นก วนิดา-น้องบูม เปิดใจ หลัง ชูษี ประกาศตัดขาดพ่อลูก เผยเหตุสะเทือนใจรับไม่ได้
วันที่ 9 ม.ค. ที่ สตูดิโอช่อง วัน ตึกแกรมมี่ ตลกสาว นก-วนิดา แสงสุข ควงลูกสาว บูม-ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต ออกมาแถลงข่าวโต้ อดีตสามี ชูษี เชิญยิ้ม ออกมาแถลงข่าวตัดขาดพ่อลูก สาเหตุจากที่ลูกสาวมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว และรับว่ามีปัญหาเรื่องเมียเก่าเมียใหม่
มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ทำไมถึงขั้นคุณพ่อต้องออกมาประกาศตัดขาด
นก “มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นยาวนานอย่างที่พี่ษีเขาบอก เกิดขึ้นจากว่าพี่ไปเล่นกันบนเวทีกับพี่ษี ภรรยาเขารู้สึกว่ามันเล่นกันเกินไป ไม่พอใจกับการที่เราเล่นแบบนี้ค่ะ ซึ่งมันเป็นการเล่นบนเวที แต่ถามว่าพอลงจากเวทีมาแล้ว พี่กับพี่ษีเราก็คนละมุมเลยนะ เราไม่เคยที่จะมานั่งคุยกันมากมายเลย”
นก “ ก่อนหน้านี้น้องปอเป็นคนดีค่ะ และเขาก็เป็นคนบอกกับษีเองว่าให้เอาพี่นกกับบูมมาร่วมงานสิ มาทำงานด้วยกัน เราก็ร่วมกันมาหลายปีเลยนะคะ จนมาช่วงหลังที่ปอเขารู้สึก เขาบอกว่าเขาไม่ได้หึงนะคะ เพียงแต่เขาไมพอใจที่เล่นกันแบบนี้ เขารู้สึกไม่ให้เกียรติเขา แต่พี่ก็ได้เคลียร์ไปแล้ว
บอกไปว่ามันเป็นการทำงานอย่างหนึ่ง แล้วก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาปอก็เห็นอยู่ว่าพี่กับพี่ษีเล่นหน้าเวทีก็เป็นแบบนี้มาตลอด ไม่ใช่ว่าเราเพิ่งจะมาเล่นช่วงหลังนะคะ แต่อาจจะเพราะว่าในช่วงหลังมีการไลฟ์สดขึ้นมา ก็เลยทำให้ปอรู้สึกว่าไม่ให้เกียรติเขา แต่การไลฟ์สดพี่ไม่ได้เป็นคนไลฟ์ พี่เป็นคนอยู่บนเวที พี่ก็เคลียร์กับปอแล้วเขาก็บอกโอเคเข้าใจ อย่างที่คุยกับบูมอาจจะไม่มีใครอธิบายให้เขาเข้าใจ”
ที่บอกว่าเล่นกันนัวเนีย ถึงเนื้อถึงตัวขนาดไหน ?
นก “เหมือนพี่ษีร้องเพลงและเราก็เป็นแดนซ์เซอร์เต้น ก็ต้องมีถูกเนื้อถูกตัวกันอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ได้ถึงกับไปโอบกอดขนาดนั้น”
ระหว่างที่เคลียร์กัน พี่ชูษีได้ทราบไหม ?
นก “พี่ษีรู้ ณ วันแรกที่น้องปอโทรมาหาพี่ษีว่า ทำไมพี่ต้องเล่นกันแบบนี้ หนูไม่ชอบ พอพี่รู้ว่าเขาทะเลาะกัน พี่ก็โทรหาปอ ณ วันนั้นเลยว่า มีอะไร ทำไมต้องทะเลาะกัน พี่ได้ยิน ปอก็บอกว่าพี่ไปบอกกับพี่ษีเลิกกับหนูไปเลยดีกว่าถ้าทำแบบนี้ พี่ก็ให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ อธิบายว่าเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งพี่รับรู้ได้ว่ามันเกิดจากพี่ เขาก็อธิบายว่าหนูไม่ชอบให้เล่นแบบนี้ พี่ไม่ให้เกียรติหนู
ณ วันนั้นพี่ก็ได้อธิบายไปแล้วในโทรศัพท์ ถ้ามันเป็นประเด็นมาจากพี่ พี่ขอโทษแล้วกัน แต่อย่าถึงกลับต้องเลิกรากันเลย พี่ก็ถือว่าพี่เคลียร์แล้ว คุยกับปอเรียบร้อยแล้ว ก็จบ แต่พอปล่อยระยะเวลาผ่านมา กลายเป็นพี่ษีมาบอกว่า วนิดาต้องเข้าไปเคลียร์กับปอนะ พี่ก็เลยมีความรู้สึกทำไมต้องเคลียร์อีก ในเมื่อเราก็คุยโทรศัพท์กันแล้ว จะต่อความยาวสาวความยืดอะไรกันในเมื่อมันจบแล้ว ซึ่งก็กลายเป็นเรื่องสะสมกันมา”
