คนทำหนังถามหา‘มาตรฐาน–เสรีภาพ’เมื่อ‘ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2’ไม่ผ่านเซ็นเซอร์
ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 – เกิดเป็นประเด็นร้อนขึ้นอีกครั้ง เมื่อภาพยนตร์เรื่อง “ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2” ไม่ผ่านเซ็นเซอร์จากคณะกรรมการภาพยนตร์ และวีดิทัศน์แห่งชาติ เนื่องจากประเด็นความอ่อนไหวทางศาสนา กับฉากพระเกาะโลงศพร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจ
ซึ่งสุดท้ายบริษัท เซิ้งโปรดักชั่น แอนด์ ออแกไนเซอร์ ผู้สร้างได้ตัดสินใจหั่นฉากดังกล่าวออก เพื่อให้หนังได้ฉาย
โดยครั้งนี้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าว ของสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย นำทีมโดย ปื๊ด–ธนิตย์ จิตนุกูล นายกสมาคม, ปรัชญา ปิ่นแก้ว, อ๊อด–บัณฑิต ทองดี และ นุชี่–อนุชา บุญยวรรธนะ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อถามหามาตรฐานของ การพิจารณาหนัง และเสรีภาพในการนำเสนอ

ซึ่ง ปื๊ด–ธนิตย์ นายกสมาคมผู้กำกับฯ กล่าวว่า ในมุมมองของสมาคมเจอเคสนี้ก็ค่อนข้างเป็นห่วงอนาคต ว่ายังจะต้องมีเรื่องแบบนี้อยู่อีกไหม และเป็นไปได้ไหมถ้าหากพวกตนจะเรียกร้องว่าขอมาตรฐานการจัดเรตจากกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนหนึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีการแก้กฎหมาย จริงๆ คนในอุตสาหกรรมเองตระหนักดีว่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมอย่างไร ฉะนั้นถ้าพวกตนจะมาดูแลกันเองแบบทีวีก็คิดว่าน่าจะทำได้ และทำได้ดีด้วย
ด้าน ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับฯชื่อดัง กล่าวว่า พวกตนพูดมาหลายรอบเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ ซึ่งที่ผ่านมามีอยู่หลายเรื่อง ตรงนี้ตนอยากมองในเรื่องของระบบ หากเรื่องนี้ไปฉายออนไลน์ก็ไม่ต้องมีใครมาตรวจ ไปฉายทีวีคณะกรรมการของภาครัฐบาลไม่เกี่ยวข้องเลยเพราะคนทีวีตรวจกันเอง แต่ถ้าฉายในโรงหนังกลายเป็นว่าต้องให้คณะกรรมการ ตรวจสิ่งที่อยากพูดก็คือสิทธิของผู้สร้างงานและสิทธิของคนดูไม่ควรมีใครต้องมากลั่นกรอง ปล่อยให้เป็นโลกเสรีเพราะมีกฎหมายรองรับไว้หมดว่ามีสิทธิเสรีภาพในการที่จะสื่อสารอะไรในรูปแบบไหนก็ได้
สำหรับ อ๊อด–บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับฯ คนดังอีกราย บอกว่า พวกตนอยากให้คณะ กรรมการ มองที่บริบทของหนัง จากภาคสองผู้ชายคนนี้เป็นหนุ่มไทบ้านที่เป็นเหมือนจิ๊กโก๋ต่างจังหวัด วันหนึ่งตัดสินใจมาบวชเพราะอกหัก ในขณะที่บวชได้ 2-3 เดือน ผู้หญิงที่เคยเป็นแฟนก็มาเสียชีวิต ตนมีความรู้สึกว่าหากเป็นตัวเองก็คงจะฟูมฟายแบบนี้ เนื่องจากไม่ได้เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่บอกว่าจะต้องสำรวมขนาดนั้น ในทางบริบทไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทำให้ตนรู้สึกว่าการพิจารณาของคณะกรรมการ ยังไม่มีมาตรฐาน ทั้งที่บางเรื่องมีฉากแรงกว่านี้ พระไม่สำรวมมากกว่านี้ยังผ่านการพิจารณาได้ มาตรฐานจริงๆ อยู่ตรงไหน ยังควรจะมีเรตการแบนหนังอยู่หรือเปล่า ณ วันนี้

นุชี่–อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้กำกับหนัง มะลิลา ซึ่งในหนังมีฉากที่เกี่ยวกับพระเช่นกัน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนขอพูดในมุมมองของ ผู้กำกับฯที่บางทีสังคมอาจตั้งคำถามว่าถ้าเกิดให้สิทธิเสรีภาพมากแล้วจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมหรือเปล่า ส่วนตัวคิดว่าน่าจะปล่อยให้พวกตนมีสิทธิเสรีภาพ และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเอง ตนก็เคยทำหนังที่มีประเด็นเกี่ยวกับพระ อย่างเรื่อง มะลิลา ชัดเจนว่าก่อนหน้าที่ตัวละครบวชก็มีความสัมพันธ์เป็นชายรักชาย แล้วตอนที่ไปบวชก็มีฉากที่จ้องศพและมีฉากที่ศพฟื้นขึ้นมาเป็นภาพคนรักสมัยเก่า ที่เปลือยกายอยู่ และมีภาพที่พระรูปนี้กอด กับคนรักที่เป็นผู้ชายที่เปลือยกายอยู่นั้นด้วย ตอนที่ส่งให้คณะกรรมการ พิจารณาก็เป็นทิศทาง ที่ดี กองจัดเรตได้รับการแจ้งมาว่าตอนนี้นโยบายเปลี่ยนแล้ว พยายามที่จะไม่แบนภาพยนตร์โดยให้เป็นเรตที่สูงแทน ซึ่งคณะกรรมการฯ ที่ตรวจพิจารณาภาพยนตร์มะลิลาก็เข้าใจตัวภาพยนตร์เป็นอย่างดีว่าต้องการสื่ออะไร เลยรู้สึกแปลกใจว่าฉากของพระในหนังไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 ที่ดูเบามากจนเทียบกับภาพยนตร์ของตนไม่ได้เลย แต่ทำไมถึงไม่ผ่านการพิจารณา
อ๊อด–บัณทิต ยังบอกอีกว่า ที่มาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเป็นเพราะพวกตนมองในมุมเสรีภาพสื่อ ถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่พวกตนจะมีความคิดสร้างสรรค์ในมุมใหม่ๆ เนื้อหาหนังไทยก็จะจำกัดอยู่แค่ในมุมที่ทุกคนเห็น
ด้าน ปรัชญา ปิ่นแก้ว เสริมว่า ถ้าถามในมุมผู้กำกับฯ ไม่อยากตัดฉากดังกล่าวออกอยู่แล้ว แต่ถ้าจะต่อสู้ต้องมีขั้นตอน ซึ่งไม่ทันโปรแกรมที่จะเข้าฉาย ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องฝืนจำใจทำ ตรงนี้ถือเป็นความเสียหายทั้งเรื่องธุรกิจและความรู้สึก แล้วก็เสียหายทางผลงานด้วย ฉากนี้ เป็นฉากที่ได้อารมณ์มาก ถ้าตัดทิ้งก็จะได้ดูหนังที่ไม่ถึงอีกครั้ง ซึ่งหลายครั้งแล้ว
โดยสุดท้ายทางค่ายผู้สร้างได้ตัดสินใจตัดฉากดังกล่าวออกไป โดย สุรศักดิ์ ป้องศร ผู้กำกับภาพยนตร์ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ “โหนกระแส” ว่า ต้องยอมตัดฉากดังกล่าวออก ทั้งที่เป็นฉากที่ตั้งใจให้พีกที่สุดของเรื่อง
และทางด้าน อวิรุทธิ์ อรรคบุตร โปรดิวเซอร์ ชี้แจงเสริมว่า ตอนนี้ตัดหนังเรียบร้อยแล้ว ผลตอนนี้ก็ผ่านเรียบร้อย ด้วยเรต 15+ ตัดบางช่วงบางตอนของคัตนั้น ที่พระร้องไห้ ตัดช่วงเอามือเคาะโลงออก และช่วงฟูมฟายนิดหน่อย
เป็นอันว่าประชาชนคนไทยที่รอดูหนังไทยจะได้ชมภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ โดยเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่ 22 พ.ย. ออกไป เพราะหลังจากยอมหั่นฉากดังกล่าวออกแล้ว ก็ต้องใช้เวลานิดหน่อยเพื่อความสมบูรณ์ก่อนออกฉาย
แต่ครั้งนี้ก็ยังคงมีคำถามค้างคาในหัวใจคนทำหนังแถวหน้าของ เมืองไทยว่า มาตรฐานการพิจารณาและเสรีภาพในการนำเสนอนั้นอยู่ที่ตรงไหน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง