วันที่ 1 ธ.ค. ที่สตูดิโอ 5 ชั้น 1 อาคารปฏิบัติการฯ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นายพิเศษ จียาศักดิ์ กรรมการและรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท และ ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ร่วมกันชี้แจงหลังมาร่วมถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง “สืบต่อไป” กรณีที่ บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ต้องปิดตัวลง มีผลในวันที่ 31 ธันวาคม 2559

‘ตุ้ย’ กล่าวว่า “คงเป็นประเด็นอย่างที่ทราบกันว่าในส่วนของบริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ที่ดำเนินการในส่วนของการผลิตคอนเทนต์คลื่นซี้ด 97.5 ก็คงจะต้องปิดตัวลง ในส่วนของการสานต่อคลื่น 97.5 ณ ตอนนี้คงจะอยู่ในกระบวนการของการออกแบบและปรับเปลี่ยน ในอนาคตคงจะมีรูปแบบที่จะสอดรับกับกลุ่มเป้าหมายของผู้ฟังผู้ชมมากขึ้น”

“สาเหตุที่ทำให้บริษัทต้องปิดตัวลงเกิดจากทางส่วนของทีมงานซี้ดเองพยายามที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งฐานหลักของเราเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสื่อ แต่ก็ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วบางทีมันไม่สอดคล้องกับการทำงานที่พวกเราพยายามกัน ที่สุดแล้วพอมันไม่สอดคล้องกันในเชิงธุรกิจมันก็ไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้ ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องของรายรับรายจ่ายที่ขาดทุนนั้น ผมว่าหลักๆเป็นประเด็นเรื่องของธุรกิจด้วย” ตุ้ยกล่าว

เมื่อถามว่าอสมท ตัดสินใจเมื่อไหร่ในการปิด บ.ซี้ดเอ็มคอทฯ เพราะหลายคนที่ทราบข่าวค่อนข้างช็อกเหมือนกัน นายพิเศษ กล่าวว่า “อย่างที่ตุ้ยได้บอกไป มีเดีย แลนด์สเคป มันเปลี่ยนไป เช่นเดียวกันที่ทางอสมทก็ได้รับผลกระทบเนื่องจากสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงไป โดยเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะฉะนั้นอสมทเอง ก็มีการประเมินและพูดคุยกันกับตุ้ยในฐานะผู้บริหารซี้ดเอ็มคอทมาตลอด พอถึงเวลาก็ตัดสินใจว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไป เพราะว่าในส่วนของการทำธุรกิจก็ทราบดีกันอยู่แล้วว่า มันเป็นสัจธรรมที่มีขึ้นก็ต้องมีลง ซึ่งอสมทต้องขอบคุณผู้บริหารซี้ดเอ็มคอทที่ดำเนินการกับอสมทมาตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้อสมทแม้กระทั่ง บ.ซี้ดเอ็มคอทฯ เอง เจริญรุ่งเรืองมาได้ช่วงหนึ่ง แต่เมื่อสถานการณ์มันเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องเปลี่ยนไป ในการทำธุรกิจแน่นอนต้องมีการวัดผลประกอบการและระยะเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อมันไม่ได้เป็นไปตามระยะเวลา ตามแผนงาน หรือตามเป้าหมาย มันก็ต้องมีการพูดคุยตกลงกันด้วยดี”

ในอนาคต อสมท จะนำคลื่นไปดำเนินการเองใช่หรือไม่ รักษาการผอ.อสมท กล่าวว่า “ใช่ครับ อสมทจะเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่ว่าตอนนี้ขออุบไว้ก่อน ตอนนี้มีการวางแผนว่าจะนำเสนอรูปแบบของคลื่นเป็นลักษณะไหนให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ว่าในส่วนของการร่วมงานกับตุ้ยก็คงไม่มีปัญหา เพราะตุ้ยเป็นศิลปินที่น่ารัก ช่วยเหลืออสมท มาตลอดเวลา ส่วนในแง่ของการดูแลพนักงานหลังจากที่ซี้ดเอ็มคอทต้องปิดตัว แน่นอนว่าอสมททำตามกฎหมาย มีการให้ค่าชดเชย”