นก “ทางเราเจอกับพี่ษีบ่อย แต่กับปอไม่เคยเจอ จะเจอก็อยู่งานหนึ่งที่งานวันเกิดคุณโอบะ ที่กาญจนบุรี ครั้งแรกที่เจอหลังจากที่โทรคุยนะ ปอเขาไม่คุยกับเรา จากที่เมื่อเจอกัน เขาจะเข้ามาสวัสดี ชวนมานั่งด้วย แต่วันนั้นเขาเฉยเมย และไม่คุย ไม่ไหว้เรา รวมถึงไม่ไหว้แม่เราด้วยมันไม่เหมือนปกติ เราก็รู้แล้วว่าปอยังไม่ได้เลิกคิดเรื่องนี้นะ เพราะเขาก็แสดงอาการแบบนี้ออกมา แต่พี่ก็เข้าใจ พี่ก็เลยไม่เข้าไปเคลียร์ไม่เข้าไปคุย เพราะพี่ว่าพี่อธิบายตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าน้องเข้าใจ น้องต้องเข้าใจ”
แล้วทำไมน้องบูมต้องโยงให้มาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เพราะทางชูษีบอกว่าปัญหาเกิดมาจากความก้าวร้าวของลูก
บูม “ตั้งแต่เกิดเรื่องราวทั้งหมดหนูรับทราบมาตลอด พี่ๆ คงจะได้ดูจากหน้าเฟสบุ๊กของหนู หนูไม่ได้มีการตอบโต้อะไรผ่านเฟสบุ๊กของหนูเลย ตั้งแต่ที่คุณพ่อโพสต์คลิปขึ้นมานะคะ เพราะหนูมองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องในครอบครัว เราสามารถที่จะเคลียร์กันได้
หนูก็เพียงแค่รอระยะเวลาให้ทุกอย่างมันเจือจางและเข้าไปเคลียร์ แต่ ณ วันนี้ ประเด็นเรื่องราวทั้งหมดมันเกิดมาจากความผิดของหนู (เสียงสั่น) และเป็นสิ่งที่อยู่บนพื้นที่ของสื่อแล้ว หนูก็คงต้องออกมาพูดเพื่อที่จะให้ความจริงมันปรากฏขึ้น”
บูม “ต้นเหตุเกิดจากความผิดของหนู ที่หนูมีความรักและเคารพบุพการีของหนู ณ ที่นี้หนูหมายถึง ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ตา หรือยายของหนูก็ตาม ถ้าหนูได้รับรู้รับเห็น หรือทราบว่าใครก็แล้วแต่ที่เป็นบุคคลคนภายนอกมาล่วงล้ำก่ำเกิน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ หรือวิธีใดก็แล้วแต่ ในความเป็นลูก หนูก็ยอมไม่ได้ และมีการแสดงออกถึงความไม่พอใจ
แต่บังเอิญว่าชนวนเหตุการณ์ในครั้งนี้ ความผิดของหนูในครั้งนี้คือ คนที่มาล่วงล้ำก้ำเกินแม่และยายของหนูเป็นภรรยาใหม่ของพ่อนะคะ (ร้องไห้) หนูก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้พ่อทุกข์ใจหรือกระทบกระเทือนจิตใจ ถ้าเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้พ่อเสียใจในการกระทำ คำพูด หรืออะไรของหนูที่ทำให้พ่อรู้สึกผิดหวังและเสียใจตรงนี้ หนูขอกราบขอโทษพ่อตรงนี้เลยค่ะ (กราบขอโทษพร้อมน้ำตา)”
ที่เราก้าวร้าวเพราะไปเห็นข้อความในโทรศัพท์ของปอ ภรรยาใหม่พ่อ ที่เขาด่าแม่กับยายใช่ไหม
บูม “ค่ะ แต่หนูขอแยกประเด็นนะคะ หนูไม่ขอพูดถึง แล้วก็ในส่วนของเรื่องภรรยาใหม่ของพ่อ คือพี่ปอ หนูก็ของแยกส่วนออกมาก เพราะประเด็นหลักที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวหนู ที่พ่อไม่พอใจพฤติกรรมการแสดงออกในความที่หนูทนไม่ได้ กับคนที่มาล่วงล้ำก่ำเกินแม่และยายของหนูเท่านั้น”
เราบอกว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว เพราะเจอภรรยาใหม่ของพ่อทำไม่ดีกับแม่กับยาย แต่ว่าพ่อบอกว่าเรามีพฤติกรรมก้าวร้าวมาเป็นปีแล้ว
นก “แม่ว่าไม่มีนะ เพราะว่าไปตามงานด้วยกัน ตลกทุกคนก็จะรักบูม รักเรารักพี่ษีอยู่แล้ว เราคิดว่าทุกคนคิดว่าบูมเป็นลูกหลาน ถ้ามันมีพฤติกรรมอย่างนั้นจริงๆ มันต้องมีสักคนที่ดึงไปพูด ถามว่ามีไหม มี แต่อันนั้นเป็นพฤติกรรมที่บูมลงเหมือนคุยกับเพื่อน
การคุยกับเพื่อนมันก็อาจจะมีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พฤติกรรมก้าวร้าวของบูมที่ลงในเฟซไม่มีเลย จะมีก็แต่เป็นโพสต์ที่ทำให้พี่ษีรู้สึกว่าไม่พอใจ (โชว์หลักฐานโพสต์ในเฟซบุ๊ก) ที่เอามาให้ดูไม่ใช่อะไรนะ แค่อยากให้ดูว่ามันเป็นการก้าวร้าว หรือมีคำหยาบคาย หรือเอ่ยถึงใครชัดเจนหรือเปล่า”
บูม “โพสต์นี้ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นโพสต์สาธารณะอยู่ในเฟซหนู ยังไม่ได้ลบออกไป อันนี้มันเป็นโพสต์หลังจากที่หนูไปเห็นข้อความในไลน์ส่วนตัว ซึ่งอันนี้หนูก็ยอมรับว่าหนูเสียมารยาท ที่เข้าไปดูไลน์ของพี่ปอ แล้วก็ไปเห็นข้อความต่างๆ แล้วก็มีความรู้สึกเสียใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่ผู้ใหญ่เกิดปัญหากัน พ่อ แม่ พี่ปอ พี่ปอไม่เข้าใจแม่ แต่พี่ปอก็ยังคุยกับหนูอยู่ตลอดเวลา แล้วพอหนูไปเห็นข้อความเหล่านี้ มันก็รับไม่ได้”
ข้อความอะไรที่เราเห็นแล้วสะเทือนใจจนรับไม่ได้
บูม “หนูไม่ขอพูดถึงนะคะ ขออนุญาตไม่พูดถึง ไม่ขอต่อหรือตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น หนูขอแยกส่วนเอาไว้ ในวันนี้หนูอาจจะมีความเชื่ออีกแบบหนึ่ง (เสียงสั่น) จากข้อมูลที่หนูได้รับมา ซึ่งความเชื่อเหล่านั้นมันอาจจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการที่ได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นมา
แล้วพ่อก็อาจจะมีความเชื่ออีกแบบหนึ่งในมุมมองของพ่อ ซึ่งมันอาจจะต่างกันตรงนี้ หนูไม่ขอเอาเป็นข้อโต้แย้งหรือเอาชนะใดๆทั้งสิ้น หนูขอยอมรับความผิดทั้งหมดไว้ค่ะ(ร้องไห้) ถ้าหนูจะผิดเพราะหนูปกป้องแม่ และยาย ที่หนูรับไม่ได้กับสิ่งเหล่านี้ แล้วเกิดพฤติกรรมแบบนี้ออกมาทำให้ผู้ใหญ่หลายๆท่านไม่พอใจ หรือกระทบกระเทือนจิตใจ หนูกราบขอโทษค่ะ”
มีการทะเลาะกันไหม พ่อบอกว่าเราบล็อกเฟซบุ๊กพ่อ และคำพูดในแชทที่บอกว่า พ่อหนูรู้นิสัยพ่อ ว่าพ่อเป็นคนยังไง แต่พ่อต้องรู้นิสัยหนูด้วย ซึ่งประโยคนี้พ่อเขารู้สึกว่า เราจะสู้กับเขา
บูม “หนูว่าพ่อเขาตีความหมายผิด แต่หนูไม่โทษนะคะ ถามว่าคำพูดเหล่านั้น มันมีจริง แต่หนูชี้แจงกับพ่อ เพราะว่าหนูโทรแล้วพ่อไม่รับ แล้วหนูก็ได้อธิบายชี้แจงออกไปว่า พ่อ ตัวหนูเป็นยังไง พ่อก็น่าจะรู้ดี ณ ที่นี้หนูหมายถึงว่า ตลอดระยะเวลา 27 ปี ในความเป็นลูก ชูษี และ นก วนิดา (ร้องไห้สะอื้น) หนูไม่เคยทำตัวเสื่อมเสียให้พ่อและแม่ต้องเป็นที่หนักใจและอับอาย
หนูถูกอบรมจากยายและตา ตั้งแต่ยังเด็ก ให้มีความรักเท่าเทียมทั้งพ่อและแม่ สัดส่วนที่เสมอกันเลยค่ะ เพียงแต่ว่าหนูอยู่กับฝั่งแม่ พ่ออาจมองว่าหนูรักแม่มากกว่า แต่ในวันนี้ ถึงแม้ว่ามีใครก็ตาม มาล่วงล้ำก่ำเกินพ่อ หนูก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน”
เหตุผลที่เราบล๊อกเฟซบุ๊กพ่อเกิดจากอะไร
บูม “หนึ่งพ่อไม่ฟัง สองพ่อพูดว่าต่อไปนี้นะ ต่างคนต่างอยู่ หนูไม่ขอลงรายละเอียดเยอะ ในความรู้สึกของหนู หนูคิดว่าหนูจะเป็นตัวปัญหาหรือเปล่า ที่ไปทำให้ครอบครัวของพ่อ หรือพ่อต้องหนักใจ ตัดไป บางทีหนูโพสต์เฟซอะไร แล้วคนเรามันคิดได้หมด บางทีหนูก็ไม่ได้มีเจตนาจะว่าหรืออะไร บางทีเราแชร์ข้อความอะไร ก็เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เราเห็นไฟอยู่ข้างหน้า เราเอาฟืนออกมา ไม่ให้ไฟมันลามไปกว่านี้ มันแค่นั้นเอง”
นก “ในช่วงเวลานั้นบูมลงอะไร เขาก็คิดว่าไปแขวะเขา ก็เลยกลายเป็นว่า ไม่ต้องเห็นกันดีกว่า มันเป็นความคิดที่ตรงกันข้าม อย่างพี่ษีเขาคิดว่าบูมจะเอาชนะ ถ้าพี่คิดว่าหนูกับลูกจะเอาชนะ ออกมาพูดครั้งนี้เพื่อชวนทะเลาะ เอาชนะมันไม่ใช่นะพี่นะ
หนูก็มีกันแค่ 3 คนแม่ลูก ถ้าจะเอาชนะพี่ หนูแพ้ตั้งแต่คิดแล้ว ที่ออกมาพูดในครั้งนี้ หนูใช้หน้าที่ของคนเป็นแม่ ปกป้องลูกบ้าง ที่โดนกล่าวหาว่าเป็นเด็กที่ก้าวร้าว ไปด่าคนในเฟซบุ๊ก มีคำหยาบคาย มันไม่มีค่ะ บูมเป็นเด็กที่ดีมาตลอด ตั้งแต่เล็กจนโต บูมไม่เคยมีพฤติกรรมที่ทำให้พ่อแม่หนักใจ ไม่เคยทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อนเลย”
จากคำพูดเมื่อวานที่ชูษีบอกว่าถ้าวันนี้พูดไม่ตรง กับเขาจะเอาตายแน่ ได้ยินคำพูดนี้แล้วรู้สึกยังไง
นก “รู้สึกว่าก็แล้วแต่เขาถ้าเราออกมาพูดความจริง แล้วความจริงมันจะทำให้เราตาย เราก็จะยอมตาย เพราะเราเองก็ไม่ได้พาดพิงใคร เราให้คำตอบตามคำถาม และเป็นคำตอบที่เป็นความจริงทั้งหมด เราพูดความจริง ซึ่งเขาเป็นพ่อเขาจะฆ่าลูกเขาก็ทำได้แต่เราว่าเขาไม่ทำหรอกเพราะเรื่องมันไม่ได้ร้ายแรงอะไรขนาดนั้น”
แล้วที่ชูษีออกมาประกาศตัดขาดไม่ต้องเป็นพ่อลูกกันกับบูม บูมรู้สึกยังไง
บูม “มันก็เสียใจ (เสียงสั่นเครือ) ทุกวันนี้หนูยังไม่เลิกร้องไห้เลย ด้วยซ้ำ ในความรู้สึกของคนเป็นลูก มันมีความรู้สึกว่าเราผิดมากขนาดนั้นเลยหรอกับการที่… (ร้องไห้)”
เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเกิดมานานแค่ไหนแล้ว
นก “นับตั้งแต่เรื่องของเรากับปอก็เกือบปีเหมือนกันนะ ถามว่าที่ผ่านมาพยายามที่จะปรับหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไหม ทำไมถึงปล่อยให้มันสะสมเรื้อรัง จริงๆมันไม่น่าที่จะเป็นปัญหาเรื้อรังเพราะระหว่างเรากับปอคือไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว”
แล้วส่วนที่พี่ชูษีบอกว่า ภรรยาใหม่เขาโทรหาและไลน์หานกตอนปีใหม่แต่ไม่ยอมตอบ
นก “อันนี้ก็ถูก จำได้ว่าเขาโทรหาเราวันที่ 27 ธันวาคมตอนประมาณตี 3 เราบอก เรายอมรับว่าเราไม่รับโทรศัพท์ เพราะเราไม่รู้ว่าการโทรครั้งนี้ จะโทรมาด้วยเรื่องอะไร เขามีปัญหากับพี่ษี แล้วจะโทรมาอะไรกับเราหรือเปล่า แต่อีกใจนึงก็มีคิดว่าเขาอาจจะโทรมาดีก็ได้ ลึกๆ บอกเลยว่าหลังจากที่เราได้เห็นไลน์ที่เขาคุย กับอีกคนนึง มันทำให้เรารู้สึกว่าลับหลังเราเขาก็ยังอคติกับเราอยู่
เราเลยเลือกที่จะไม่รับดีกว่า การที่เราไม่รับเพราะเราอยากจบเรื่องนี้ด้วยการเฉยนิ่งการนิ่งของเราไม่ได้หมายถึงว่า เราไม่ได้อยากคุยกับเขา มันไม่ใช่แต่เราแค่ไม่อยากให้คนกลางอย่างพี่ษี ต้องมาหนักใจ ซึ่งถ้าการที่เขาโทรมาแล้วมันเกิดมีอะไรที่ต้องโต้แย้งหรือทะเลาะกันอีก คนหนักใจคือพี่ษีเพราะเป็นคนกลางเราจึงเลือกที่จะเฉยมากกว่าแต่การที่เราเลือกที่จะเฉยแล้วมันมีประเด็นขึ้นมาแล้วบาปไปตกกับลูก ความผิดทุกอย่างมันมาตกที่ลูกมันก็ไม่ใช่”
บูมคิดที่จะเข้าไปขอโทษพ่อไหมเพราะพ่อก็บอกว่าพร้อมที่จะรับคำขอโทษ
บูม “เอาจริงๆหนูก็พูดตรงๆตั้งแต่ดูคลิป ที่พ่อไลฟ์หนูก็มั่นใจว่ายังไงพ่อก็ตัดหนูไม่ได้หรอก ความเป็นพ่อเป็นลูก ซึ่งหนูเองก็ตัดพ่อไม่ได้เหมือนกัน ไม่ว่าวันนี้พ่อจะตายลงไป หรือว่าหนูจะตายลงไป หนูก็ยังเป็นลูกพ่อ และความเป็นลูกก็ยังอยู่กับหนูเสมอหนูพูดกับยายว่าถ้าจะให้หนูเข้าไปขอโทษพ่อหนูเข้าไปขอโทษพ่อได้อยู่แล้ว หนูไม่ได้มีทิฐิหรือจะเอาชนะอย่างที่พ่อคิดการที่หนูขอโทษพ่อหรือขอขมาพ่อหนูทำมาตลอดอยู่แล้ว”
บูมคิดที่จะเข้าไปขอโทษพ่อไหมเพราะพ่อก็บอกว่าพร้อมที่จะรับคำขอโทษ
บูม “เอาจริงๆหนูก็พูดตรงๆตั้งแต่ดูคลิป ที่พ่อไลฟ์หนูก็มั่นใจว่ายังไงพ่อก็ตัดหนูไม่ได้หรอก ความเป็นพ่อเป็นลูก ซึ่งหนูเองก็ตัดพ่อไม่ได้เหมือนกัน ไม่ว่าวันนี้พ่อจะตายลงไป หรือว่าหนูจะตายลงไป หนูก็ยังเป็นลูกพ่อ และความเป็นลูกก็ยังอยู่กับหนูเสมอหนูพูดกับยายว่าถ้าจะให้หนูเข้าไปขอโทษพ่อหนูเข้าไปขอโทษพ่อได้อยู่แล้ว หนูไม่ได้มีทิฐิหรือจะเอาชนะอย่างที่พ่อคิดการที่หนูขอโทษพ่อหรือขอขมาพ่อหนูทำมาตลอดอยู่แล้ว”
แล้วทำไมถึงยังไม่เข้าไป
บูม “เพราะมันยังแรงอยู่และความรู้สึกของหนูก็ยังน้อยใจหนูอยากรอระยะเวลาให้ตัวหนูเองพร้อม”
จากวันนั้นถึงวันนี้ได้มีโอกาสเคลียร์กับพ่อบ้างหรือยัง
นก : “มีค่ะ บูมกับพ่อกับปอเขาคุยกันมาตลอดอยู่แล้ว แต่พอเราเริ่มรู้ว่ามันจะมีปัญหาจากที่พี่ษี ออกมาไลฟ์ครั้งแรกเลยก็มีการคุยกันแม่ลูกว่าเพื่อความสบายใจของพี่ษีก็จะเข้าไปเคลียร์ซึ่งหมายถึงตัวเรา จะพากันเข้าไปเคลียร์เพื่อเขาจะได้สบายใจ ก็กะว่าจะไปเคลียร์กับปอด้วย แต่ตอนนั้นเราบังเอิญยังอยู่ที่งานต่างจังหวัดยังไม่มีเวลาที่จะไปก็รอว่าเดี๋ยวกลับมาแล้วจะเข้าไปเคลียร์แต่เขาก็มาไลฟ์ย้ำอีกๆ
จนตอนนี้สังคมมองว่าบูมเป็นเด็กที่ก้าวร้าวเป็นเด็กที่เลวร้ายมากเลยเราก็เลยบอกลูกว่าถ้าอย่างนั้นแม่ไม่เคลียร์แล้วนะแม่ไม่คุยแล้วเพราะถ้าเข้าไปคุยคนที่รู้สึกดีคือพี่ษี ที่ว่าแม่กับพี่ปอพอดีกันแล้ว โอเคกันแล้ว แต่สังคม ยังมองว่าบูมเป็นเด็กที่ไม่ดีก้าวร้าวใครจะมาแก้ตรงนี้ให้ลูกเรา เราเลยเลือกที่จะไม่เคลียร์ ก็เฉยกันไป เพราะการเฉยของเราไม่ได้เคยไปสร้างปัญหาให้เขา เพราะเราก็ไม่เคยไปแขวะ ไม่เคยไปสร้างปัญหาอะไรเลยต่างคนต่างอยู่ เราคิดแบบนี้ เพราะจากเหตุการณ์ที่เจอมาคือเขาก็เลือกที่จะไม่คุยกับเรา”
ตอนนี้มันกลายเป็นปัญหาระหว่างพ่อกับลูก การที่ไม่ไปเคลียร์มันก็ยิ่งจะทำให้คนมอง บูมในแง่ไม่ดี แล้วจะหาทางออกให้เรื่องนี้ยังไง
บูม “ทางออกของเรื่องนี้หนูเองคิดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ว่ายังไงหนูก็จะเข้าไปขอโทษพ่ออยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้มันไม่ทัน เพราะตอนนี้ทุกอย่างมันมาปรากฏอยู่ต่อหน้าสื่อหมดแล้วไม่ใช่ว่าหนูจะมาเอาชนะหรืออะไรหนูขอพูดตรงๆ ว่าอย่างที่พ่อพูด เรื่องครอบครัวมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทุกวันนี้มันมีแต่เจ็บกับเจ็บ มันไม่มีใครชื่นชมเราหรอก พอโดนว่าหนูก็โดนว่าแม่ก็โดนว่าเจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องในครอบครัวแล้วครอบครัวของเราก็ไม่ได้เป็นครอบครัวที่ดูดีมันมีแต่จะทำร้ายกันมากกว่า”
มีกำหนดเวลาไหมว่าจะเข้าไปหาพ่อวันไหน
บูม “ต้องรอดู อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้พ่อสบายใจหนูก็พร้อมที่จะทำหมด”
มีอีกเรื่องที่พ่อเขารู้สึกว่าบูมไปก้าวร้าวตลกหญิง ส.
บูม “เหมือนอย่างที่หนูชี้แจงไปตั้งแต่ต้น ว่าใครก็แล้วแต่ที่มาทำพฤติกรรมล่วงเกินบุพการีของหนู หนูขอยืนยันว่าไม่ได้มีการทะเลาะวิวาทกันในงานไม่มีเพียงแค่หนูมาโพสต์ระบายในเฟซบุ๊คของหนูตรงนี้ถ้ามันทำให้รู้สึกไม่ดีหนูก็ขอโทษ”
ได้ระบุไหมว่าหมายถึงใคร
บูม “โพสต์นั้นถ้าเกิดคนที่ไม่ได้อยู่ในงานจะไม่รู้เลยว่าใคร”
แต่ตอนนี้ทุกคนก็ตีความไปหมดแล้ว
บูม “ตัวเขารู้ค่ะ จากแช็ตไลน์ที่เห็นค่ะ”
เราไม่บอกว่าใคร
นก ตอบว่า “อย่าที่พี่ษีเขาบอกว่าเรื่องแบบนี้พูไม่ได้ มันจะเสียกันหมด ถ้าจะให้บอกว่าใคร คงต้องถามพี่ษี”
ชูษีบอกว่าไม่อยากให้ว่าเขาคนนั้น เพราะเป็นคนที่มีพระคุณกับตัวเรา
นก ตอบว่า “อันนี้มันเป็นพฤติกรรมของเขา ในงานของโอบะ เขาอยู่ข้างใน พี่กับแม่อยู่ข้างนอก แล้วเขาก็เดินออกมาตรงที่แม่นกนั่งอยู่ อาจจะมีกิจกรรมทำอะไรกัน อยู่ๆเขาก็มาตบโต๊ะ แล้วชี้หน้าแม่เรา แม่นั้นแหล่ะ แล้วก็ค้อนสะบัดออกไป มีคนเห็นพฤติกรรมตรงนั้นเยอะมาก ตอนนั้นบูมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ร้องไห้เดินออกมาหานกข้างนอก แล้วก็บอกว่าทำไมเขาต้องตบโต๊ะแล้วชี้หน้ายายด้วย ยายหนูทำอะไรผิด จบแค่นี้
พี่ษีก็เดินมา แล้วถามว่าเรื่องอะไรกัน แม่นกก็เล่าให้เขาฟังพี่ษีบอกว่าเดี๋ยวเคลียร์ให้ พี่ษีก็เดินหายเข้าไป ก็ไม่รู้ว่าเคลียร์หรือไม่เคลียร์จนถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีการทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันไม่ใช่บูมต้องเป็นนก แต่นี้ไม่ได้ทะเลาะกันเลย ไม่เคยติดใจ เพราะว่าน้องของ ส. ยังเดินมาบอกบูมว่าบอกยายด้วยนะอย่าคิดมาก เพราะ ส. เขาเมา เราไม่ได้คิดมาก แต่พฤติกรรมก้าวร้าวของลูก การลงเฟซบุ๊ค ไม่ได้เอ่ยชื่อ พี่ษีบอกว่าเอยชื่อ หรือว่าด่าเขาทั้งตระกูล ไม่มีค่ะ”
ข้อความที่บูมโพสต์ว่าอย่างไรบ้าง
บูม “ทำไมจ๊ะ แม่เรายายเราเป็นอย่างไรจ๊ะ เป็นเด็กให้เฉยไว้จะน่ารัก และผู้ใหญ่ล่ะจ๊ะ ถ้าเป็นเด็กที่รักแม่ รักยายเราต้องทำอย่างไรจ๊ะ อ่อ พูดไม่ได้ คนจน คนไม่ได้ดัง สวัสดี บ่นกับตัวเอง อาจจะบ่นดังไปหน่อย ขอโทษค่ะ ไม่ไหว้ใครแล้ว ไหว้แล้วเจ็บหัวใจ หมายถึงคนที่ไม่ไหว้แม่กับยายเรา คนตรง 2018 น้องบูมขอโทษที่ทำตัวไม่น่ารัก วันนี้หนูจะจำทุกช็อต และทุกคน มันเป็นการตัดพ้อ”
นก เสริมว่า “มันเอ่ยถึงชื่อใคร มันเป็นการตัดพ้อของเด็ก เขาไม่ได้ไปด่าใคร พี่ษีบอกว่าไปด่าเขาทั้งตระกูล ด่าเขาตรงไหน มีคำหยาบตรงไหน”
คิดอย่างไรกับการที่เราโพสต์ออกไป
