ในหลวงรัชกาลที่ 10 ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ’ โปรดเกล้าฯพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ‘ครูลพ บุรีรัตน์’ครูเพลงลูกทุ่งชื่งดัง ศิลปินแห่งชาติ ที่เสียชีวิตด้วยอาการปอดติดเชื้อ ด้านเหล่าคนวงการลูกทุ่งร่วมอาลัยเสียใจแน่นศาลาวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ทายาทสาวเผย พ่ออาการทรุดเสียชีวิตอย่างสงบไม่เจ็บทรมาน ก่อนจะเสียชีวิตได้ประพันธ์เพลง ‘พ่อแม่แห่งไทย’ เทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เสด็จสวรรคต มอบให้กระทรวงยุติธรรมเผยแพร่เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. ที่ศาลา 10 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ เชิญน้ำหลวงอาบศพ พระราชทาน นายวิเชียร คำเจริญ หรือ ครูลพ บุรีรัตน์ วัย 77 ปี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ.2548 ที่เสียชีวิตหลังจากเข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. ที่โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ และย้ายมาที่โรงพยาบาลบางโพ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตามลำดับ และเสียชีวิตอย่างสงบด้วยอาการปอดติดเชื้อ เมื่อเวลา 20.16 น. เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของคนครอบครัว

สำหรับศพของครูลพ บุรีรัตน์ เคลื่อนมาถึงศาลา 10 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ตั้งแต่เวลา 12.15 น. โดยมีนางดารณี ธัญญสิริ บุตรสาวคนโต, น.ส.บุษบา คำเจริญ บุตรสาวคนรอง รอต้อนรับญาติและคนสนิทในวงการเพลง ที่มาร่วมแสดงความเสียใจบริเวณหน้าศาลา โดยมีคนแวดวงลูกทุ่งชื่อดังมาร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัว อาทิ ศรเพชร ศรสุพรรณ, จีรพันธ์ วีระพงษ์, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, จอมขวัญ กัลยา, ภูพาน เพชรปฐมพร, ถั่วแระ เชิญยิ้ม, ปิยะ ตระกูลราษฎร์, ศิรินทรา นิยากร, หม่ำ จ๊กมก, รวมทั้งศิลปินแห่งชาติ ชลธี ธารทอง, และชัยชนะ บุญนะโชติ, นคร ถนอมทรัพย์ หรือ กุง กาดิน แดน บุรีรัมย์ ฯลฯ นอกจากนี้บุคคลในวงการยังคงทยอยส่งพวงหรีดมาแสดงความอาลัย อาทิ ต่าย-อรทัย, ไมค์-ภิรมย์พร, ตั๊กแตน-ชลดา, ศิรินทรา นิยากร, เปาวลี พรพิมล, หญิงลี ศรีจุมพล, ไชยา-แอน มิตรชัย ฯลฯ

 

 

ก่อนเริ่มพิธี นางดารณี บุตรสาวคนโต เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เตรียมใจมาก่อน เพราะตอนที่คุณพ่อป่วยไม่ได้คิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้ ท่านคิดว่าเป็นไข้ ไม่สบายธรรมดา แต่ปรากฏว่าพอน้องสาวตนพาไปโรงพยาบาล หมอก็แจ้งว่าปอดอักเสบและติดเชื้อ จริงๆ มีช่วงหนึ่งที่ท่านดีขึ้น ตนก็คิดว่าท่านน่าจะกลับบ้านได้แล้วแต่ท่านก็มาทรุดลงไปอีก หมอเลยแจ้งว่าเกิดจากปอดติดเชื้อ ซึ่งพอให้ยาแล้วก็ยังติดเชื้อตัวอื่นอีกซ้ำไปซ้ำมาและยังพบว่ามีก้อนเนื้อ หมอจึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นมะเร็งเลยทำให้ปอดอักเสบรุนแรงมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถทำอะไรกับชิ้นเนื้อได้เนื่องจากปอดไม่แข็งแรง หมอเลยปรึกษาแนวทางการรักษาว่าจะดูแลในเรื่องของปอดให้แข็งแรงขึ้นก่อนแล้วถึงจะดูแลในส่วนอื่นๆ ต่อไป

นางดารณีกล่าวว่าก่อนหน้านั้นพ่อของตนอยู่ ร.พ.บางโพ และย้ายมาอยู่ที่ ร.พ.จุฬาภรณ์ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งพ่อมีโรคหลายอย่าง มีการติดเชื้อซ้ำๆ และความดันเริ่มต่ำลงจนวันที่ 10 ธ.ค.หมอแจ้งมาที่ลูกๆ ว่าอาการไม่ดี พวกตนก็เข้าไป ความดันก็ต่ำลง หมอก็รักษาอย่างเต็มที่ จนในที่สุดหัวใจค่อยๆ หยุดเต้นและท่านก็จากไปโดยไม่ได้เจ็บปวดทรมาน เป็นการเสียชีวิตจากอาการปอดติดเชื้อ โดยพ่อตนไม่ได้มีคำสั่งเสียหรือห่วงอะไร เพราะลูกๆ ทำงานมั่นคง ที่สำคัญพ่อไม่ได้แต่งเพลงมานานแล้วเลยใช้ชีวิตเรียบง่ายออกกำลังกาย ดูกีฬาบ้าง

นางดารณีกล่าวว่า นอกจากนี้ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตได้เซ็นมอบเพลง “พ่อแม่แห่งไทย” ให้กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นความตั้งใจที่อยากจะทูลเกล้าฯถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นการเทิดพระเกียรติ โดยเพลงที่ให้ไปสามารถนำไปเผยแพร่แต่ห้ามหารายได้ ระหว่างดำเนินการได้บอกพ่อว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตแล้วท่านก็เสียใจ และวันนี้พ่อตนจะได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพจากสำนักพระราชวัง ครอบครัวตนซาบซึ้งมาก เพราะพ่อตนมีความจงรักภักดีในราชวงศ์มาก พอได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ รวมไปถึงพระราชทานเพลิงศพหรืออะไรหลายๆ อย่างที่ตนกำลังดำเนินการอยู่ ถือเป็นเกียรติกับครอบครัวอย่างมาก

ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมด นางดารณี กล่าวว่า ประมาณว่ามีสองพันกว่าเพลง ทางลูกๆ ทั้ง 3 คนจะเป็นคนดูแล เพราะเป็นเจตนารมณ์ของท่านมานานแล้วว่าให้ลูกๆ ดูแล และมีบางส่วนที่ขายลิขสิทธิ์เพลงไปแล้ว ด้านค่าใช้จ่ายเนื่องจากพ่อเป็นศิลปินแห่งชาติก็ได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงวัฒนธรรมอยู่แล้วในส่วนการเบิกจ่ายบางส่วน และพอย้ายมาที่ ร.พ.จุฬาภรณ์ ตนเป็นข้าราชการก็ใช้สิทธิ์ข้าราชการ ในส่วนที่เบิกไม่ได้ลูกๆ ช่วยกันดูแลและบางส่วนก็เป็นไปตามสิทธิ์ของกระทรวงวัฒนธรรม

เมื่อถามถึงเพลง พ่อแม่แห่งไทย มีการเผยแพร่เพลงไปทางไหนแล้วบ้าง นางดารณี กล่าวว่าตอนนี้ได้เซ็นสัญญาให้กระทรวงยุติธรรมไปแล้วช่วงกลางตุลาคมที่ผ่านมา ตอนที่ท่านอยู่โรงพยาบาล ก็ได้ร่วมกับสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ทำดนตรีและการขับร้อง คงต้องรอทางกระทรวงเผยแพร่ เพราะให้ลิขสิทธิ์แล้ว คุณพ่อแต่งไว้ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.2532 คือเคยมี คุณเอกชัย ศรีวิชัย เอาไปร้องสด แต่ยังไม่เคยมีคนทำดนตรีหรือขับร้องแบบจริงจัง

“สำหรับพิธีการวันนี้จะมีน้ำหลวงอาบศพพระราชทานตอน 17.00 น. และมีการสวดตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.-18 ธ.ค. หลังจากนั้นจะเก็บบรรจุศพไว้ และรอพระราชทานเพลิงศพต่อไป” บุตรสาวคนโตของครูเพลงชื่อดัง กล่าว

ด้านครูชลธี ธารทอง ศิลปินแห่งชาติ และครูเพลงลูกทุ่งชื่อดังที่มาร่วมงาน เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วตนกับครูลพเป็นเพื่อนรักกันมา 50 กว่าปีแล้ว อยู่บนถนนสายนี้มาด้วยกัน ต่างคนต่างเหนื่อยมาด้วยกัน ลพเขาโชคไม่ดี สุขภาพไม่ดี แต่ลพเป็นนักแต่งเพลงที่มีความสามารถสูงมาก เพลงของเขาแต่ละเพลงที่แต่งมาโดนใจชาวบ้านทุกที ภาษาของลพกับตนทางเดียวกัน หลายคนจะชอบจับไปชนกันว่าใครแต่งดีกว่าใคร ใครเก่งกว่าใคร แต่เราเป็นเพื่อนกัน เราไม่แข่งกัน เราทำงานด้วยกัน เราผ่านความสำเร็จมาด้วยกัน ตนเองก็ตั้งใจว่าจะดูแลวงให้ดีที่สุดเพราะว่าเหลือตนคนเดียวมั้ง เพื่อนตนไปซะแล้ว ลพเป็นคนที่เขียนเพลงฟังแล้วสบายใจสบายหู แต่งได้หลายแบบมาก นอกจากเป็นเพลงสนุกสนานแล้วยังเป็นเพลงมีคติปรัชญาในเพลง มีความรักชาติบ้านเมือง ความสามัคคี ความซื่อสัตย์ ซึ่งเพลงของเขากับตนจะเป็นทางเดียวกันเลย เราก็เดินทางคู่กันมา

