จุ๊บแจง เปิดใจช้ำๆ รับไม่ได้ผัวเปลี่ยนไปชอบกะเทย ขอตัดขาด-หย่าแล้ว

จุ๊บแจง เปิดใจช้ำๆ รับไม่ได้ผัวเปลี่ยนไปชอบกะเทย เผยตัดขาด-หย่ากันแล้ว

วันที่ 5 ส.ค. ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ ดาราสาวรุ่นใหญ่ จุ๊บแจง วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ มาร่วมงานประกาศผลรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติรางวัล “พิฆเนศวร” ครั้งที่ 6 ประจำปี 2561 จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงสภาพจิตใจล่าสุด หลังออกมาเปิดใจยอมรับหย่าขาดกับอดีตสามีที่อยู่กินกันมากว่า 20 ปี เหตุฝ่ายชายแอบนอกใจไปคบกับสาวประเภทสอง

ตอนนี้สตรองหรือยัง
“จิตใจเริ่มดีขึ้น เข้มแข็งขึ้นแล้วค่ะ ไปทำบุญ ได้ครอบครัวเยียวยาจิตใจ ได้พวกพี่ๆในวงการบันเทิง แม่ๆน้องๆสาวสองทั้งหลายให้กำลังใจเยอะ เริ่มมาดูแลตัวเองมากขึ้น หากิจกรรมทำ มีงานต่อเนื่อง มีละครและรายการที่ทำอยู่”

“ข่าวมันหลุดออกมาว่าเป็นเรา ความจริงมันหนีไม่พ้นทั้งอดีตแฟนและน้องสาวสองต่างคนก็ต่างบอบช้ำ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ตัวเราเองยิ่งเล่าก็ยิ่งบอบช้ำ ข่าวมันออกไปแล้วยังไงเราก็ปิดบังไม่ได้ ตอนแรกกะว่าเราจะอยู่เงียบๆของเรา คนอ่อนแอก็แพ้ไป พอดีว่าช่วงจังหวะที่ข่าวมันหลุด คนก็ตามหา พอดีพี่เขาเห็นเราสัมภาษณ์ว่าเราจะแต่งงานวันที่ 28 ธ.ค. 61 และมีสัมภาษณ์ช่วงละครบุพเพฯดังๆ เขาก็ตามหาปักหมุดกันว่านี่แหละคือตัวเรา เราก็เลยออกมายอมรับความจริง ตอนแรกไม่คิดอยากจะมาพูดเพราะมันเป็นเรื่องที่น่าอาย ถ้าเกิดน้องคนนั้นเป็นผู้หญิงก็ยังห้าสิบห้าสิบ ตอนแรกคิดว่าถ้าเรากลับไปถ้าให้โอกาสอดีตแฟนเราแล้วเรารับตรงนี้ได้มั้ย ถ้าในเมื่อหย่ากันแล้วก็ปล่อยให้เรื่องเงียบไปเพราะเราต้องเยียวยาจิตใจของเราเอง คนที่โดนทิ้งต้องอยู่ในสภาพเดิม บ้านหลังเดิม ทุกอย่างก็ต้องรีโนเวทเปลี่ยนใหม่ แต่คนที่ออกก็ต้องไปเจอสิ่งใหม่ๆ”

“อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่มีคู่อยู่แล้วหรืออยู่กันมายาวนานต้องความซื่อสัตย์ ความไว้ใจ อย่างน้อยต้องมีศีล 5 ตอนนี้โลกโซเชียลมันเร็วพูดง่ายแค่ส่งข้อความบอกรักบอกคิดถึงส่งไลน์ก็ได้แล้ว แต่ความรักตรงนั้นไม่รู้ว่าจะจีรังยั่งยืนหรือเปล่า”

“เราหย่ากันเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ตอนแรกพูดเลยก็ไม่ได้ยอมหย่า อดีตสามีก็บอกว่าจะไปอยู่ข้างนอกสัก 2-3 เดือน จะไปขอพิสูจน์อะไรบางอย่างอาจจะกลับมา แต่เราก็บอกไปว่าถ้าออกไปแล้วก็ขอจบความสัมพันธ์ดีกว่า เรารับไม่ได้ที่เขาเปลี่ยนเพศไปแล้ว”

เขาพยายามขอโอกาสเรามั้ย
“ตอนแรกเขาไม่ขออยู่แล้วค่ะเพราะเขาเป็นฝ่ายไป เราก็งงว่าวันที่เขาขอออกไปอยู่ข้างนอก เขาก็บอกไม่ยอมหย่าจนเราบอกว่าถ้าเกิดพี่ไม่หย่า เราก็จะฟ้องพี่และน้องสาวสองนะ ถ้าฟ้องขึ้นมาเรามีหลักฐานทุกอย่าง แล้วพี่ก็ต้องเอาเงินมาให้จุ๊บด้วย เขาก็เลยเซ็นใบหย่าแค่นั้นค่ะ”

ได้คุยกับน้องสาวสองคนนั้นมั้ย
“ไม่เลยค่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่อง คือเรามีหลักฐานทุกอย่าง มีเบอร์ มีไลน์ มีรหัสนักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา มหาลัยอยู่ที่ไหน ที่พักบ้านอยู่ไหน เรารู้หมด แต่ไม่เคยโทรไปหาเขาสักครั้งเดียวเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นยังไง อย่างที่เขาฝากบอกเพื่อนๆสาวสองเขามามันก็กินใจเราอยู่แล้วว่าของดาราที่ทุกคนก็รู้อยู่แล้ว เราก็ไม่อยากจะไปอะไร ถ้าเกิดเราโทรไปก็อาจจะได้คำตอบว่า สามีพี่มายุ่งกับหนูเอง หนูเป็นแบบนี้มันไม่ผิดอยู่แล้ว เพราะทุกครั้งเขาก็บอกว่าไม่รู้จริงๆอดีตสามีเป็นแฟนของเรา แต่ทั้งๆที่เราทำพิธีกรที่ช่องนั้น เขามาฝึกงาน มาเจอเรา เขาก็มาถ่ายรูปกับเราช่วงนั้นละครบุพเพฯดัง เขาอยากจะพูดอะไรก็พูด”

“หลังจากนี้ก็ต่างมีชีวิต ประสบการณ์นี้สอนว่าเราอาจจะหมดเวรกรรมกันจริง ชาติที่แล้วเราอาจจะทำเวรกรรมกับใคร ชาตินี้เลยมารับกรรมถึง 20 ปี มันก็หนักนะทั้งครึ่งชีวิตเพราะ 20 ปีที่ผ่านมา ครั้งแรกเราจับได้แล้วเราเลิกเราก็ยังทน แต่เหมือนเรายังมีเวรกรรมต่อกัน ตอนนี้ 20 ปีมันได้จบไปแล้ว ทุกอย่างมันเปิดเผย ตัวเราเองเจ็บช้ำเสียใจ ตัวเขาเองก็ต้องเสียใจกับเหตุการณ์ที่เขาทำอาจจะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ เหมือนกันตัวน้องสาวสองอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ทุกคนมีบทเรียนราคาแพง เอามาเป็นในการดำเนินชีวิตต่อไป เราต้องมีชีวิตยืนหยัดในสังคมให้ได้ เราต้องยอมรับสภาพเป็นหม้ายขันหมากไม่ได้แต่งงาน”