บูม “หนูมองว่าเป็นการระบายความรู้สึก หนูอาจจะขาดการยั้งคิดว่าหนูเป็นลูกของพ่อและแม่ แสดงความคิด ความรู้สึกแบบนั้นออกไป ซึ่งมันก็เป็นความรู้สึกที่ทุกคนก็ทำอยู่แล้ว เรื่องการระบายความรู้สึกผ่านโซเชียล เพียงแค่หนูคิดสั้นไป ว่าหนูเป็นลูกพ่อ ทำให้กระทบกระเทือนจิตใจพ่อ ทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกว่าหนูเป็นคนไม่น่ารัก หนูต้องกราบขอโทษด้วย(ยกมือไหว้)”
ถามถึงเหตุผลที่เราไปถ่ายแช็ตไลน์ในมือถือของปอ
บูม “เรื่องโทรศัพท์ คือตลอดระยะเวลาที่พี่ปอไม่คุยกับแม่หนู แต่เขาก็คุยกับหนูอยู่ตลอดเวลา พี่ปอมาปรึกษาว่าอยากเปลี่ยนโทรศัพท์ วันนั้นไปบ้านพ่อ โทรศัพท์พี่ปอวางอยู่ ซึ่งเป็นโทรศัพท์เครื่องใหม่ของพี่ปอ หนูก็หยิบขึ้นมาดู ปรากฎว่ามันไม่ได้ล็อค หนูยอมรับรับว่าเสียมารยาทที่เข้าไปดูไลน์ของพี่ปอ แล้วเกิดไปเห็นข้อความไลน์อันนั้นหนูก็ถ่ายไว้”
ทำไมถึงเขาไปดูไลน์ของเขา
บูม “พี่ปอไม่เคยเป็นอย่างนี้ ระยะเวลาที่ผ่านมาพี่ปอเป็นคนดีกับหนู หรือกับแม่ หนูมานั่งหาเหตุผล ขนาดพ่อยังหาเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไรทำให้พี่ปอเปลี่ยนไป ซึ่งการที่หนูถ่ายรูปไลน์ของพี่ปอในวันนั้นออกมา แล้วอยากจะสร้างปัญหาให้พ่อจริงๆ
วันนั้นพอพี่ปอขึ้นห้องไปแล้ว หนูคงเอาไลน์นั้นให้พ่อดู แต่หนูเลือกที่จะไม่ให้พ่อดู หนูก็ไม่ทราบว่าพ่อทราบได้อย่างไรว่าข้อความในไลน์มีอะไรบ้าง แต่คิดว่าพ่อคงเห็นก่อนหน้านี้แล้ว แต่หนูก็ส่งกลับไปให้พ่อดูในวนที่พ่อบอกว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ก่อนที่จะโพสต์คลิป”
เราตั้งใจที่จะถ่ายแช็ตไลน์อันนั้นเราต้องการถ่ายเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
บูม “ไม่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน แค่อยากเอามาให้แม่ดูว่าจากคนที่เคยรักกัน ทำไมลับหลังของเราดีมั้ย ใครไม่ชอบเรา เราก็ไม่ต้องเข้าไปเท่านั้นเอง”
แต่พ่อเรา คิดว่าเราถ่ายไว้เป็นหลักฐาน
นก ตอบแทนว่า “ไม่ใช่ค่ะ เพราะตลอดเวลาเราก็คุยกันว่าที่ผ่านมาปอเขาเป็นคนดีนะ แต่ทำไมมันเกิดอะไรขึ้น แม่คิดว่าจะมีคนยุนะ เพราะพื้นฐานปอไม่ใช่คนแบบนี้ ถ้าจะคิดเรื่องหึง น่าจะคิดมาก่อนหน้านี้ เราอยู่มาเป็น 10 ปี ทำไมถึงเพิ่งมาคิด”
คิดว่ามีคนยุพี่ปอเหรอ
นก“พี่คิดแบบนั้น เพราะ จริงๆแล้ว ปอเป็นคนดี อยู่ๆเขาคงไม่ลุกขึ้นมาหึง”
และที่เห็นในข้อความแชท ตอกย้ำความคิดของเราไหม
นก“ใช่ เพราะในการคุยกันในแชทคือการด่าพี่นี่แหละ ด่าแม่พี่ แต่ในเมื่อต่อหน้าเราอยากเคลียร์กัน ทำไมไม่คุยกัน ใช่พี่เป็นคนเลือกที่จะไม่คุย”
นกสงสัยใคร
นก“คงบอกไม่ได้ว่าสงสัยใคร”
แล้วในข้อความแชท เห็นไหมว่าปอ คุยกับใคร
นก“เห็นค่ะ ถามว่าใช่คนที่มีปัญหากับเราไหม ก็ขอไม่พูดถึงดีกว่า มันจะกลายเป็นพาดพิงเขา”
สรุปคือเรารู้ว่าคนที่พาดพิงเราคือคนคุยในข้อความแชทกับปอ
นก“รู้ค่ะ อันนี้คือประเด็นว่า ที่บูม แคปรูปข้อความมา เพราะอยากรู้ว่ามีคนยุจริงไหม เลยเอามาให้แม่ดู ไม่ได้จะเอาไปแฉเขา หรือเอาไปให้พี่ษี ดู ว่าลับหลังมันเป็นอย่างนี้ๆ มันไม่ใช่ ถ้าจะให้พี่ษีดูเพื่อทำลายครอบครัวเขา คงให้ดูตั้งแต่วันแรกแล้ว”
อยากให้เรื่องนี้จบลงยังไงเพราะกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านแล้ว
นก “มันกลายเป็นพาดพิงบุคคลที่สอง ที่สาม ที่สี่เยอะแยะไปหมด พี่ก็ไม่รู้ว่าพี่ษีจะเอาประเด็นไหนเป็นสำคัญ แต่ ณ วันนี้นกขอเลือกประเด็นที่สำคัญที่สุด คือเรื่องลูกกับพี่ษี มันจบลงง่ายๆอยู่แล้ว พ่อลูกตัดกันไม่ขาดหรอก อย่างพี่กับพี่ษี ความเป็นผัวเมียมันขาดกันไปแล้ว แต่ความเป็นพ่อลูกยังไงมันก็ตัดกันไม่ขาด”
จะมองหน้ากันติดไหม ทั้งพี่อักษรย่อ ส. ชูษี และปอ
นก “ติดค่ะ เพราะเราไม่ได้คิดอะไร เจอหน้ากับทุกคน”
แล้วบูมล่ะ?
บูม “พี่ส.หนูไม่ขอพูดถึงนะคะ ตัวหนูเองก็ไม่ได้อะไรกับเขา เพราะคนที่ถูกกระทำตรงนั้นเป็นยาย ซึ่งมันคนละก้อนกัน เพียงแค่หนูรู้สึกเสียใจ ไม่เข้าใจเฉยๆ อยากให้แยกส่วนออกไป ประเด็นหลักในวันนี้คือความผิดที่หนู ยืนเคียงข้าง
ปกป้องแม่และยาย ความผิดที่หนูรับไม่ได้ กับการที่จะมีบุคคลใดก็แล้วแต่ มาล่วงล้ำก้ำเกิน ซึ่งบุคคลนั้นเป็นภรรยาใหม่ของพ่อ แล้วส่งผลกระทบกระเทือนไปยังจิตใจ หัวใจของพ่อด้วย (พูดด้วยน้ำสั่นเครือและน้ำตาคลอ) ถ้าความผิดนี้มันเป็นความผิดของหนู ก็กราบขอโทษพ่อ (ยกมือไหว้)”
อยากชี้แจงอะไรถึงคนที่มองว่าเราก้าวร้าวไหม
บูม “ไม่ดีกว่าค่ะ”
นก “บูมไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่เป็นคนตรงมากกว่าค่ะ และบุคคลิกเขาไม่ค่อยยิ้ม มันเลยเหมือนคนที่จะแข็งๆนิดนึง”
บูมจะใช้โซเชียลในทางที่ถูกมากขึ้นไหม
บูม “ปกติหนูก็เล่นโซเชียลทั่วไป ก็จะระมัดระวังมากขึ้นค่ะ ก็ฟังที่พ่อเตือน”
เรื่องนี้อยากโทษใครไหม
บูม “หนูผิดเอง โทษหนูเลย หนูผิดที่หนูรับไม่ได้และแสดงพฤติกรรมไม่พอใจ”
อยากบอกอะไรกับพ่อไหม
บูม “เรื่องในบ้านเราก็ตั้งใจคุยกันในบ้านอยู่แล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้พ่อคิดว่าหนูผิด หนูไม่ดี หนูเนรคุณ หรือ อกตัญญู ไม่โกรธพ่อค่ะ เพราะว่าเราไม่ได้นั่งคุยกัน มันเป็นเพียงการอธิบายของหนู ที่สื่อสารผ่านตัวหนังสือ
มันไม่สามารถบอกถึงความรู้สึกจริงๆ ว่าหนูรู้สึกยังไงถึงพูดแบบนั้น หนูก็ขอโทษ ถ้าไม่ว่าจะเป็น กาย วาจา ใจ ที่หนูกระทำแล้วทำให้พ่อคิดว่าหนู ล่วงล้ำก้ำเกินพ่อ หรือ หนูรักแม่มากกว่า หรืออะไรก็แล้วแต่ เหตุผลต่างๆไม่ว่าจะอะไร หนูขอโทษพ่อด้วยค่ะ ขอโทษจริงๆ” (น้ำตาคลอพร้อมทั้งยกมือไหว้)