s__28057627

สำหรับดีเจ.และพนักงานคนอื่นๆนั้น ตุ้ย กล่าวว่า “ส่วนนี้คงจะมองเป็นในหลายๆ มิติ ถ้ามิติในส่วนของซี้ดคงจะต้องหยุดลง เพียงแต่ว่าโอกาสและจังหวะที่มันจะมีการดำเนินงานในอนาคตอย่างไรก็ต้องดูว่าผมสามารถจะนำเสนอโอกาสให้กับน้องๆ ได้ยังไง ตอนนี้คงอยู่ในช่วงเวลาที่ทำการบ้านกันอยู่ จริงๆ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ต้องบอกว่าในมุมของการสื่อสารคงจะต้องสื่อสารกับทีมงานและดีเจ.นั้นต้องได้รับสัญญาณที่แน่ชัดจากบริษัทแม่ คือ อสมท ก่อน หลังจากที่ทราบแล้วก็ได้มีการสื่อสารกับทีมงานและดีเจ.ไปในเวลาที่ใกล้เคียงกัน”

“ถามว่าทราบมานานแค่ไหนที่ซี้ดเอ็มคอทจะต้องปิดตัว อันนี้ต้องแยกเป็นประเด็นในมุมของมติก็คงจะเป็นการนำเสนอแนวทางเข้าไปในบอร์ดของอสมท เพียงแต่ว่าในมุมของแนวคิดและหลักการก็มีการประชุมร่วมกันมาตลอดผ่านทางกรรมการของซี้ดเอ็มคอท ผู้ใหญ่ทุกท่านทราบสถานการณ์ซึ่งต้องบอกว่ามันไม่ได้มีอะไรที่กะทันหัน สถานการณ์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนของผู้บริโภคพอดี เศรษฐกิจก็ดี ภาวะการแข่งขันก็ดี ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเรารับรู้กันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และพยายามที่จะหาทางปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในฝั่งของทางวิทยุก็ดีหรือทางสื่อออนไลน์ก็ดี แต่ต้องเรียนตามตรงว่าในมุมของซี้ดเอ็มคอทที่เราดำเนินการในฐานะของซี้ดอย่างเดียว ผมคิดว่าในนาทีนี้มันไม่สอดคล้องกับภาวะของตลาดผู้บริโภค ส่วนในมุมของอสมทที่จะดำเนินการต่อไป มันน่าจะสอดคล้องมากกว่า” ตุ้ยกล่าว

ถามถึงในประกาศบอกไว้ว่า “ทางคลื่นไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการไม่เพียงพอ” อันนี้หมายถึงอะไร ตุ้ย กล่าวว่า “คำว่าประสิทธิภาพในการทำงานในที่นี้ คือประสิทธิภาพในการปรับตัวดำเนินงาน ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ก็ต้องสอดคล้องกับเงื่อนไงของธุรกิจด้วย ผมคิดว่าในสองประเด็นที่พูดไป เราดำเนินงานกันอย่างเต็มที่แล้ว ใช้คำว่าพยายามที่จะปรับปรุงแก้ไขอย่างสุดความสามารถมาโดยตลอดทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถกำหนดได้คือปัจจัยทางเทคโนโลยี ซึ่งตัวนี้คือสิ่งหลักเลย”

หลายคนมองว่าคำนี้เหมือนเป็นข้อความดิสเครดิตตัวเรา ตุ้ย ตอบว่า “ผมรู้สึกว่าในที่สุดแล้วผมก็ทำอย่างเต็มที่ ถึงแม้พวกเราจะต้องแพ้เกม ผมก็รู้สึกว่าที่ผ่านมาได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่ที่สุดแล้วต้องยอมรับในความพ่ายแพ้ และพยายามที่จะเดินต่อไปในทางที่จะปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เราจะเดินต่อไปได้อีก”

รู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้นในฐานะเป็นผู้ปลุกปั้นคลื่นซี้ดมาตั้งแต่แรกหรือไม่ ตุ้ยตอบว่า “ถ้าพูดถึงความรู้สึกส่วนตัวต้องมีแน่นอนเพราะผมรดน้ำพรวนดินมาตั้งแต่ยังเล็กๆ บังเอิญว่าต้นกล้าต้นนี้จออุปสรรคหลายด้าน ผมพยายามจะรักษาไว้อย่างเต็มที่ มีความผูกพันทั้งทีมงานและผู้ฟังที่ติดตามกันมาโดยตลอด จนเข้าปีที่ 12 ผมคิดว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกัน จากนี้คงต้องเก็บความทรงจำที่ดีๆ ร่วมกันในนามของคลื่นซี้ด แล้วเดินต่อไปข้างหน้า”

พูดถึงภาพรวมกิจการวิทยุของอสมท นายพิเศษ กล่าวว่า “จากภาพรวมที่เห็นจากตัวเลขสถานการณ์ตกลงเรื่อยๆ แต่มันไม่ใช่วิธีดูอย่างเดียว มันมีทั้งสื่ออื่น แม้กระทั่งสื่อสิ่งพิมพ์เอง เจาะเทคโนโลยีเข้ามาแล้วทำให้พฤติกรรมการบริโภคอื่นๆ เปลี่ยนไป พฤติกรรมที่มาแรงมาก คือ พฤติกรรมที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมใช้มือถือ และยังมีพฤติกรรมการไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊ก อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคสามารถเป็นสื่อด้วยตัวเองไปในตัว ผมคิดว่าถ้ามันมาแรงขนาดนี้ ทุกๆอุตสาหกรรมก็คงได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน เพราะแค่ถือโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียวมีความสามารถมีความรู้ในการใช้แอพพลิเคชั่นในด้านตัดต่อก็สามารถทำได้แล้ว ส่วนวงการอื่นๆ ที่ถูกผลกระทบไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นวงการเพลง วงการหนัง นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ผลพวงมันกลายเป็นลูกโซ่ไปหมดเลย อยากจะให้โอกาสนี้ในทุกๆ อุตสาหกรรม มีการพูดคุยกันถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปว่าจะทำอย่างไรในฐานะที่เป็นเจ้าของคอนเทนต์ ผมเชื่อว่าอย่างไรคอนเทนต์ก็ยังเป็นที่สุดอยู่ดี เพียงแต่ต้องหาทางออกในการที่จะปรับเปลี่ยนให้ทันกับเศรษฐกิจและภาวะเทคโนโลยีที่เข้ามาอย่างรวดเร็วมาก มีคำพูดหนึ่งที่ว่ายุคนี้ไม่ใช่ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้ว แต่เป็นยุคที่ปลาเร็วกินปลาช้า ฉะนั้นอุตสาหกรรมทั้งหมดของเราที่เป็นอุตสาหกรรมคอนเทนต์ต้องมีการรับทราบภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง ฉะนั้นต้องพูดคุยและหาทางร่วมกัน ผมว่าต้องพูดคุย เพราะทุกอย่างมันกระทบหมดและไม่ใช่ในประเทศไทยเท่านั้น ทั่วโลกก็เกิดสภาวะเช่นนี้”

ถามต่อว่าคลื่นใหม่ที่จะมาแทนคลื่นซี้ดสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายชัดเจนได้หรือไม่ว่าจะเป็นคลื่นของกลุ่มเป้าหมายไหน รักษาการผอ.อสมท ตอบว่า “อาจจะเป็นกลุ่มคนที่เฉพาะที่ตอบโจทย์ในตลาดได้ดี อาจจะเป็นกลุ่มคนฟังที่สนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเฉพาะทาง สมมติอาจจะเป็นแจ๊สก็ได้หรือกลุ่มดนตรีคลาสสิค เพราะกลุ่มนี้ยังมีกลุ่มคนฟังอยู่ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นเขาฟังเพลงจาก วิทยุน้อยลง เพราะเขาไปเลือกฟังในโทรศัพท์มือถือกันหมดแล้ว จะเห็นว่ามันเปลี่ยนไปมากเลยถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างในเชิงธุรกิจ ในเชิงของผู้บริหาร ในเชิงของการแข่งขัน มันก็จะไม่ใช่สิ่งที่ชาญฉลาดที่จะยื้อต่อไป ผมว่าตุ้ยเข้าใจ ทำธุรกิจมาต้องเข้าใจต้องแยกออกมาระหว่างเรื่องของความรู้สึกส่วนตัวและเรื่องของการทำธุรกิจ แน่นอนการทำธุรกิจการแข่งขันมันค่อนข้างรุนแรง การถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะทำให้ธุรกิจมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คงไม่มีเวลามาพูดกัน โดยภาษาอ่อนน้อมอ่อนโยนการใช้ภาษาสุภาพอาจจะไม่ใช่ในเชิงธุรกิจการทำธุรกิจต้องแยกออกมาอีก ผมว่าทุกคนน่าจะเข้าใจ ตุ้ยเองก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะเข้าใจ มันก็เหมือนเกมกีฬาที่เราต้องยอมรับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้แล้วต้องเอาสิ่งนั้นมาปรับปรุงแก้ไข”

มั่นใจแค่ไหนกับคลื่นใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น นายพิเศษกล่าวว่า “ผมว่าไม่มีใครตอบได้ มันเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ทุกคนเหมือนเดินไปในทางที่มืด เราเองก็มีเทียนอยู่เล่มเดียว ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอะไรในสิ่งที่ต้องทดลอง ประเทศก็อยู่ในช่วงนี้ ไทยแลนด์ 4.0 (แผนการพัฒนาปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศไทย) ทุกคนก็จะเห็นเหมือนกัน ฉะนั้นจะต้องเตรียมความพร้อมและคนที่เริ่มต้นใหม่เยอะแยะเลย ฉะนั้นมันต้องมีการทดลอง ทำสื่อเราก็รู้อยู่แล้วเพลงออกมา 10 เพลงขายไม่ได้ไป 9 เพลง ภาพยนตร์สิบเรื่องก็ขายไปไม่ได้ 9 เรื่อง ในตอนนี้เป็นแบบนี้เพราะฉะนั้นเราตอบไม่ได้ ทำได้เพียงแค่ใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ผ่านมา จับกลุ่มให้ได้ชัดเจนดูให้ชัดเจนขึ้นในทางธุรกิจ

มองใครมาแทนตำแหน่งของตุ้ยหรือยัง นายพิเศษ กล่าวว่า “อันนี้เป็นเรื่องของสำนักวิทยุที่กำลังมองหาอยู่”

ด้าน ‘ตุ้ย’ กล่าวว่า “สำหรับ บ.ซี้ดเอ็มคอทฯ คงต้องหยุดดำเนินงานภายในสิ้นปีนี้ ถามว่าในปีต่อไปจะมีโปรเจ็กต์อะไรต่อไปอีกหรือไม่ ผมคิดว่าคงไม่อยู่เฉยๆ หรอก ผมยังมีไฟอยู่คงต้องหาอะไรทำที่ยังสนุกได้ ส่วนการร่วมงานกับอสมทในช่วงนี้คงต้องขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสเท่าที่สามารถจะทำให้สอดคล้องกันได้”

“ถามว่ารู้สึกแย่กับการทำงานวิทยุไปเลยหรือไม่ “ไม่ถึงขนาดนั้น อย่างที่บอกผมทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาในส่วนของการปรับตัวจะต้องปรับตัวไปตามการเปลี่ยนแปลง มีเดีย แลนด์สเคป มันค่อนข้างยากมาก แล้วยังมีปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจก็ดีการขับเคลื่อนธุรกิจ ช่วงนี้ก็ประสบภาวะลำบากกันพอสมควร การที่จะดำเนินงานต่อไป ผมคิดว่ามันคงไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่แล้ว แต่ทั้งนี้ในส่วนของการทำงานที่ผ่านมาเรารู้สึกภูมิใจที่อย่างน้อยคลื่นซี้ดได้ดำเนินงานมาถึง 12 ปี สามารถเข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่หลายๆ คนได้ ผมขอบคุณทุกๆการสนับสนุนตลอดมา โดยเฉพาะอสมท ศิลปิน จากค่ายต่างๆ ที่ให้คอนเทนต์ดีๆ มาโดยตลอด ทั้งสปอนเซอร์ ท้ายที่สุดคือกลุ่มผู้ฟังที่สนับสนุนมาโดยตลอด ขอบคุณทุกๆ ท่าน สำหรับพนักงานและดีเจ.ที่เคยร่วมงานกันมา ขอบคุณจากหัวใจจริงๆ พวกเราเริ่มทำงานด้วยกันมาจากหัวใจ พยายามที่จะสร้างความสุขให้กับผู้ฟังชาวซี้ดตลอดมา ขอบคุณที่รักซี้ดมาโดยตลอด ขอบคุณที่รักกันครับ” ตุ้ยทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน