ตฤณ เศรษฐโชค ส่ง ‘เด็กเสเพล’ ลงจอแก้ว
หวังสะท้อนสังคม ไม่หวั่นเด็กเลียนแบบ
วันที่ 26 ต.ค. ที่ ลานพระพิฆเนศ ช่อง7 มีการจัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องละครเรื่อง ‘เด็กเสเพล’ ซึ่ง
มี ตฤณ เศรษฐโชค ผู้จัดละคร มาร่วมพิธี พร้อมให้สัมภาษณ์ ถึงการนำเรื่องเด็กเสเพล มาทำเป็นละคร รวมถึงเรื่องที่ ช่อง7 ไว้วางใจให้ปั้นเด็กใหม่ ส่งให้ช่อง หลังจากที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ และได้รับคำชมมามากมาย
ทำไมถึงเลือกที่จะทำละครเรื่อง เด็กเสเพล
“แนวทางของบริษัทเราคือทำละครเกี่ยวกับสร้างสรรค์สังคม และแนวเยาวชน คือเราได้บทประพันธ์ที่ดีจากคุณพนมเทียนมา เลยทำเรื่องนี้”
มันเคยเป็นหนังมาก่อน แล้วเรานำมาทำใช่ไหม
“เส้นเรื่องของ เด็กเสเพล มีเค้าโครงมาจากที่เป็นหนัง แต่ด้วยยุคสมัยความเป็นปัจจุบัน เราก็ต้องปรับเรื่องบทให้เข้ากับปัจจุบัน”
นักแสดงในเรื่องส่วนใหญ่เป็นเด็กใหม่
“ใช่ครับ ก็เป็นนโยบายทางช่องด้วย ทางช่องไว้วางใจในการปั้นเด็กใหม่ทั้งนั้น เพื่อที่จะส่งไปเป็นพระเอกนางเอกหลังข่าว”
หนักใจไหมที่ได้ทำงานกับเด็กใหม่
“ช่วงแรกก็หนักใจพอสมควร แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ 2-3 แล้ว ที่มีเด็กใหม่มา เราก็ต้องทำเวิร์กช็อปก่อนถ่าย เอาแอ๊กติ้งโค้ชมาช่วยเกา ตอนนี้เลยไม่หนักใจ ซีนไหนที่คิดว่าทำได้ดีกว่านี้อีก เราก็จะเขี้ยวให้ดีที่สุด”
เรื่องนี้เน้นตีรันฟันแทง
“ตามสูตรครับ แต่ด้วยเส้นเรื่องคือเด็กเสเพล เราก็จะได้เห็นความรุนแรงของวัยรุ่น ซึ่งมันเป็นธรรมดาของชีวิตเขา แต่บทสรุปก็เป็นคนดีของสังคม เรื่องนี้ถือว่าเป็นแนวดราม่าแอ๊กชั่น แต่ไม่ใช่แอ๊กชั่นจ๋าถือปืนขนาดนั้น คือวัยรุ่นแอ๊กชั่นหน่อย”
คนดูจะได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง
“ให้เห็นถึงความเข้าใจในการเป็นวัยรุ่นของเขา เพราะด้วยวัยที่หนุ่มสาว อามรมณ์ ความนึกคิด ความรับผิดชอบ มันก็จะแตกต่างจากผู้ใหญ่ แต่ทั้งนี้เราก็ต้องมีผู้ใหญ่ที่คอยขัดเกลาให้เขากลับมาเป็นคนดีของสังคม เข้าใจเขามากยิ่งขึ้น”
กลัวไหม ถ้าเด็กๆ ดูแล้วอาจจะเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ
“ด้วยเส้นเรื่องก็ชี้ชัดอยู่แล้ว การเลียนแบบในสิ่งที่ไม่ดี มันเห็นอยู่ในเรื่องแล้วว่าทำแบบนี้จะได้อะไร ทำแล้วเดือดร้อนสังคม ผลที่ได้รับคืออะไร”
ไม่พลาดข่าวฮอตแวดวงมายา
แค่กดเป็นเพื่อนไลน์ ข่าวสด@บันเทิง ที่นี่
![]()
คาดหวังไหมกับเรื่องนี้
“ตั้งใจทำครับ และผลตอบรับจากคนดู จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ายังไง”
กดดันไหมเพราะผลงานที่ผ่านมา เราทำเรตติ้งไว้ดี
“ทางด้านโปรดักซ์ชั่นก็เป็นมาตรฐานเดิมที่เราถ่ายทำกันอย่างตั้งใจและพิถีพิถัน คือเราก็คาดหวังพอสมควร แต่เวลาออนแอร์แล้วมันก็อีกเรื่องหนึ่ง อยู่ที่คนดูมากกว่า เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดครับ”
เมื่อไหร่จะกระโดดไปทำละครหลังข่าวบ้าง
“คิดว่าเมื่อวันและเวลาพ้อมกว่านี้ เพราะงานหลังข่าวก็ค่อนข้างหนัก แข่งขันกันสูง คิดว่าเราเป็นเด็กดีของช่อง ช่องให้ทำอะไรก็อย่างนั้น”
ขอบคุณรูปจากเฟซบุ๊ก : ตฤณ เศรษฐโชค





