ทนไม่ไหว! ชลธี ธารทอง ฟ้องหย่าเมีย มั่นใจไม่กระทบภาพลักษณ์ศิลปินแห่งชาติ

ทนไม่ไหว! ชลธี ธารทอง ฟ้องหย่าเมีย มั่นใจไม่กระทบภาพลักษณ์ศิลปินแห่งชาติ

หลังจากที่ นายสมนึก ทองมา หรือ ชลธี ธารทอง นักแต่งเพลงลูกทุ่งชื่อดังและศิลปินแห่งชาติ วัย 81 ปี ออกมาเปิดเผยกับสื่อถึงเรื่องที่ฟ้องหย่า นางศศิวิมล หรือ ครูปุ้ม ทองมา ภรรยาวัย 51 ปี ที่อยู่กันมาเกือบ 30 ปี ว่ามาจากสาเหตุหึงหวงหนักถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน จนตนเองทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายออกจากบ้าน มาพักอาศัยอยู่กับสาวคนสนิทรุ่นลูก และมีแพลนจะแต่งงานทันทีหลังจบเรื่องคดีนั้น

ครูปุ้ม และ ครูชลธี เมื่อครั้งรักหวานชื่น
ครูปุ้ม และ ครูชลธี เมื่อครั้งรักหวานชื่น

ล่าสุดวันที่ 18 พ.ค. “ข่าวสดออนไลน์” ยกหูไปสอบถามครูเพลงชื่อดังถึงกระแสที่ตามมาหลังข่าวเผยแพร่ออกไป รวมถึงกลัวหรือไม่ว่าข่าวดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ศิลปินแห่งชาติ?!

ฟีดแบ็กหลังจากที่ออกมาเปิดเผยเรื่องฟ้องหย่าภรรยาเป็นอย่างไรบ้าง?
“กระแสมาเยอะและแรงมากจากทั่วประเทศเลย สื่อติดต่อกันมาเยอะ ด้วยความที่ผมเป็นคนของประชาชนก็เข้าใจว่าทุกคนคงอยากทราบรายละเอียด ทางไหนที่ให้ความร่วมมือได้ก็ยินดี แต่ว่าผมจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ เนื่องจากตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ส่วนที่บอกว่ากระแสแรงมากนั้น ส่วนใหญ่จะเข้าใจผมดี ทุกคนรู้ว่าผมเป็นนักแต่งเพลง อารมณ์ละเอียดอ่อน นิสัยส่วนตัวเป็นคนเยือกเย็นอยู่แล้ว มีแต่ให้สังคมมาตลอด ฉะนั้นพอเกิดเรื่องนี้ขึ้นทุกคนรู้และเข้าใจว่าผมต้องมีเหตุผลในการตัดสินใจ

แเสดงว่าการตัดสินใจนี่ผ่านมาไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว?
“ไตร่ตรองและคิดมาอย่างดีแล้วครับ ไม่ใช่เพราะอารมณ์ชั่ววูบแน่นอน ทุกอย่างต้องมีเหตุ ไม่อย่างนั้นจะมีผลตามมาได้อย่างไร รวมถึงถ้าเหตุไม่ได้ร้ายแรงจนต้านทานไม่ไหว ผมคงไม่เดินออกมาจากบ้าน เพราะบ้านหลังนั้นผมซื้อไว้เป็นสิบๆ ล้าน มันมาจากน้ำพักน้ำแรงของผมเองด้วย การที่ผมทิ้งบ้านมาแบบนี้คงเป็นเรื่องที่หลายคนต้องคิดแล้วว่าทำไมผมถึงเดินออกมา แต่จะเป็นด้วยสาเหตุอะไรผมจะไม่พูดอะไรไปมากกว่าที่เคยให้ข่าวไป”

ก่อนออกมาเปิดเผยเรื่องฟ้องหย่าภรรยา กลัวไหมว่าจะโดนโจมตี?
“อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว ทุกคนในโลกนี้มีคนรักก็ต้องมีคนชัง ผมเองก็ไม่สามารถไปนั่งในใจทุกคนได้ คนที่ไม่ชอบผมก็มีอยู่ ซึ่งพร้อมที่จะมองในแง่ลบอยู่แล้ว ฉะนั้นผมก็ไม่อยากพูดอะไรให้เป็นจุดที่เขาจะเอาไปโจมตีได้ จริงๆ แล้วในใจของผมไม่เคยเห็นเพื่อนร่วมโลกเป็นศัตรูเลย ยิ่งคนในวงการยิ่งไม่มีใหญ่ ผมมีแต่เพื่อนทั้งนั้น ซึ่งเพื่อนๆ รวมถึงลูกศิษย์ส่วนใหญ่พอจะรับทราบปัญหาที่ผมเจอกันดี เลยโทรศัพท์มาให้กำลังใจกันจนสายแทบไหม้(หัวเราะ)”

เหตุมาจากเรื่องหึงหวงรุนแรงเรื่องเดียวเลยหรือเปล่า?
“มันต้องมีหลายเรื่องอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าบางเรื่องผมพูดไม่ได้ อย่างที่บอกว่าเรื่องอยู่ในชั้นศาลแล้ว ต้องพูดในศาลอย่างเดียวและจะพูดความจริงเท่านั้น ทุกคนเห็นกันอยู่แล้วว่าที่ผมเดินออกจากบ้านมาปีกว่าไม่เคยไปพูดอะไรกับใครเลย ในขณะที่อีกฝั่งสาดโคลนใส่ผมอย่างเดียวทางโซเชียลฯ ร่อนทุกอย่างไปทั่วประเทศ เอาผมไประจานและบอกด้วยว่าผมจะไม่มีที่ยืนในสังคมนี้ แล้วผมเป็นคนที่ไม่ได้มีแฟนคลับอยู่แค่ในประเทศไทย แต่มีอยู่ทั่วโลก ฉะนั้นจะพูดจาอะไรต้องระวังตัวและจะทำผิดพลาดไม่ได้”

ทางฝั่งโน้นพูดทำนองว่า ครูชลธีทิ้งไปมีผู้หญิงอื่นปีกว่าและพร้อมที่จะแถลงข่าวให้สังคมทราบความจริง?
“ไม่จริงครับ ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่อยู่ด้วยกันมา ผมใช้ความอดทนมาตลอด คนเราอยู่ด้วยกันก็ต้องให้เกียรติกัน ในเมื่อตกล่องปล่องชิ้นกันแล้วจะลงเรือลำเดียวกันในการใช้ชีวิตก็ต้องทำให้ดีที่สุด แต่เมื่อเหตุมันเกิดจนหาทางออกไม่ได้ ผมก็เลยต้องเดินออกมา”

กลัวไหมว่าข่าวนี้จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของการเป็นศิลปินแห่งชาติ?
ไม่กลัวเพราะผมไม่ได้ทำความผิดอะไร ผมทำตามเหตุผลและความเป็นจริง รวมถึงมีคำอธิบายให้สังคมรับรู้ได้ ซึ่งถ้าอยากรู้ก็ไปฟังในสิ่งที่ผมจะพูดบนศาล ผมทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ ไม่เคยมีอคติกับใคร ผมทำแบบนี้มาตลอดและจะทำต่อไป สิ่งที่ผมยึดเป็นแนวทางในชีวิคือคิดดีและทำดีครับ”

วันที่ 10 มิ.ย.ที่ต้องไปขึ้นศาล คาดหวังให้จบแบบไหน?
“จบครับ งานนี้ยังไงก็ต้องจบ ผมจะบอกศาลว่ายังไงจะแพ้หรือชนะก็ต้องจบ เพราะผมกับเขาอยู่ด้วยกันไม่ได้ ไม่หย่าไม่ได้ หย่าอย่างเดียว ตอนนี้คือฝั่งเขาไม่ยอมหย่า ผมเลยต้องฟ้องหย่า”

ไม่พลาดข่าวฮอตแวดวงมายา
แค่กดเป็นเพื่อนไลน์ ข่าวสด@บันเทิง ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

แล้วที่บอกว่าถ้าหย่าแล้วก็พร้อมแต่งงานใหม่ทันที หลายคนตกใจเลย?
ไม่ใช่หรอกครับ ผมไม่ได้ตั้งธงไว้อย่างนั้นหรอก ผมออกจากบ้านมานี่ยังไม่มีที่หมาย จะไปไหนยังไม่รู้เลย ต้องไปอยู่กับพี่กับน้องที่ชลบุรีตั้งหลายวัน แล้วก็ไปอยู่กับเพื่อนฝูงบ้าง รวมถึงมาอาศัยอยู่ที่บ้านคุณเกด(น.ส.สกุลนัฐธิดา แจ้งประสงค์)บ้างเพราะบ้านเขามีหลายหลัง ผมก็ไปอาศัยเขานอน ซึ่งเขาก็ดูแลและให้กำลังใจดี คงเพราะเวทนาผมที่เป็นคนแก่ๆ คนนึง ขาแข้งก็ไม่ค่อยดี บางทีเดินๆ อยู่ก็สะดุดล้มบ้าง ข่าวที่บอกว่าหย่าแล้วผมจะแต่งใหม่ทันทีเลย อันนั้นคือแซวๆ กัน(หัวเราะ)”