อดีตสามีได้ติดต่อมาบ้างมั้ย
“ไม่ได้ติดต่อ ก็มีไลน์มาตอนข่าวออกมาเยอะๆเพราะเขาคิดว่าเราเป็นคนให้ข่าว เราก็บอกว่าเราเป็นผู้หญิงนะ เราอายนะ ขนาดเขาเดินไปไหนมาไหนกับสาวสองซึ่งมีคนเจอแล้วคนก็มาบอกเรา เรารู้สึกเสียใจ แล้วถ้าเกิดเราต้องแถลงข่าวบอกทุกคน เราจะรู้สึกแย่ เราจะทำทำไม จะฆ่าตัวเราเอง เพราะเราเองนี่แหละเสียใจที่สุด เขาเป็นคนทำเขาไม่มายด์อยู่แล้ว พาน้องสาวสองไปในที่ที่เคยไปกับเรา แล้วมีคนมาเล่าให้เราฟัง พอข่าวมันหลุดออกมา ถ้าเกิดฉันอยากจะทำแบบนั้น ฉันตั้งโต๊ะแถลงตั้งแต่หย่ากันแล้ว ฉันจะได้บอกผู้ใหญ่ในวงการและญาติทั้งสองฝ่ายให้มันจบ แต่ทีนี้พอข่าวมันหลุดมาแล้วฉันก็ออกมายืดอกรับว่าฉันเป็นผู้หญิงคนนั้นจริงๆที่เลิกกับสามีเพราะสามีไปมีสาวสอง มันก็อายที่สุด พอเราพูดถึงเรื่องนี้มันก็เจ็บช้ำใจอยู่แล้ว”

ตอนนี้ยังโกรธแค้นเขาอยู่มั้ย
“ตอนนี้มันหมดไปแล้ว การที่ข่าวมันหลุดรอดออกมาจนเป็นข่าว เราได้พูดมันก็เหมือนได้เคลียร์ทุกอย่าง จบสักที ทุกคนก็ไม่ต้องมาถามแล้วว่าทำไมเขาเดินกับสาวสอง พี่จุ๊บรู้หรือเปล่าว่าแฟนมีกิ๊ก จะได้จบคำถาม และจะได้ไปตอบคำถามวันที่ 28 ธ.ค. แล้วว่าไม่มีงานแต่งงานแล้วนะ เขาเลิกกันแล้ว งานแต่งงานยุติแล้ว เราก็ต้องกราบขอโทษผู้ใหญ่และเพื่อนที่จองตั๋วมางานเราแล้ว อันนี้เราก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องนี้”

คนมองว่าเราเสียหน้าที่คนแย่งแฟนเป็นสาวสอง
“ครั้งแรกเลยต้องบอกว่าเสียใจ เราบกพร่องหน้าที่ความเป็นภรรยาหรือเปล่า เพราะเพื่อนๆพูดทุกคนว่าเราบ้าทำงาน ทำงานมากจนไม่มีเวลาดูสามีหรือเปล่า ซึ่งพอเราจับได้ คำถามแรกที่เราถามอดีตสามีเราว่าเราบกพร่องเรื่องนี้หรือเปล่า เขาบอกไม่ใช่ไม่เกี่ยว เธอดีกับฉันมาก รองจากแม่เขาก็มีเรานี่แหละที่รักเขาในชีวิตเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่จะรักเขาได้เท่ากับเราอีก แต่เราก็บอกว่าสิ่งที่เธอทำมันไม่ใช่ ถ้าเกิดเธอคิดว่าฉันรักเธอ เธอก็ไม่ควรจะทำแบบนี้กับฉัน คนเราอยู่ด้วยกันมา 20 ปี ไม่ใช่ว่าไม่เคยผ่านช่วงทุกข์ระทม ทำธุรกิจก็ต้องมีล้มลุกคลุกคลาน มันมีความลำบากร่วมกันมา กับคนที่เจอฉาบฉวย 2-3 เดือน เพื่อนก็บอกว่าพวกเราผู้หญิงสู้เขาไม่ได้หรอก ก็อาจจะเป็นที่ตรงนี้ก็ได้ เราก็ไม่ว่ากันนะคะ เพราะเหตุการณ์ตรงนั้นมันผ่านจุดนั้นไปแล้ว เขาอาจจะชอบรสนิยมทางนี้ก็ได้ เราก็เลยยอมพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย เขาอาจจะค้นพบตัวเอง แต่ที่เสียใจที่สุดทำไมเธอไม่มานั่งจับเข่าคุยกับฉันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ สรุปว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงแล้ว มาคุยกันอย่างนี้มันจะแฮปปี้มากกว่า ตอนนี้ความรู้สึกต่างๆมันเสียไปแล้ว โดนสวมเขา ทุกคนในช่องก็รู้กันหมดแต่ไม่มีใครกล้าบอกเรา เขาไม่คิดว่าอดีตสามีเราจะเอาจริง มีเราโง่ แต่มันโป๊ะแตกที่เขาไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน เลยเป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวขึ้นมา”

ความเป็นเพื่อนก็ให้ไม่ได้
“เรายังไม่รู้ว่าแก่เฒ่าไปหรือเขาเจ็บป่วยมาความผูกพันตรงนั้นก็อาจจะมีเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ก็บอกเลยว่าทำบุญเยอะมาก กรวดน้ำ ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน 20 ปีมันก็ใช้หนี้กันมาเยอะแล้วก็ให้มันจบไปชาตินี้เถอะ จะได้มีชีวิตใหม่ เผื่อจะมีคนใหม่ๆเข้ามาในชีวิตที่เขายอมรับได้กับผู้หญิงอายุ40อัพขึ้นไปจะมีคนเข้ามาในชีวิตหรือว่าบั้นปลายชีวิตอาจจะอยู่กับครอบครัวกับเพื่อนหรืออาจจะเข้าวัดก็ได้ พยายามทำบุญจะได้หมดเวรกรรมกันไม่ว่าจะเป็นทั้งอดีตแฟนและสาวสอง ทำบุญให้เขา ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ จะได้มีความสุขกัน”

กลัวกับรักครั้งใหม่มั้ย
“กลัวเลย ยังไม่พร้อมด้วย ถ้าเกิดมีขึ้นมาจะต้องสแกนเยอะกว่าเดิมหลายอย่าง เราไม่มีพ่อ ผู้ชายที่เข้ามาดูแลเราก็เหมือนเป็นฮีโร่ของเรา เราจะมอบความรัก พอมีความอบอุ่นเข้ามา รู้สึกว่าเขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา พอครั้งแรกผิดพลาดเขานอกใจ เรารู้สึกว่าต้องเอาของของเรากลับคืน เราถึงต้องทำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่พอตอนนี้เหตุการณ์มันผ่านมาอาจจะถึงวาระของมันแล้วล่ะว่ามันน่าจะจบแบบนี้”

“ธุรกิจที่ทำด้วยกันเคลียร์เรียบร้อยแล้วค่ะ บริษัทนั้นให้เขาทำไปคนเดียว ตอนนี้เรามาเปิดบริษัทใหม่ มารับงานเอง ทำเองทุกอย่าง มันก็จะยุ่งนิดนึงแต่ไม่มีอะไรยาก เราก็ค่อยๆศึกษาดูไป พยายามทุกอย่างทั้งกายและใจ ธุรกิจ”

ถ้าอดีตสามีมาขอคืนดีอีกจะให้โอกาสเขามั้ย
“มันมีคนพูดเยอะมากเลย แต่มันคงจะยากแล้วแหละ เราเองก็บอบช้ำเยอะ เขาเองก็บอบช้ำเยอะ ก็ถึงบอกเขากับน้องสาวสองว่าอย่าเพิ่งเลิกกัน เพราะกว่าจะรักกันได้มาเป็นคู่กันแบบนี้เขาต้องใช้ระยะเวลาในการหลบซ่อนเราไง ก็ไม่รู้ว่าโง่โดนสวมเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ขอให้เขารักกันเยอะๆจะได้ไม่ต้องกลับมาคืนดีกับเรา ไม่อยากได้คืนแล้ว อยากให้เขารักกันไปดีๆจะทำบุญให้เยอะๆ อย่าเพิ่งเลิกกันกว่าจะรักกันต้องคิดถึงความลำบากเยอะๆว่าเป็นข่าวแบบนี้มันก็ต้องเอาทุกอย่างมาแลก เราก็ต้องเอาทั้งความรู้สึกเอาชื่อเสียงมาแลกเหมือนกัน เขาก็เหมือนกันก็ต้องเสียความเป็นส่วนตัว ทุกคนเสียทุกอย่าง”

บทความก่อนหน้านี้ยังไหวอยู่! ฟาน เดอร์ ฟาร์ท เซ็นสัญญา 1 ปี ซบเอสเบิร์ก ในลีกเดนมาร์ก
บทความถัดไปคนเหล็กไม่หวั่นฝนลุยไตรกีฬาเมืองชล