ไม่มีคำแก้ตัว! “กุ๊บกิ๊บ” ลั่นขอโทษจากใจ หลังโพสต์โฆษณา “เมจิกสกิน” เผยไม่ได้กินเอง

วันที่ 18 พ.ค. ที่ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ พระราม 4 คุณแม่ยังสาว กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ ควงลูกสาวสุดน่ารัก ‘เป่าเปา’ ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ มาร่วมงานเปิดแคมเปญ “บิ๊กซีบิ๊กการ์ด สิทธิประโยชน์โดนใจ ยิ่งสะสมมาก ยิ่งได้มาก” จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องไม่ได้พาเป่าเปามาออกงานเจอแฟนคลับนานแล้ว

โดยกุ๊บกิ๊บเผยว่า “ดีใจมากที่วันนี้ได้มาเจอแฟนคลับ เราไม่ได้ออกงานนานมาก ดีใจคนมากันเยอะมากทั้งที่เราบอกกะทันหัน ขอบคุณมากที่ยังรักและเอ็นดูเป่าเปาอยู่ สำหรับพัฒนาการของเป่าเปาก็เป็นไปตามวัย เด็กๆ ก็มีด้านที่เก่งไม่เหมือนกัน อย่างเปาเป่าชอบพูดมาก ช่วงนี้พูดเก่ง ชอบพูดใช่มั้ยคะ”

เป่าเปา : “ชอบ”

กุ๊บกิ๊บ เผยต่อว่า “ช่วงนี้อย่างที่เห็นค่ะ ไม่อยู่นิ่ง กิ๊บเลยไม่ค่อยรับอีเว้นต์ จะรับงานน้อยเพราะเขากำลังเริ่มโต เราไม่อยากบังคับเขา แต่เขารู้ว่าจะมางานก็สนุกนะ ตอนนี้อยู่ในช่วงเตรียมให้เขาจะเข้าโรงเรียนแล้วด้วย”เลือกรับงานให้เป่าเปาเป็นพิเศษไหม
“จริงๆ ส่วนใหญ่เรารับทุกงานที่เกี่ยวกับเปาก็เป็นงานที่เกี่ยวกับครอบครัว หรือค่อนข้างเกี่ยวกับเปามากกว่าและใกล้ตัว เพราะเราไม่สามารถไปบังคับเขาได้ อย่างงานนี้ถ้าเขาไม่ได้ไปบิ๊กซีบ่อย ไม่มีทางที่จะพูดได้หรือสนใจ เลยรับเฉพาะงานที่อยู่ใกล้ตัวเขาและเขารู้สึกแฮปปี้”

ก่อนมางานมีตกลงอะไรกับเป่าเปาก่อนไหม
“ก็จะบอกเขาว่าเดี๋ยวต้องมางานนะ มาอีเว้นต์กับม่ามี๊ มางานต้องเจอคนเยอะใช่มั้ยคะ”

เป่าเปา : “ใช่ (ยกมือสวัสดี)”

กุ๊บกิ๊บ เล่าต่อว่า “เจอแฟนคลับต้องทำตัวดีๆ นะ ไม่กรี๊ดกร๊าด ถามว่าจะรับอีเว้นต์น้อยลงมั้ย จริงๆ เลือกมากขึ้นมากกว่า เพราะเราไม่ค่อยมีเวลาด้วย อย่างที่บอกต้องเตรียมพาเปาเข้าโรงเรียน สามีทำงานคนเดียว เราก็โอเคแล้ว ช่วงนี้กิ๊บก็จะมีถ่ายละครด้วย เรื่องลิขิตรักข้ามดวงดาวค่ะ”สามีทำงานคนเดียวก็เลยต้องลงรูปชุดว่ายน้ำแท็กเรียกให้กลับบ้านใช่ไหม
“สามีไม่กลับบ้านมาเดือนนึงแล้วเนอะ เราก็ลงรูปเรียกหน่อย เดี๋ยววันที่ 19 พ.ค.นี้เขาจะกลับมา แล้ววันที่ 20 พ.ค. ก็กลับไปใหม่ กลับมาได้แค่ 2 วัน เขากำลังถ่ายละครอยู่ กลับไปอีกรอบก็จะอยู่จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ก็จะถ่ายเสร็จแล้ว เหลืออีกเดือนนึง และเดี๋ยวจะมีถ่ายอีกทั้งปี ละครบี้ที่ออนแอร์อยู่กระแสก็ดีมาก รู้สึกว่าตอนนี้ 1,500 ล้านวิวแล้วที่โน่น เขาดีใจมาก คนให้การต้อนรับเขาอย่างดี เรายังไม่ค่อยรู้อะไรมากเขาก็ส่งข่าวมาเป็นระยะ”