ถ้าวันหนึ่งทุกอย่างลงตัวก็พร้อมจะใช้ชีวิตคู่กับน้องเกดใช่ไหม?
“เรื่องพวกนี้มันต้องมีเหตุมีผลและมีเวลาของมัน การที่ผมออกมาจากบ้านแล้วจะมีแฟนใหม่หรือหาคนดูแลใหม่สักคนมันต้องดูก่อนนานๆ พอถึงเวลาแล้วจึงจะตัดสินใจ แต่ถ้ายังไม่ถึงเวลาก็ยังไม่ตัดสินใจครับ”

ตอนนี้มั่นใจในตัวน้องเกดหรือยัง?
“ผมว่าผมมั่นใจนะครับ ตั้งแต่รู้จักกันมาเป็นเวลาปีกว่าดูทุกอย่างที่เขาทำก็เห็นว่าเด็กคนนี้ใช้ได้ เสมอต้นเสมอปลาย เมื่อก่อนเป็นยังไง วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น แต่ว่าก็ต้องดูกันไปอีก ไม่ใช่ว่าจะปุบปับอะไร ถ้าผมไม่ตายไปซะก่อนก็คงจะแต่งกันครับ

ครูชลธี และ น้องเกด สาวคนสนิทรุ่นลูก
ครูชลธี และ น้องเกด สาวคนสนิทรุ่นลูก

ด้าน น.ส.สกุลนัฐธิดา หรือเกด แจ้งประสงค์ อายุ 29 ปี สาวคนสนิทของครูชลธี เผยกับข่าวสดออนไลน์ว่า “ข่าวที่ออกมาค่อนข้างมีผลกระทบกับตัวเองและครอบครัวพอสมควร แต่ว่าโชคดีที่ที่บ้านเข้าใจเพราะทราบเรื่องมาตั้งแต่ต้น รวมถึงตัวเราได้บอกกับที่บ้านเองว่าจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด จะไม่ให้เรื่องมากระทบถึงพวกเขา ส่วนเรื่องที่ครูชลธีมาอาศัยบ้านเราอยู่นั้น ต้องอธิบายให้ฟังว่าไม่ใช่บ้านที่ปากเกร็ด หลังนั้นเป็นบ้านที่เราพักอาศัยอยู่ แต่จะเป็นบ้านของอาของเราที่ลาดหลุมแก้ว เนื่องจากอาเขารู้จักกับครูชลธีอยู่แล้ว อีกอย่างที่บ้านเราเป็นมอญจะค่อนข้างถือเรื่องพวกนี้มาก ตราบใดที่ยังไม่ออกเรือนจะให้ผู้ชายมานอนที่บ้านไม่ได้ แล้วการให้ครูชลธีไปอาศัยที่บ้านอานั้นก็ต้องมีการบอกพ่อแม่ไว้อยู่แล้ว อีกอย่างถ้าใครได้มาเห็นสภาพที่ครูชลธีถูกทำร้ายมาและมีเลือดออกแบบนั้นก็ต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว จะให้ไล่กลับก็คงทำไม่ได้ค่ะ”

เมื่อถามถึงภรรยาของครูชลธีว่าได้มีการพูดคุยอะไรกันไหม สาวคนสนิทคนเดิมบอกว่า “ไม่ได้พูดคุยกัน มีแค่ว่าเขาโทร.มาหาและส่งข้อความมาต่อว่า ด้วยความที่เฟซบุ๊ก ไลน์ และอะไรต่างๆ ของครูชลธี ทางภรรยาเขาจะมีรหัสหมด ฉะนั้นเวลาใครส่งข้อความอะไรไปก็ตามจะถึงภรรยาเขาอยู่แล้ว แต่เรายืนยันว่าตอนแรกส่งไลน์หาครูชลธีคือไม่ได้คิดไปในทางอื่นเลยจริงๆ ตอนนั้นคือปรึกษาเรื่องร้องเพลงและคุยทั่วไป แล้วจริงๆ ด้วยสไตล์การร้องเพลงของเราจะไปทางอ.ชินกร ไกรลาศ มากกว่าด้วยซ้ำ แต่ท่านมาเสียชีวิตไปก่อน เราก็เลยมีโอกาสได้มาเจอครูชลธี ทุกวันนี้เราก็ทำหน้าที่เป็นเป็นเลขาฯ ดูแลครูชลธีเพราะครูมีงานแทบทุกวัน และอายุก็มากแล้ว ทุกอย่างเป็นความผูกพันกันค่ะ

บทความก่อนหน้านี้PM 2.5 กับการแก้ไขปัญหาด้วยพลังงานทดแทน
บทความถัดไปเกาะสวรรค์ผันเป็นเกาะขยะ เกลื่อน 414 ล้าน..ชิ้น !! ประชากรแค่ 500 คน