16 – 18 ตุลาคม 2526) ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์
โดยมีผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งจนเต็มทุกพื้นที่จัดงาน และอย่างที่รู้กันว่า Melody of life นอกจากจะโดดเด่นในเรื่องของคอนเสิร์ตจากศิลปินไม่จำกัดค่ายหลากหลายสไตล์ ก็ยังมีกิจรรมดีๆ มาให้ได้สนุกไม่ว่าจะเป็นโซนของ EXHIBITION SHOWCASE พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ งานออกแบบ และผลงาน Prototype Project ของนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ที่มีคนให้ความสนใจชมผลงานไม่ขาดสาย
หรือจะเป็นในโซน HARMONY FOREST จุดเช็คอินต้นไม้ ผลงานการออกแบบ Art Installation จากวัสดุหมุนเวียนจากน้องๆ นักศึกษาด้านสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบ จาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี / มหาวิทยาลัยบูรพา
และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันก็คือ beep! – The Soundprint Macine ตู้ถ่ายรูปที่สามารถบันทึกเสียงลงในเทปคลาสเซ็ทกลับไปเป็นที่ระลึกที่มีคนเข้าไปเล่นกันไม่ขาดสายรวมไปถึง Cheeze Market & STREET FOOD ก็มีผู้คนเข้าไปช็อปปิ้งกันตลอด
และในปีนี้ยังได้ชวนทุกคนมาร่วมกันปิดไฟ แล้วเปิดพื้นที่ให้โลกได้พัก กัน 1 นาทีพร้อมร่วมสร้างแสงไปด้วยแฟลชจากมือถือของทุกคนให้สว่างไปทั้ง Earth Stage และ SUN Stage และอีกหนึ่งที่เป็นโลโก้ประจำงานที่ถือกำเนิดใน Melody of life 17 นี้นั่นก็คือ Mascot ประจำงานที่ มีทั้งหมด 6 คาร์แรคเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น PLOTO (โพโต้), MELO (เมโล่) , GROVO (โกโว่), PICO (พิโค่), REBO (เรโบ้), LUMO (ลูโม่) ที่มาโชว์ตัวอย่างกันที่โซน Exhibition ซึ่งจะมีเพียง PLOTO (โพโต้) ที่ออกมาเดินพบปะทุกคนกันทั่วทั้งงาน
สลับมาที่พระเอกของงานอย่างคอนเสิร์ต 4 เวทีกับไลน์อัพจุกๆ ตลอด 3 วัน โดยเริ่มจาก WAVE Stage ที่เปิดด้วยการประกวดกับ SPAWN MUSIC CONTEST เพื่อค้นหาผู้ชนะจากทั้ง 2 ระดับ และผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับมัธยมศึกษาก็คือทีม Black space ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท และผู้ชนะในระดับมหาวิทยาลัยก็คือทีม The blue pillows ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท
โดยได้รับเกียรติจาก คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ บอสใหญ่จากค่ายเพลง SPICYDISC เป็นผู้มอบรางวัล ก่อนจะสลับไปชมโชว์จากศิลปินตัวจริงอย่าง PAWITT (ภาวิต) ศิลปินน้องใหม่ที่พกเอาความจี๊ดจ๊าดมาทำให้ทุกคนได้กระโดดตามไป Make Friend กันแบบลืมเหนื่อย
นอกจากนี้ยังมีศิลปินนิวเจนจากค่าย SPICYDISC อย่าง WHITEBRIDGE ขึ้นมาวาดลวดลายพร้อมชวนพี่ชายร่วมค่ายอย่าง เป้ MVL ขึ้นมาแจมด้วยกัน ก่อนจะส่งต่อเวทีให้กับ The Rube ที่แทคทีมมากับพี่สาวเสียงดีอย่าง ลุลา ที่ไม่พลาดนำเอาเพลง เพลงธีมประจำ Melody Of Life อย่าง Blue Planet ขึ้นมาโชว์ด้วย