บี้คิดถึงลูกมากขนาดไหน
“คิดถึงมาก พ่อก็ร้องไห้ตลอดคิดถึงลูก เปาก็คิดถึงพ่อมาก จะมีบอกคิดถึงปาป๊า อยากเจออยากกอดป๊า ก็มีงอแงบ้าง ถามว่ากิ๊บเลี้ยงลูกคนเดียวมีงอแงบ้างมั้ย คราวนี้กิ๊บไม่ค่อยงอแงเลย เพราะรู้สึกว่ามีเปาเป็นเพื่อน เราสงสารบี้มากกว่าเขาอยู่ตรงนั้นไม่มีใครไง กิ๊บยังมีเปา เปาตอนนี้ก็แสบ เรารู้สึกมีเพื่อนเล่นมีเพื่อนเที่ยว แต่บี้ไม่มีใคร แต่เขาก็ทำงานหนักมาก ทำทุกวันเลย เดี๋ยวเขาจะมีละครใหม่อีกเรื่องนึง กำลังจะถ่ายต่อจากนี้ อาจจะได้มาพักก่อนอาทิตย์สองอาทิตย์แล้วก็บินกลับไปถ่ายต่อ”สรุปรูปที่แท็กหาบี้ได้ผลไหม
“นี่ไง เดี๋ยวเขาบินกลับมาเลย ลากองกลับมาได้ 2 วันก็โอเค เขาเห็นรูปก็บอกว่า แหม่ เขาไม่ได้มาด้วยเอาใหญ่เลยนะ แต่เขาก็ขอให้เราเที่ยวให้สนุก เพราะเป็นทริปแรกที่กิ๊บไปกับเพื่อนๆ เลย โดยไม่มีใครตามไป เอาแค่คนงานที่บ้านไปด้วยคนนึง”

ตอนนี้คือให้เป่าเปาเข้าเรียนที่ไทยใช่ไหม
“คิดว่าให้เข้าที่นี่ก่อน แล้วก็ดูว่าปีหน้ายังไง ถ้าแบบฮอตมากเหลือเกิน ไม่มีเวลาบินกลับมาแล้ว ก็อาจจะค่อยว่ากันอีกที แต่ใจเราก็อยากอยู่เมืองไทย ติดส้มตำปูปลาร้าเข้าใจป่ะ ไม่มีที่ไหนอาหารอร่อยเหมือนบ้านเรา ก็อยากอยู่ที่นี่ ถ้าต้องให้คิดถึงอันดับแรกคือลูก สิ่งที่ดีที่สุดเรารู้สึกว่าจะทำงานได้เงินเยอะยังไง ก็ไม่สำคัญเท่ากับครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน เราไม่ได้มีภาระผูกพันอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็ทำงานทางอินเตอร์เน็ต มีถ่ายละครบ้างสามารถบินไปบินมา ไปใช้ชีวิตอยู่โน่นบ้างก็น่าจะเป็นไปได้ ก็มีดูโรงเรียนที่โน่นไว้บ้าง ดูไว้หลายที่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ที่จีนอย่างเดียว ดูไว้หลายประเทศที่ไหนจะดีที่สุดสำหรับเปา”บี้อยากให้เรากับลูกอยู่เมืองไทยหรืออยากให้ไปอยู่ที่จีนด้วยกัน
“จริงๆ เขาก็อยากให้เราอยู่ใกล้ๆ แหละ แต่เขาก็เป็นห่วงเรากับลูก ถ้าเราไปกลัวจะอยู่ไม่ได้ พูดจีนไม่ได้ เขาก็เลยให้อยู่เมืองไทยไปก่อน เรื่องกลับมารับงานของกิ๊บ จริงๆ ก็เริ่มมาจากผู้ใหญ่ ให้มาออกรายการบ้างได้มั้ย เขารู้ว่าเราติดลูกไง เราก็โอเคไปบ้างก็ได้ อันนี้บอกตามตรง งานติดต่อมาเยอะมาก เราอยากขออยู่กับลูกหน่อย เรารู้สึกว่า 3 ปีแรกเป็นช่วงเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยวไว้ เขากำลังน่ารัก ไปไหนเราก็อยากจะรีบกลับบ้านไม่อยากอยู่นาน”

