“ณเดชน์” ยันไม่กังวลทำบุญ แม้เจอดราม่ามูลนิธิใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ลั่นให้ด้วยใจบริสุทธิ์ อย่าคิดเยอะจนไม่กล้าทำบุญ
พระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ”มาร่วมงานเปิดตัวแคมเปญ MEGA HAPPINESS SEASON 2026 เปิดประตูสู่โรงงานแห่งความสุขสุดมหัศจรรย์ “MEGA HAPPINESS FACTORY” แลนด์มาร์กแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและต้อนรับปีใหม่ ณ ลาน MEGA PLAZA ศูนย์การค้าเมกาบางนา จัดโดย ศูนย์การค้าเมกาบางนา ร่วมกับ ไทยประกันชีวิต
โดยเปิดใจถึงกระแสดราม่ามูลนิธิดังนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ยอมรับพอทราบข่าวแต่ไม่ได้ติดตามเจาะลึก ยืนยันไม่ส่งผลต่อความตั้งใจในการทำบุญ ไม่รู้สึกกังวลหรือหมดศรัทธา เพราะทุกครั้งที่ให้เกิดจากจิตใจบริสุทธิ์ พร้อมมองว่าการทำบุญมีหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องผ่านมูลนิธิเสมอไป แนะควรเน้นความชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานตรวจสอบได้ เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ

ตอนนี้ มีข่าวดัง เรื่องทำบุญมูลนิธิ?
“รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าไม่ได้ติดตาม ไม่ได้ไปเจาะลึกอะไร ก็พอทราบ ในช่วงเวลาแรกๆ ต้นๆ ครับ หลังๆ มานี่ไม่ได้ดูเลย”
ดราม่ามูลนิธิ มันคอยทำให้เรากังวลไหมที่ จะทำบุญกับใคร?
“ไม่ ปกติผมก็ทำบุญกับพระ กับวัด ด้วย แล้วก็มีบริจาค แต่ส่วนใหญ่แล้วเราก็บริจาคเองนะฮะ เราก็จะเป็นการแบบโอนไปเอง เราก็มีทำบุญกับมูลนิธิบ้าง แล้วก็มีทำบุญกับวัด กับคน กับเด็ก กับอะไรอย่างงี้ หลายๆ อย่างบ้าง ผมว่าคนที่เรา เวลาเราทำบุญหรือว่าเราบริจาคอะไร มันมีความรู้สึกอยากจะให้ มีความรู้สึก ยินดีแล้วก็เรารู้สึกว่าได้บุญ เรารู้สึกว่าเรามีเราก็พร้อมที่จะให้ เราก็ไม่ได้มาคิดกังวลหรือว่ากลัวอะไรหรอกครับ อาจจะเป็นความผิดพลาด หรือว่าสิ่งที่มัน ผิดมันอาจจะถูก ก็ทำให้กระจ่างแจ้งขึ้นมา หรืออะไรอย่างนี้ก็ว่าไปตามเหตุและปัจจัยไป แต่ว่าส่วนตัวแล้วเวลาทำบุญทำอะไรเรามีแต่จิตใจที่บริสุทธิ์ แล้วเราก็พร้อมที่จะทำสิ่งนั้น ผมว่ามานั่งคิดมานั่งอะไร ก็โอโหไม่ต้องทำแล้วมั้งงั้นก็เก็บไว้คนเดียวเถอะ”
พอเจอข่าวแบบนี้หมดศรัทธาการทำบุญไหม? มีอะไรพะวงไหม?
“ไม่นะ ผมว่าอย่าเพิ่งไปหมดศรัทธากับการ ทำบุญ หรือว่ามอบ หรือบริจาคสิ่งของ หรือเป็นเงินปัจจัยเลยครับ เพราะว่าจริงๆ แล้ว มีหลายๆ หน่วยงาน มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชนนะครับ หรือว่าแม้กระทั่งเดินไปเจอคุณตาคุณยาย หรือคนที่เขาเหนื่อยล้า ซื้อน้ำให้เขาแค่นี้มันก็เหมือนกับการได้ทำบุญบริจาคแล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกใช้วิธีการไหน แล้วแต่ความสะดวกและความชื่นชอบจริตของแต่ละท่านในการทำบุญ ก็ทำไปเถอะครับ แล้วผมเชื่อมั่นว่าเวลาเราทำอะไรอย่างนี้ให้กับคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่นะครับผม เราจะได้ความสุขกลับมา ซึ่งมันบอกไม่ถูกหรอกว่ามันคืออะไร มันเป็นนามธรรม แล้วมันมีส่วนกระทบกับจิตใจเราที่มันแบบ โอ้มีความสุขจังเลยเราได้ให้ เราได้ให้เรา ถึงแม้ว่าเขาอาจจะแบบ ได้รับไม่ได้รับไม่รู้หละ แต่ว่าเราก็แบบรู้สึกว่าเรายินดีที่จะให้แล้ว”
เคยได้เข้าไปบริจาคของบ้างไหมครับ?
“มีครับ ผมก็ทำกับมูลนิธิคนตาบอด ทำกับเด็กกำพร้า ทำอะไรอย่างนี้ครับ ทำเรื่อยๆ (ของพี่บุ่ม?) ไม่เคยได้มีโอกาสทำครับ ใช่ครับ คือหลังๆ มาผมบอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้มีการทำบุญหรือบริจาค นอกจากผมจะไปวัดด้วยตัวของผมเอง แล้วผมจะมอบปัจจัยหรือไปบริจาค ผมถึงมอบจากจากตัวของผมเองผมจะไม่ได้มีการไปมอบผ่านมูลนิธิอะไร หรือว่าบางทีเรารู้จักเพื่อนเราอย่างนี้ เพื่อนเป็นหมอที่โรงพยาบาลขอนแก่น ขาดเครื่องมือแพทย์เราบริจาคให้ เราก็เพื่อนกัน มันก็รู้สึกสนิทใจมันก็ไม่มีอะไรต้องกังวล แล้วของก็เห็นว่ามันมีจริงๆ อย่างนี้ก็ก็สบายใจ”
ดูจากวัตถุประสงค์ด้วยใช่ไหม?
“ครับ คือถ้ารู้ว่าวัตถุประสงค์ เอาพูดง่ายๆ ว่าปัจจุบันนี้หลายๆ อย่างนะครับ คือ โลกโซเชียลมันค่อนข้างรวดเร็วมากๆ นะครับ มันมีทั้งผลดีและผลเสีย เพราะฉะนั้นทำทุกอย่างให้มันชัดเจนแล้วก็กระจ่างใสที่สุด ผมว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แล้วก็ในภายภาคหน้าในอนาคตของเรา ถ้าสมมุติว่าเราจะ ชวนคนอื่นทำบุญสิ่งของ มันต้องไปถึงถึงมือเขาหรือว่าเราและเขาได้เห็นอ่ะ ผมก็ไม่รู้หละ แต่ว่าแล้วมันต้องมีหลักฐานที่ ที่เห็นแล้วเราเออรู้สึกว่าเราได้ทำจริงๆ ครับ”