และในวันต่อ(เสาร์ที่ 17 ตุลาคม 26) มีแฟนๆ เข้ามารอชมโชว์กันเต็มพื้นที่ตั้งแต่โชว์แรกโดยขอเปิดเวทีด้วย MACHINE., QEETHA + Jigsaw Story, CHALA DEEN, FOOL STEP, PURPLECAT, TIGGER ที่ได้ TARA VIIS ขึ้นมาฟีทเจอริ่งด้วยในเพลง Faded Ink, FLOWER.FAR, SLAPKISS, SERIOUS BACON และ 3 หนุ่มจาก SAUCE BKK กับ 2ECTASY / JEFFY / KAKAGOESBACKHOME มาพร้อมเสียงเชียร์ที่ดังไปทั่วลาน EDEN 1 ทีเดียวงานนี้ยังได้แอบสปอยเพลงใหม่ที่งานนี้ครั้งเเรกที่จะปล่อยเร็วๆนี้ด้วย
ต่อมาที่ the ge ที่มาเสิร์ฟความฟินด้วยเพลงฮิตอย่าง I love you a latte มาเสิร์ฟความละมุนกันไปเลยทีเดียว จากนั้นเป็นคิวของ JULAJUCK, FRONC X WINNING, PATRICK NOEL, PANPAN YEEYEE , MILLIESNOW, KACHAIN, LA ONG FONG ที่ขอกระจายความสุขให้กับแฟนเพลงทุกคนจริงๆ ด้วยการมีล่ามแปลภาษามือมาร่วมโชว์ไปด้วยกัน จากนั้นไปกันต่อกับ PLAYGROUND, NO ONE ELSE ที่ไม่พลาดนำเอาซิงเกิลล่าสุดอย่าง “จะกอดเธอไว้ไม่ปล่อยให้หายไปอีกเลย”
พร้อมด้วย สยาโม ขึ้นมาร้องเพลงด้วยกัน และปิดท้ายด้วย ว่าน ธนกฤต ขึ้นมาส่งท้ายเวทีนี้ซึ่งไม่ได้มาเพียงคนเดียวยังได้ชวนเพื่อนอย่าง ฟิล์ม บงกช ขึ้นมาร้องเพลง ปรนัย และ เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ เป็นการส่งท้ายด้วยกันอย่างยอดเยี่ยม
ไปกันต่ออีกเวทีที่เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 26 นั่นก็คือ SUN Stage เวทีของศิลปินอินดี้มากมายขึ้นมาวาดลวดลาดแบบร้อนแรงให้สมกับชื่อเวที โดยเปิดด้วย LOSTBEANS, MOLON, KOBE, T!NE, VARIS, SOK , NINEOKMAI, CLOCKWORK MOTIONLESS, THE PARADISE BANGKOK MOLAM INTERNATIONAL BAND ที่ทำให้ทุกคนได้ออกมาฟ้อนไปด้วยกัน ไปกันต่อกับ WAV, Miller, TWODAYS, MURRPH. ที่มีแฟนๆ ก็ไม่แคร์ความร้อนเพราะความสนุกนั้นมีมากกว่ากันตั้งแต่โชว์จาก BETTER WEATHER, SOBBOY, SHERRY, MOVING AND CUT, TELEVISION OFF
ไปกันต่อกับ MUTE., DRIVER BOY, NAP A LEAN, PAE ARAK, MAX JENMANA กับครั้งแรกบนเวที Melody of life ที่เจ้าตัวก็จัดให้แบบไม่มีกั๊ก จากนั้นเป็นคิวของ ELECTRIC.NEON.LAMP, MAKARA ศิลปินใหม่แกะกล่องจาก SPICYDISC ก็ไม่น้อยหน้าจัด Set List สุดนัวมาให้ทุกคนได้ปลดปล่อยไปด้วยกัน ก่อนจะส่งต่อเวทีให้กับรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง SQWEEZ ANIMAL ขึ้นมาพร้อมโชว์อันยอดเยี่ยม และปิดท้ายด้วย THE RICHMAN TOY
ขยับกลับเข้าไปที่เวทีในศูนย์การค้าอีกเวทีนั่นก็คือ WIND Stage กับศิลปิน T – POP / IDOL ที่คึกคักไม่แพ้เวทีอื่นๆ แฟนๆ มานั่งรอกันชมโชว์จากศิลปินที่รักมากมาย ก่อนจะเปิดเวทีด้วย JAAR PROUDPETCH, Lumin+US, DEADKAT, VIINX, HATOBITO, QViNT, CHILLIZ เป็นโชว์ที่เต็มไปด้วยตความสดใส ก่อนจะสลับมู้ดกับ TACE เกิลกรุ๊ปน้องใหม่ที่มาพร้อมความเท่
ก่อนจะส่งต่อเวที่ให้กับ ARTY นักร้องหนุ่มที่มาพร้อมเสียงสุดละมุน จากนั้นไปเจ็บนิดๆ กันต่อกับ VIIS, MEILEE TAL, มัทรี – เอ็มโบ – กิ๊ก, SLAMDUCK, Ploy?, MARKPOOM น้องชายสุดเท่ที่มาพร้อมสเต็ปละลายใจสาวๆ ให้พองโตกันเลยทีเดียว ก่อนจากต่อเนื่องยาวๆ ไปกันต่อกับ DEBEST + ZIYEN + วง BBRACE, MICMAC ฝาแฝดสุดคิวท์ออลราวเดอร์ที่ใครเห็นเป็นต้องเอ็นดู ต่อด้วย FAVIQ ที่มีแฟนๆ หยุดชมกันเต็มลาน Central court ไปจนถึงชั้นบนสุดของศูนย์การค้าและส่งท้ายด้วย MANG เป็นการปิดเวทีอย่างสวยงาม
และเวทีสุดท้าย กับ EARTH Sage กับ Line up สุดจี๊ดแบบครบทุกฟิลลิ่งโดยมาแฟนๆ มารอกันอย่างเนืองแน่นเต็มลานศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ โดยขอเปิดเวทีด้วย BANK SORNRAM มาโชว์เสียงหวานๆ ให้ทุกคนได้ชมกันแบบเพลินๆ ก่อนจะส่งต่อเวทีให้กับ THE PARKINSON ด้วยการชวนทุกคนมาปล่อยพลังเสียงไปด้วยกัน ต่อด้วย MEYOU ที่ทุกคนร้องตามกับดังลั่นทุกเพลง ไปกันต่อกับLine up สุดกรู๊ฟจากศิลปิน R&B / Hip-hop อย่าง JayQ ที่ไม่พลาดนำเพลงฮิตอย่าง Hurry up มาโชว์บนเวที
จากนั้นเป็นคิวของ TOBII มาพร้อมความเซ็กซี่, BLVCKHEART ที่ไม่ว่าจะร้องเพลงไหนก็ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงร้องตามตั้งแต่ต้นเพลงจนจบเพลง ซึ่งสร้างความประทับใจจนศิลปินขอโชว์สัก 2 ชั่วโมงในปีหน้าเลยทีเดียว ไปกันต่อกับ MAIYARAP ที่เสียงร้องดังไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
ในวันต่อมาเป็นคิวของ JOKE ISCREAM หรือ ไบรอัน ศิลปินที่อิมพอร์ตมาจากเกาหลีที่รักประเทศไทยสุดๆ จากนั้นไปกันต่อกับ WHAL & DOLPH ที่ยังคงโชว์ได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ไปต่อกันกับวง AYLA’s มาพร้อม Song list เพลงเศร้าแต่สววยงามให้ทุกคนร้องไปด้วยกัน จากนั้นเป็นคิวของวง TILLY BIRDS กับการมาเยือนเวทีนี้เป็นปีแรกแต่จะไม่ปีสุดท้ายแน่นอนเพราะวงบอกแล้วว่าจะมาเจอกับทุกคนต่อไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน และยิ่งฟ้ามืดก็ยิ่งเดือดขึ้นเรื่อยๆ
โดยเริ่มจาก F.HERO ที่ไม่ยอมให้แฟนๆ ได้หยุดร้องหยุดเต้นตลอดโชว์ พร้อมเซอร์ไพร์สพิเศษที่ชวน TILLY BIRDS มาแจมบนเวทีอีกครั้ง ต่อด้วย LOMOSONIC มาทำให้เวทีร้อนระอุตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงท้ายโดยไม่ลืมที่จะกระโดดบอดี้เซิร์ฟไปกับคนดูทุกคน ก่อนจะปิดเวทีด้วย SLOT MACHINE แม้จะเป็นวงสุดท้ายแต่แฟนเพลงก็ยังอยู่กันเต็มพื้นที่จนโชว์ เรียกได้ว่าเป็นการปิดโชว์ได้อย่างสวยงาม
เป็นอีกหนึ่งปีที่เต็มไปด้วยความสุขที่ได้รักโลกไปด้วยกันกับ Chang Music Connection Presents Melody Of Life 17″ (ช้าง มิวสิคคอนเนคชั่น พรีเซนต์ เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ 17) โดยสามารถเข้าไปชมภาพความสนุกได้ทางโซเชียลทุกช่องทางของ Melody of life และ SPICYDISC หรือจะกดติดตามกันไว้เพื่ออัพเดทข่าวสารกันต่อไปก็ได้เช่นกัน แล้วพบกันใหม่ใน Melody Of Life 18 วันที่ 8-10 ตุลาคม 70 กับ เทศกาลดนตรีที่มันส์ที่สุดใจกลางกรุง และ ‘รักโลก’ ที่สุดใน













