บุพเพฯ ไม่ผ่านเซนเซอร์จีน ‘ประชุม’ โบ้ยถาม ‘ประวิทย์’ เทขายหุ้นช่อง 3

วันที่ 4 มิ.ย. ที่ อาคารมาลีนนท์ 2 มีงานแถลงความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย (มหาชน) ในการมอบลิขสิทธิ์ละครไทยช่อง 3 ให้ JKN เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายทั่วโลก โดยในงานนี้มี คุณประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว

หลังจากจบงานแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์บิ๊กบอสช่อง 3 เกี่ยวกับเรื่องการขายละครของช่อง 3 ไปต่างประเทศ รวมถึงเรื่องที่คุณประวิทย์ มาลีนนท์ ได้ขายหุ้นช่อง 3 หวั่นส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของช่อง 3 มากน้อยแค่ไหน

โดย คุณประชุม พูดถึงเรื่องการเอาละครไปขายต่างประเทศว่า “อย่างบุพเพสันนิวาส เราไม่ได้ขายไปที่เมืองจีนนะ เพราะติดกฎเกณฑ์ของเขา แต่กระแสของเราก็ดีที่โน่น เพราะมีการลักลอบเอาคอนเท้นท์เข้าไปแบบผิดๆ เลยทำให้มีคนติดต่อเข้ามาเพราะมันมีกระแสที่นิยม เพื่อจะนำไปฉายที่จีนด้วยเช่นกัน และกฎเกณฑ์ที่ติดๆกันเพราะเขามีกฎของเขาเอง อย่างละครที่มีผีสาง ลักษณะความรุนแรง เพศ หรือคำพูดที่ไม่เหมาะสม เขามักจะไม่สนับสนุนนี่คือหมายถึงในตลาดทีวีนะ และใน ott (อินเตอร์ในประเทศจีน) ก็เริ่มมีการคุมกันอย่างมากขึ้น ในประเทศจีนเป็นตลาดใหญ่ กฎเกณฑ์เยอะและมีโควต้าด้วยว่าปีๆ หนึ่งจะให้ในกลุ่มประเทศเอเชียเข้าไปขายในประเทศเขาได้ประมาณสักเท่าไร ซึ่งหมายความว่าคอนเทนส์ที่เราจะเอาไปขายนั้นก็ต้องไปผ่านเซนเซอร์ที่นั่นก่อน

มีกฎประเทศไหนเข้มแบบจีนบ้าง  “ก็มีจีนกับไทยนี่แหละเข้มมาก

 

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่านายประวิทย์ขายหุ้น มีผลกระทบต่อช่อง 3 ไหม  “เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณประวิทย์ ต้องถามคุณประวิทย์เองเลยครับ มาถามผมไม่ได้ ส่วนมีผลต่อความน่าเชื่อถือไหม ผมว่าเรื่องถือหุ้นก็เรื่องนึง แต่ก็ต้องดูภาพรวมของ BEC จะมาดูแต่คุณประชุม คุณประวิทย์คือไม่ได้ และเดิมเราทำธุรกิจแบบครอบครัว แต่ปัจจุบันเราเป็นบริษัทมหาชนแล้ว เราก็ปรับเปลี่ยนการบริหารมากขึ้น ก็ต้องมีความโปร่งใสมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการแข่งขันแบบไม่หยุดยั้ง แต่ถามว่าเรื่องคนมีความสำคัญไหม ก็มีความสำคัญเช่นกัน รวมไปในเรื่องระบบ การตลาดก็มีความสำคัญเช่นกัน อย่างตัวผมเองถ้าทำให้หลายๆ อย่างดีขึ้น ก็ไม่ใช่ความสามารถของผมคนเดียว แต่เป็นความสามารถของทุกคนในทีม พันธมิตรต่างๆ ในส่วนตรงนี้ต้องการเวลาในการแก้ปัญหาพอสมควร จริงๆ แล้วอย่างตลาดโฆษณาช่อง 3 กับช่อง 7 ยังเป็นหลัก ปกติเวลาคนที่ทำธุรกิจจะทราบว่าตลาดเปิดมากขึ้น มีคู่แข่งมากขึ้น เปิดจนซัมพลายมันล้นดีมาน ก็เป็นปัญหาของผู้ประกอบการที่ค้องแก้ไข”

อย่างงี้คนจะมองว่าตระกูลมาลีนนท์ไม่ได้ถือหุ้นสูงสุด  “ไม่ๆ ครับ ยังถือหุ้นสูงสุดอยู่ เป็นสัดส่วนเดิมอยู่”

แต่คุณประวิทย์ให้สัมภาษณ์แม้จะขายหุ้นไปแล้ว แต่ก็ยังทำงานเป็นพนักงาน ช่อง 3 อยู่?  “ผมว่าเรื่องคุณประวิทย์ก็ต้องตัวคุณประวิทย์เอง จะเหมาะกว่า ถ้าผมไปพูดอะไรแทน เดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นเปล่าๆ เพราะคุณประวิทย์ก็คือพี่ชายผม ส่วนผู้ถือหุ้นก็เป็นในอีกลักษณะนึง และการประชุมผู้ถือหุ้นก็พูดเรื่องนี้เยอะนะครับ เราก็บอกไปว่าเราบริหารด้วยทีมงาน คนที่บริหารหลักๆ ก็ยังอยู่”

แสดงว่าคุณประวิทย์ก็ยังมีบทบาท เห็นนำรายการใหม่ “”The Best of All เลขระทึกโลก” เข้ามา  “อันนั้นก็เป็นอีกลักษณะนึง เราโอเพ่นอยู่แล้ว พันธมิตรคนอื่นเสนอคอนเทนส์ของดีอยากทำงานกับเรา เราก็โอเค แต่ก็ต้องมาดูเคสบายเคสไป จริงๆ ไม่ได้อยู่ที่คุณประวิทย์เอาของมา แต่อยู่ที่ว่าของที่คุณประวิทย์นำมา ถ้าของดีแน่นอน ช่อง 3 สนใจอยู่แล้ว แต่ในส่วนของการดีลก็คืออีกเรื่องนึงเพราะถ้าของแพงมาก แล้วเราเอามาทำตลาด จะทำไหวไหม เพียงแต่ยกตัวอย่าง ไม่ได้หมายความว่าเราจะกีดกันคุณประวิทย์นะครับ ช่อง 3 เองเราก็มีพันธมิตรที่ทำกันประจำและก็มีฟรีแลนซ์แบบเปิดกว้าง”

บทความก่อนหน้านี้ร้อยเอ็ดเอาจริง! ปิดอำเภอจับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตรวจฉี่เจอม่วง 3 สอบพบเอี่ยวยานรกให้ออกทันที
บทความถัดไปด่วน! ‘ตูน บอดี้สแลม’อาการทรุด หมอต้องสั่งพักงาน 1 เดือน