ช่วงเราไปถ่ายละครต้องห่างลูกเตรียมใจยังไง
“คิดว่าต้องมีเอาไปกองบ้าง หรือเราต้องมีเวลาบอกกับกองว่าเราได้ถึงเท่าไหร่ เพราะเราต้องเอาลูกเข้านอนทุกคืน คงไม่ถึงสองทุ่มต้องเลิกกองแล้ว ไปถึงกองก็อาจจะไปสายหน่อย ตกลงเวลาไว้เลยว่าเท่านี้ๆ เพราะเราจะต้องจัดการลูกก่อนตอนเช้า”แล้วเรื่องรับรีวิวเมจิกสกิน
ดาราสาว กล่าวว่า “กิ๊บยังไม่มีโอกาสได้พูดที่ไหนเลย เพราะคิดว่าจะพูดทีเดียว จริงๆ ไม่มีคำพูดอะไรนอกจากต้องพูดว่า ขอโทษ ขอโทษที่เราศึกษาดีไม่พอ ดาราทุกคนและกิ๊บศึกษามาก่อน อย่างของกิ๊บเราไม่ใช่รีวิว เพราะเราเขียนเป็นแค่ข้อความว่า กิ๊บไม่ได้กินเอง เพราะกิ๊บให้นมลูกไม่สามารถกินได้อยู่แล้ว ของเราเป็นการแนะนำโฆษณาว่ามีผลิตภัณฑ์นี้ ทุกคนไปลองอ่านรีวิวดูได้ เพื่อนๆ หรือคนรอบข้างเราแนะนำ เพราะก่อนที่เราจะรับ เรามีเอเจนซี่ติดต่อให้ เราก็จะเช็ก อย. ในเบื้องต้น แต่เรารู้ไม่พอ คือมันต้องเช็กให้ลึกกว่านั้น แล้วก่อนที่เราจะรีวิวหรือโฆษณาเราต้องขออนุญาต อย.ก่อน ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดของเรา”

“ถ้าใครที่ได้รับผลกระทบจากตรงนี้ จากการโพสต์ของกิ๊บหรืออะไรก็แล้วแต่ อยากให้รู้ว่าขอโทษจากใจจริง ขอโทษมากๆ กิ๊บเริ่มกลัวกับการที่จะโฆษณาพวกของกินและยาอะไรพวกนี้ กิ๊บว่าจะไม่รับแล้วดีกว่า ไม่ใช่มีเรื่องนี้แล้วไม่รับนะ แต่กิ๊บรู้สึกว่าเรามีความรู้ด้านนี้ไม่พอ เราก็ไม่อยากจะซี้ซั้วพูดไป กิ๊บแค่ไปอ่านรีวิวหรือถามจากเพื่อนเรา เขาก็กินนะแต่ยังไม่พออีก มันคงต้องเป็นระยะยาวมากๆ เรารู้สึกผิดมากที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ไม่มีคำแก้ตัวไหนนอกจากเราไม่รู้และศึกษาไม่พอ”ล่าสุดตำรวจออกหมายเรียกเราแล้ว
“ตอนแรกเรียกมาครั้งนึงแล้ว เราก็ติดต่อไปแล้ว ก็รอตำรวจว่าง พอดีเขายังมีภารกิจต้องทำ เราเลยโดนเลื่อนไปก่อน เดี๋ยวจะนัดอีกทีตอนที่กิ๊บว่างหลังวันที่ 23 พ.ค.นี้ ตอนนี้ก็รอตำรวจติดต่อมาว่าจะได้คิววันไหน เพราะดารากำลังทยอยเข้าไปเยอะเหมือนกัน ซึ่งเรายินดีเข้าไปเพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเราโดยตรง ควรที่จะต้องเข้าไปอยู่แล้ว เราพร้อมให้ปากคำและข้อมูลทุกอย่างที่เรารู้ ถึงกิ๊บเองจะบอกว่าไม่ได้กินในโพสต์ก็ตาม แต่อาจจะมีส่วนร่วมที่ทำให้คนไปซื้อตามเรา ซึ่งเราจะต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติม เท่าที่กิ๊บรู้กรณีของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนมีคลิป มีรูป อย่างของกิ๊บที่ตำรวจคุยเหมือนโฆษณาสรรพคุณโดยยังไม่ได้ขออนุญาต อย.ค่ะ”

เหมือนดาราตกเป็นเหยื่อด้วยเหมือนกัน
“กิ๊บว่าทุกคนเป็นเหยื่อ จริงๆ ตอนรับมาแล้วกล้าโพสต์หรือโฆษณา เพราะเราเห็นในตลาดดังมาก ออกสื่อทุกอย่างเราก็เลยรู้สึกว่าอันนี้เราน่าจะไว้ใจได้ ก็คิดว่าน่าจะโอเค แต่กลายเป็นว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น กลายเป็นบทเรียนให้ต่อไปเราจะทำอะไรเราต้องศึกษาให้ดีก่อน และทำให้เรารู้ว่าก่อนจะโฆษณาอะไรต้องขอ อย. ด้วย พูดตรงๆ กิ๊บว่าดาราหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ”

บทความก่อนหน้านี้คนงานดวงกุด! เลิกงานทำโอทีต่อโดนเหล็กดีดล้มคะมำผนังปูนถล่มทับซ้ำสยอง(คลิป)
บทความถัดไป‘กว่างโซ้ง’ดุ บุกกัด ‘เทพอินทร์’ เก็บ 3 แต้มศึกฟรายเดย์ไนท์