“หลายคนเสียดายว่าต่อไปนี้จะไม่เหลือใครอีกแล้ว เพราะรุ่นเดียวกันก็ไปหมดแล้ว ส่วนคุณูปการของครูลพที่มีต่อวงการเพลงลูกทุ่ง ลพเป็นกำลังส่วนนึงของวงการลูกทุ่ง เป็นลมหายใจลูกทุ่งอีกลมหายใจนึงที่ทำให้ลูกทุ่งมีความแข็งแรงจนถึงวันนี้ ถ้าไม่มีเขา ตนว่าวันนี้ลูกทุ่งจะอ่อนแอกว่านี้ ซึ่งเขาช่วยได้มากเลยในการทำให้วงการลูกทุ่งเดินต่อไปอย่างแข็งแรง เชื่อว่าผลงานของเขาไม่มีวันตายแน่นอน ยังไงผู้คนก็เอาไปร้องกัน ผลงานเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้นักร้องแต่ละคน เช่น พุ่มพวง ดวงจันทร์ บรรยายคุณค่าไม่ได้ ยอมรับว่าเขาเป็นนักเพลงที่ยิ่งใหญ่มาก ใช้ภาษาเข้าใจง่าย ฟังง่าย เข้าถึงอารมณ์ นี่คือลูกทุ่งจริงๆ” ครูชลธีกล่าว

สำหรับนิสัยของครูลพที่น่ายกย่อง และเป็นตัวอย่าง ครูชลธี กล่าวว่า “ลพเป็นคนที่ไม่อิจฉาตาร้อนใคร เห็นอกเห็นใจคนที่อ่อนแอกว่า เข้าอกเข้าใจนักร้องศิลปิน เป็นคนมีน้ำใจกับทุกคน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อาทรผู้ที่ด้อยโอกาส บรรดาเด็กๆ ไปขอความช่วยเหลือแนะนำเรื่องวิธีแต่งเพลง ลพก็สอนให้โดยไม่หวงวิชาอะไร มีความเมตตาผู้ที่ด้อยกว่าครับ วันที่ผมรู้ว่าลพสิ้นลมแล้ว ผมพูดอะไรไม่ออกจริงๆ ผมเพิ่งไปเยี่ยมเขาไม่กี่ ช.ม. ต่อมาเขาก็เสียครับ ต่อไปนี้ผมไม่มีเพื่อนคนนี้อีกแล้ว ไม่มีเพื่อนช่วยผมเดินไปบนถนนสายลูกทุ่งอีกแล้ว ก็ขอให้วิญญาณของเพื่อนไปสู่สุคติครับ”

ด้านลูกทุ่งสาว ศิรินทรา นิยากร กล่าวว่า ท่านเป็นครูเพลงคนแรกที่แต่งเพลงให้เป็นชุดแรกของชีวิต และไปมาหาสู่ดูแลกันเหมือนตนเป็นลูกอีกคนนึงของครู เราเหมือนเป็นครอบครัวไม่ใช่แค่ครูเพลงกับลูกศิษย์ ครูให้ความเมตตาตนมากตั้งแต่เข้าวงการ ใส่ใจห่วงใย พร้อมแต่งเพลงให้ตลอดเวลาที่เราเอ่ยปากบอก และก็มีโอกาสได้ดูแลครู หลังจากที่เราไม่ได้ทำงานเพลงกับครู มาจนถึงช่วงท้ายที่ครูแต่งเพลงให้อีกชุดนึงก่อนที่ครูจะเสียชีวิต แต่เพลงสร้างชื่อที่ครูแต่งให้ตนชื่อ “ทาแป้งรอ” กับเพลงชุดแรก “หลงมนต์คนเอฟเอ็ม” ที่ถือเป็นการเปิดทางในชีวิตให้ตนในการเป็นนักร้อง

“แม้แต่ล่าสุดก่อนที่ครูจะเข้าโรงพยาบาล ครูยังให้เพลง ครูบอกว่าเอาเพลง แม่ลิงกับลูกลิง ไปร้องนะลูก เป็นเพลงเปรียบเทียบว่าถ้าคนเราถึงเวลาเข้าตาจนก็ทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองรอด ท่านร้องให้ฟังขนาดที่ท่านยังเสียงแหบ เราก็ถ่ายวิดีโอเก็บไว้เพราะมันจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต และมีเพลงชุดนึงที่เราร้องของครูเอาไว้ 14 เพลง ครูก็ถามว่าทำไมไม่ทำสักที คือเราทำเสร็จหมดแล้ว เป็นมาสเตอร์ แต่ยังไม่ได้ออกขาย คือเจอครูเมื่อไหร่ท่านก็ทักให้เราทำอะไรสักอย่างเพื่อให้มีการเคลื่อนไหว คือเป็นความผูกพันที่มีมา 30 กว่าปีตั้งแต่เข้าวงการ” ศิรินทรากล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน