ลำยอง หนองหินห่าว เผยโดนนักร้องดังดูถูก โต้! หลอกผู้ชายซื้อบ้านให้ 10 ล้าน

หลายคนคงเคยได้ยินและร้องเพลง “เอาผัวไปเทิร์น” ได้อย่างดี ซึ่งเพลงนี้ถือว่าแจ้งเกิดให้กับนักร้องสาวหมอลำโคโยตี้สุดแซ่บ ลำยอง หนองหินห่าว แต่งานนี้มีข่าวเม้าธ์ต่างๆ มากมาย ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางมาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มี นุ้ย สุจิรา, เป็กกี้ ศรีธัญญา และ ชมพู่ ก่อนบ่ายเป็นพิธีกร

เห็นว่าเพลง “เอาผัวไปเทิร์น” ไม่ได้ร้องมา 4 ปีแล้ว เกิดอะไรขึ้น?
“เพราะว่าโดนฟ้อง คือเหมือนกับว่าเพลงของเราไปละเมิดลิขสิทธิ์ของอีกเพลงหนึ่ง แต่บอกไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่ขอพูดดีกว่าค่ะ ได้มีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ซึ่งระหว่างนั้นเราห้ามร้องเพลงนี้ แต่ตอนนี้คือเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาสู้คดีประมาณเกือบเกือบ 4 ปีค่ะ และสุดท้ายเราก็ชนะคดี ตอนนี้ก็ร้องได้แล้ว ก็รู้สึกสบายใจค่ะ”

ย้อนกลับไปนิดนึงมาเป็น “ลำยอง หนองหินห่าว” ได้ยังไง?
“ย้อนกลับไปสมัยก่อนเป็นครู สอนวิชาออกแบบค่ะ ก็เป็นญาติกับอาจารย์ท่านหนึ่งแล้วก็พาเข้าวงการ สมัยก่อนชื่อ “นก สุพรรณี” ตอนหลังมาเป็นหมอลำซิ่งก็เลยกลายเป็น “ลำยอง หนองหินห่าว” มีพี่คนหนึ่งที่ทำเพลงตั้งให้ต้องการให้เป็นแบบผู้หญิงแรงๆ ต้องการตีตลาด มันเป็นชื่อที่ทำให้คนจำง่าย ฟังแล้วสนุก ส่วนที่เข้ามาอยู่ในค่ายเพลงได้เพราะมีอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นน้าอยู่แถวบ้านของเรา มีค่ายเพลงต้องการทำแนวเพลงหมอลำซิ่ง แล้วก็มีหลายๆ คนแนะนำว่าให้เอา “ลำยอง หนองหินห่าว” มา ซึ่งตอนนั้นอาจารย์ก็ไม่ทราบว่าเป็นหลานของท่าน แล้วเราก็เคยสมัครร้องเพลงกับเขาตอนเด็กๆ หลังจากนั้นก็โทรศัพท์คุยกันก็เลยได้รู้จักกัน”

ทำไมถึงทิ้งอาชีพครูแล้วกลายมาเป็นนักร้องหมอลำ?
“คือตอนที่เป็นครู เงินเดือนก็เป็นเงินเดือนปกติ แต่ตอนที่เป็นครูเราก็มีร้องเพลงในผับ ตามร้านอาหารบ้าง แล้วตอนนั้นการพักผ่อนก็ไม่เพียงพอด้วย จากที่เคยเป็นครูสอนอยู่ดีๆ ต้องตื่นเช้า ต้องขึ้นเวร ขี้เกียจไปสอนบ้าง ซึ่งพวกที่ออกแนวอาร์ตๆ ก็จะไม่ค่อยละเอียดเรื่องงานพวกนี้ เลยมานั่งทบทวน แล้วตอนนั้นงานร้องเพลงเราก็ได้เงินเยอะพอสมควร ซึ่งอาจจะได้เยอะกว่าเงินเดือนอีก แล้วพอดีภาพลักษณ์ของนักร้องตอนนั้นคือมันโป๊ ซึ่งมันก็ขัดกับอาชีพที่เราทำอยู่ คิดว่าก่อนที่จะให้เขาไล่ออกลาออกเองก่อนดีกว่ามั้ย”

คิดว่าตัดสินใจถูกไหม เพราะหลังจากนั้นเห็นว่าลำบากมาก?
“คิดว่าตัดสินใจถูกนะในตอนนั้น ตอนที่ลาออกแรกๆ ก็คือเข้ามาอยู่กรุงเทพฯเลย ตัดสินใจลุยมาเลย คิดว่าเขาจะพาเราไปถึงฝั่งฝันได้ ตอนแรกที่มาก็เป็นหมอลำซิ่งเปิดวงตีตลาดตามปกติยังไม่ได้สังกัดค่าย ตอนนั้นฮิตมาก เดือนหนึ่งก็จะมีงานประมาณ 50-60 งาน วันหนึ่งอาจจะเล่น 3-4 ที่ มีทุกช่วงเวลาเลยค่ะ แต่ก็มาโดนโกง แทนที่เราจะเจ็บตัวคนเดียว แต่กลายเป็นว่าโดนทั้งวงเพราะเราเอาลูกน้องนักดนตรีไปด้วย คือถ้าเขาไม่จ่ายเราคนเดียวเราก็แค่เจ็บตัวคนเดียว แต่ไม่จ่ายวงด้วย ปัญหาคือเราต้องไปหาเงินมาจ่ายวง เจอหลายงานจนไม่อยากเป็นนักร้องเลยค่ะ”

มีข่าวถูกโกง เจ้าภาพหอบเงินหนีด้วย?
“เยอะค่ะ คือประมาณว่างานที่แล้วก็ยังไม่จ่ายเรานะ เราก็ต้องเอาเงินที่เราเก็บไว้มาจ่ายแทนก่อน เพราะว่าเราต้องจ่ายนักดนตรีที่เราจ้างมาอีกทีนึง แทนที่เราจะได้กลายเป็นว่าเราต้องมาควักเนื้อเอาเงินตัวเองจ่าย งานที่แล้วไม่ได้งานนี้ก็กะว่าอาจจะได้ของงานที่แล้วด้วย เราก็ไปอีกก็โดนอีก หลังๆ เลยคิดว่าถ้าคนนี้เขาจ้างงานอีกก็จะไม่ไปแล้ว คือมันกลายเป็นดินพอกหางหมูกับเจ้าเดิมนี่แหละ จนสุดท้ายรถและบ้านของเราก็โดนยึด”

ไม่พลาดข่าวฮอตแวดวงมายา
แค่กดเป็นเพื่อนไลน์ ข่าวสด@บันเทิง ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

เคยคิดน้อยใจถึงขนาดไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วด้วย?
“ใช่ค่ะตอนนั้นมันเครียด ถึงขนาดเคยคิดฆ่าตัวตายเลย คือตอนที่เป็นครูเรายังมีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้ เงินเดือนครูกับเงินที่เราได้จากการร้องเพลง เราก็เอามาใช้จ่ายอุดตรงนู้นตรงนี้ ไปๆ มาๆ ก็ไม่เหลือเลยสักบาท เงินติดตัวไม่มีแม้แต่เงินในกระปุกออมสินก็ไปทุบเอามาใช้จนหมด โทร.ไปขอยืมญาติ บางทีได้มา 500 บาท ยังพอพยุงชีวิตไปได้ หลังๆ ก็ท้อแท้ไม่อยากอยู่แล้ว คิดว่าจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือจะผูกคอตาย หรือจะกระโดดตึก แต่ถ้าตกลงไปไม่ตายแล้วพิกลพิการจะเป็นภาระอีกไหมอะไรแบบนี้ จากอาจารย์ที่มีคนนับถือ กลายมาเป็นคนไม่มีอะไรเลย ตอนนั้นคิดวนไปเรื่อยๆ สุดท้ายที่ทำให้เราคิดได้ คือตอนนั้นนอนโทรมเลยนะคะ น้องสาวแท้ๆ บอกว่าไม่ต้องคิดมาก แล้วก็เอาเงินมาให้ แล้วก็พยายามที่จะพาเราออกไปจากตรงนั้น พาไปทำผม ทำเล็บ เสริมสวย เดินเล่นซื้อของ ดูแลตัวเอง เราเห็นหน้าน้อง เห็นหน้าหลานก็เลยรู้ว่ายังมีคนที่รักเราอยู่ เรียกว่าจิตตกอยู่นานพอสมควรเลยค่ะ เป็นปีก็ว่าได้ น้ำหนักลดเหลือประมาณ 38-39 กิโล เหมือนเนื้อติดกระดูกเลยค่ะ”

เห็นว่ามีมีศิลปินดังมากสบประมาทไว้ว่า หน้าอย่างเธอไม่น่าจะได้อยู่ค่ายนี้หรอก รู้สึกยังไง?
“ณ ตอนนั้น ศิลปินดังมากเขาเรียกเราว่าเจ้ อาจารย์จะเอาเจ้ไปค่ายไหน เราก็บอกไม่รู้แล้วแต่อาจารย์ อย่างเจ้ไม่เหมาะหรอกกับค่ายแกรมมี่ เพราะเจ้แต่งตัวโป๊ เขาไม่เอาหรอกหมอลำบ้านๆ พูดแค่นี้พอ ที่ผ่านมาก็คิดมาเสมอว่าเราไม่เหมาะกับค่าย เพราะเราแต่งตัวเซ็กซี่มาก แต่ถ้าเข้าไปได้ก็เป็นบุญแล้ว คือตอนนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะอาจารย์บอกให้เงียบๆ ไว้ก่อน”

จุดไหนที่ทำให้เราลุกขึ้นมาก้าวไปต่อ?
“ตอนนั้นน้องสาวเปิดร้านอาหารแล้วมีหุ้นส่วนอยู่ เขาบอกให้ไปดูแลร้านให้หนูหน่อย เราก็ตัดสินใจไป แล้วเราก็ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที เพื่อเรียกแขกเข้าร้าน แต่ตอนนั้นหมดหวังไม่อยากเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงแล้วนะ คิดแค่ว่าเอาพอสนุกได้ติ๊บ ได้พวงมาลัยแค่นั้นก็พอแล้ว ร้องไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา หลายคนรู้จักและชื่นชอบเรา ในขณะเดียวกันเราก็เริ่มกอบกู้ชื่อเสียงขึ้นมาเรื่อยๆ จนดังในที่สุด หลายๆ ค่ายจากที่เคยปฏิเสธก็ติดต่อเรากลับมาอีกครั้ง”

มีข่าวว่าหลอกผู้ชายซื้อบ้านให้ 10 ล้าน จริงไหม?
“คือต้องบอกว่าเรื่องนี้ มีอาจารย์คนนึงที่เรานับถือ แล้วผู้ชายคนนี้เขาก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เหมือนกัน เป็นคนจีนค่ะ มีการคุยกันทางโซเชียลหลายเดือนอยู่ค่ะ แล้วเขาก็บินมาเจอกันที่เมืองไทย คือเขาอยากมาดูหน้าเรา อยากทำความรู้จักตัวเราจริงๆ ไปกินข้าวกันอะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็ชอบเรา ที่จริงเขาก็ชอบเรามาตั้งแต่อยู่ในโซเชียลแล้ว กินข้าวเสร็จ เขาก็ไปส่งเราที่บ้าน เขาก็ถามเราว่าคุณอยู่แบบนี้เหรอ เราก็บอกเขาไปว่า “ฉันเป็นคนประหยัดอยู่ยังไงก็ได้ ไม่ชอบมาฟุ่มเฟือยกับอะไรพวกนี้” หลังจากนั้นประมาณ 3-4 วัน เขาก็บอกว่าจะซื้อบ้านให้เราเป็นเงินสดค่ะ ต้องบอกด้วยนะคะว่าเราหมั้นกันแล้ว มีแหวนเพชรและบ้านเป็นของหมั้น แล้วก็มีรถด้วยอีกคันนึงค่ะ แต่หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือนเราก็เลิกกันค่ะ เพราะด้วยอยู่ห่างไกลกันแล้วก็ต่างคนต่างพูดคนละภาษา เวลาคุยกันก็ต้องใช้ล่าม จากที่คุยกันทุกวันก็เหลืออาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้ง เราก็ไม่ค่อยเข้าใจกันแล้วเขาก็หายไปเลยค่ะ”

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ ลำยอง หนองหินห่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน