‘ณิชา’พอใจ5ปีชีวิตมายา ไม่โฟกัสรัก-มุ่งพัฒนาฝีมือแสดง : อาทิตย์ใส

‘ณิชา’พอใจ5ปีชีวิตมายา ไม่โฟกัสรัก-มุ่งพัฒนาฝีมือแสดง : อาทิตย์ใส

‘ณิชา’พอใจ5ปีชีวิตมายา

ไม่โฟกัสรัก-มุ่งพัฒนาฝีมือแสดง

‘ณิชา’พอใจ5ปีชีวิตมายา – ทําแฟนๆ ฮือฮา หลังพลิกบทบาทในละคร “เพลิงพรางเทียน” ทางช่อง 3 กับ 2 ตัวละคร ‘กลินท์’ ดารานางแบบชื่อดังในภพปัจจุบัน กับ ‘เทียนคำ’ ทาสสาวหัวอ่อนในพาร์ตอดีต สำหรับนางเอกสาว ‘ณิชา’ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ที่จับคู่เชือดเฉือนพระเอกหนุ่ม ‘เต้ย’พงศกร เมตตาริกานนท์

วันนี้โอกาสดีที่สาวใส ‘ณิชา-ณัฏฐณิชา’ เจียดเวลามาพูดคุยถึงบทบาทที่ได้รับ และอัพเดตเรื่องราวชีวิตส่วนตัวรวมถึงหัวใจ

‘ณิชา’พอใจ5ปีชีวิตมายา ไม่โฟกัสรัก-มุ่งพัฒนาฝีมือแสดง : อาทิตย์ใส

★ หลายคนจับตาการพลิกลุกส์ครั้งแรก?

ณิชา – “ตื่นเต้นมาก เริ่มแรกที่อ่านบทรู้สึกอยากเล่นมาก ตอบรับทันที เพราะเป็นความท้าทายทั้ง 2 บท ทั้ง เทียนคำ และ กลินท์ เป็นดวงจิตดวงเดียวกัน คือคนคนเดียวกัน แต่เทียนคำในอดีตมีบุคลิกอีกแบบ ด้วยความแค้นเลยทำให้กลินท์ในปัจจุบันกลายเป็นอีกคนหนึ่งเลย ที่กล้ารับเล่นทั้งที่บทค่อนข้างแรง เพราะส่วนตัวคิดว่าการเป็นนักแสดงก็อยากมีโอกาสได้เล่นอะไรที่แปลกมากขึ้นเรื่อยๆ หรือว่าที่ตัวเราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากขึ้น

พออ่านบทแล้วไม่รู้สึกกลัวเลยว่าทำไมแรงจัง แต่กลับตื่นเต้น อยากเล่นมากๆ บทนี้แรงก็จริง แต่มันมีเหตุผล ไม่ใช่อยู่ๆ จะมาวี้ดว้ายอย่างเดียว แต่หลังจากนั้นถึงเริ่มเครียดและกดดัน เพราะมันยากมากๆ ที่จะเข้าใจทุกความคิดของตัวละครในตอนแรก ทำให้ต้องเวิร์กช็อปเยอะมาก ต้องเรียนการแสดงหลายรอบมาก

นอกจากการแสดงแล้วยังต้องไปศึกษาเรื่องยุคอดีตที่เป็นล้านนาด้วย โอเคว่าตัวเราอินอยู่แล้วเพราะเป็นคนเชียงใหม่ นี่เป็นจุดที่รู้สึกชอบและอยากเล่น อีกอย่างที่ต้องทำคือร่างกาย ออกกำลังกายเยอะมาก เพราะปกติเป็นคนช้าๆ เนิบๆ เฉื่อยๆ ชอบอยู่นิ่งๆ แต่ตัวละคร กลินท์เป็นคนแอ๊กทีฟ คิดเร็วทำเร็ว อะไรไม่ได้ดั่งใจคือปรี๊ด ระบบร่างกายไม่เหมือนกันเลย แล้วมันต้องใช้แรงเยอะมากค่ะ”

‘ณิชา’พอใจ5ปีชีวิตมายา ไม่โฟกัสรัก-มุ่งพัฒนาฝีมือแสดง : อาทิตย์ใส

★ ได้ข่าวว่าตอนถ่ายเครียดจนเส้นเลือดปูดเลย?

ณิชา – “ใช่ค่ะ (หัวเราะ) มีวันหนึ่งที่เป็นฉากดราม่าตั้งแต่ซีนแรกจนซีนสุดท้ายของโลเกชั่นนั้น เราต้องมีสมาธิและต้องคีพความเป็นตัวละครตลอดเวลา เลยค่อนข้างเอาตัวเองลงไปเป็นตัวละครทำให้เครียด”

★ คาแร็กเตอร์ ‘เทียนคำ’ และ ‘กลินท์’ เป็นยังไง ตัวไหนเล่นยากกว่ากัน?

ณิชา – “เทียนคำเป็นคนหัวอ่อน ไม่สู้คน ถูกหลอกง่าย ใครให้ทำอะไรก็ทำ ซื่อๆ โอนเอนได้ตลอดเวลา บูชาความรักมากๆ เรียกว่าทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้รักกับเจ้าน้อย ส่วนกลินท์จะเป็นเวอร์ชั่นที่เทียนคำฝังความแค้นมาแล้ว ไม่ชอบการแพ้ ชอบเอาชนะ ถ้าใครจะมาเหนือกว่าก็ไม่ยอม เล่นเป็น 2 ตัว ตอนทำการบ้านไม่สับสน แต่ในหนึ่งซีนที่ต้องเล่นเป็น 2 ตัวจะมีหลุดบ้าง อันนี้เป็นความยากและท้าทาย แต่พี่วิทย์(วรวิทย์ ศรีสุภาพ) ผู้กำกับฯ แม่นมาก ไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ เขาจะค่อยเป็นค่อยไป

แต่เรารู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เล่น จนตอนหลังก็เข้าใจและเข้าถึงตัวละครได้ง่ายขึ้น ซึ่ง 2 ตัวละครนี้เล่นยากทั้งคู่ แต่มันคนละแบบ ‘เทียนคำ’ ที่เห็นหัวอ่อนๆ เหมือนจะเล่นง่ายแต่ไม่ง่าย คือเป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่ไม่มีความรู้สึก เหมือนจะยอมแต่ที่ยอมเพราะตัวเองเป็นทาส ก็จะเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเอง ความยากคือพูดอะไรไม่ได้ ต้องใช้สายตาอย่างเดียว สำหรับ ‘กลินท์’ จะระเบิดตู้มเลย ไม่เก็บอะไรทั้งสิ้น อารมณ์ทั้งสองตัวต่างกันสุดขั้วจริงๆ ค่ะ (หัวเราะ)”

‘ณิชา’พอใจ5ปีชีวิตมายา ไม่โฟกัสรัก-มุ่งพัฒนาฝีมือแสดง : อาทิตย์ใส

★ ตอนถ่ายทำมีติดอารมณ์กลับบ้านบ้างไหม?

ณิชา – “ไม่ได้ติดแบบกรี๊ดใส่คนอื่นนะคะ (หัวเราะ) แต่จะมีสายตาบางครั้ง คือไม่ดีเลย แต่เราไม่รู้ตัวไงคะ ตอนอยู่ในกองยังต้องคีพตัวละครอยู่ บางทีเราหันไปมองและพูดเล่นกับคนอื่น กลายเป็นว่าเขาคิดว่าเราพูดจริง เพราะด้วยสายตาเราคือดุมาก จนมีพี่ในกองคอยเตือน (หัวเราะ) คืออารมณ์ข้างในมันไม่มีอะไรเลย นะคะ แค่สายตามันออกไปเอง แต่ตอนนี้ไม่มีติดอะไรแล้ว สลัดหลุดหมดทุกอย่าง”

★ ร่วมงานกับ ‘เต้ย-พงศกร’ เป็นยังไงบ้าง?

ณิชา – “ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกัน พี่เต้ยก็พลิกคาแร็กเตอร์ด้วย ร่วมงานด้วยกันสนุกมาก ส่วนตัวรู้สึกว่ายังอยากเล่นกับพี่เต้ยอีก เพราะเขาเป็นคนมีสมาธิสูง เวลาเล่นกับเขา เขาก็เต็มมาตลอด ช่วยเราได้เยอะ เป็นรุ่นพี่นักแสดง ที่เก่งมากๆ”

★ เลิฟซีนกับเต้ยเยอะพอตัวเหมือนกัน?

ณิชา – “(หัวเราะ) ใช่ค่ะ เล่นกันเต็มที่มันเลยอินกับตัวละคร แต่ตอนซ้อมก็มีเขินอายอยู่แล้ว ก่อนถ่ายจริงต้องตั้งสติว่ามันไม่ใช่ตัวเรา ยากเหมือนกัน เพราะไม่เคยเล่นเลิฟซีนขนาดนี้มาก่อน บางทีก็ไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางตรงไหนยังไง เกร็งไปหมด เรียกว่าเป็นเลิฟซีนที่หนักสุดตั้งแต่เล่นละครมา แต่พี่วิทย์ถ่ายออกมาแล้วไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไร”

★ ฟีดแบ็กแฟนๆ เป็นยังไงบ้าง?

ณิชา – “หลายคนตื่นเต้น รอดูว่าพอเรามาเล่นแนวนี้จะเป็นยังไงบ้าง ตรงนี้เลยทำให้เรายิ่งตื่นเต้นหนักไปอีก ถามว่ากดดันมั้ย ไม่เชิงกดดัน แค่หวังไปกับทุกคนด้วยว่ามันจะออกมาดี เพราะ ณ วินาทีที่เราถ่ายทำก็ทำเต็มที่มาก”

★ คิดว่า “เพลิงพรางเทียน” จะเป็นมาสเตอร์พีซในการแสดงของตัวเองเลยไหม?

ณิชา – “ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าจะมาสเตอร์พีซหรือไม่มาสเตอร์พีซเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าชีวิตการแสดงของตัวเองยังอีกยาวไกล ไม่ได้จบแค่เรื่องนี้แน่นอน เพลิงพรางเทียนคือผลงานอีกเรื่องหนึ่งที่เราทำเต็มที่ที่สุด อีกอย่างตัวเราไม่ได้เป็นคนตัดสิน ต้อง ดูฟีดแบ็กด้วยว่าเป็นยังไงบ้าง เชื่อว่ายังเหลืออีกหลายบทบาทที่รออยู่ เช่นคนบ้าหรือโรคจิตไปเลย หรือต่อให้จะมีบทร้ายๆ เหมือนกันอีก แต่ทุกตัวละครมีเหตุผลในการร้ายไม่เหมือนกัน”

★ ตอนนี้มีผลงานอะไรอีก?

ณิชา – “กำลังถ่ายทำเรื่อง ‘ดวงใจในมนตรา’ เล่นกับพี่โตโน่ (ภาคิน) เรื่องนี้สนุกและได้พลิก คาแร็กเตอร์ด้วย เล่นเป็น 2 ยุคอีกแล้วและต่างกันสุดขั้วเช่นกัน ยุคปัจจุบันจะเป็นผู้หญิงที่สดใส มองโลกแง่บวก แต่ในอดีตโหดเหี้ยมถึงขั้นฆ่าคน เรียกว่าช่วงนี้จะได้บทที่พีกๆ หน่อย แต่ก็ดีใจที่ได้เล่น ได้กลับมาร่วมงานกับพี่โตโน่อีกครั้งก็ไม่ได้ทำให้เล่นง่ายขึ้นเลย เพราะบทมันไม่ง่าย เราสองคนสนิทกันก็จริง แต่เวลาเป็นตัวละครคือมันไม่ใช่ตัวเรา ดังนั้นก็ต้องเรียนรู้ใหม่ เพราะต่างคนต่างเป็นตัวละครใหม่ แล้วเดี๋ยวก็จะมีละครอีกหนึ่งเรื่องที่กำลังรอเปิดกล้องอยู่ค่ะ”

★ พอใจกับงานที่เข้ามาแบบนี้ไหม?

ณิชา – “พอใจค่ะ 5 ปีที่อยู่ในวงการมา เราพอใจกับทุกๆ อย่างมาก ตัวเรารู้สึกว่าชีวิตโอเค ไม่ว่าจะงานที่ได้รับหรือชีวิตที่เป็นอยู่ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปในแบบของมัน แล้วเราก็พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ ในฐานะนักแสดง จะว่าไป 5 ปีไม่ได้เยอะเลยถ้าเทียบกับพี่ๆ คนอื่นในวงการที่อยู่กันเป็นสิบยี่สิบปี เรายังถือว่าเป็นเด็กอยู่เลย”

★ วางอนาคตตัวเองในเส้นทางวงการบันเทิงไว้ยังไงบ้าง?

ณิชา – “ในตอนนี้คงเล่นละครไปเรื่อยๆ แพลนอย่างอื่นยังไม่มีอะไรมาก นอกจากจะพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะเราอยากทำงานให้เต็มที่ได้ในทุกๆ งาน ส่วนธุรกิจยังไม่มี เรื่องเรียนก็คิดๆ บ้าง ตอนนี้ใกล้เรียนจบ แต่ไม่ได้แพลนว่าจะต่ออะไรยังไงเลย ตอนนี้แค่อยากให้ทุกคนเอาใจช่วยกันหน่อยกับละคร เพลิงพรางเทียน ตัวละครมันมีเหตุผลในสิ่งที่ทำ แม้บางครั้งจะดูเลวร้ายไปบ้างค่ะ (หัวเราะ)”

★ ถามเรื่องหัวใจหน่อย ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

ณิชา – “สบายดีค่ะ ส่วนความสัมพันธ์เรากับพี่โตโน่ในสายตาที่คนอื่นมอง ไม่มีผลอะไรกับตัวเราเลย เราสบายใจยังไงก็อยู่ในแบบที่สบายใจ ไม่ได้เอาความคาดหวังหรือความคิดคนอื่นมาตัดสินชีวิตเรา”

★ ในสายตาเราคิดว่าพี่โตโน่มีความน่ารักตรงไหน?

ณิชา – “เขาเป็นคนดี ตั้งใจทำงาน และเป็นพี่ที่น่ารักคนนึง ชอบชวนทำบุญทำอะไรดีๆ ซึ่งเขาเป็นคนที่ชอบทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราประทับใจ อย่างล่าสุดเขาทำโครงการเก็บรักษ์ เห็นแล้วปลื้มใจแทน ส่วนตัวก็คอยเป็นกำลังใจและซัพพอร์ตทุกอย่าง คือมันไม่ใช่ทุกคนที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้”

★ เก็บรักษ์แล้ว เมื่อไหร่จะเก็บรักสักทีล่ะ?

ณิชา – “อันนี้ไม่เกี่ยวกัน (หัวเราะ) เอาจริงๆ เราก็รู้สึกว่ามีคนเชียร์เยอะ บางคนก็ถามว่าทำไมไม่ใจอ่อนใช้ คำว่าแฟน เรามองว่าปล่อยไปตามธรรมชาติดีกว่า ไม่ได้มากำหนดว่าจะต้องเป็นสถานะอะไรกัน ทุกวันนี้มีความสุขในแบบนี้ ได้เป็นตัวของตัวเองก็โอเคแล้ว แล้วทุกอย่างในชีวิตตอนนี้ก็ดีมากๆ สบายๆ เลยไม่ได้คิดอะไรที่มากไปกว่านี้ ที่สำคัญเราไม่ได้เป็นคนโฟกัสเรื่องความรักเป็นหลัก แต่โฟกัสเรื่องงานและเรียนมาก่อน เรากำลังสนุกกับการทำงานและอยากพัฒนามันจริงๆ”

★ จริงๆ มีสเป๊กผู้ชายในใจไหม?

ณิชา – “ชอบคนดี ดูแลครอบครัว ขยันทำงานเก่ง และมีความเป็นตัวของตัวเอง ประมาณนี้แหละค่ะ”

★ ก็ใกล้เคียงพี่โตโน่อยู่นะ?

ณิชา – “(หัวเราะ) ว้าย! ไม่เกี่ยว”

★ โตเป็นสาวแล้วคุณแม่ยังหวงอยู่ไหม?

ณิชา – “คุณแม่ไม่เคยหวงเลยค่ะ เรากับแม่ค่อนข้างสนิทกันมาก ถ้ามีอะไรก็เล่าตลอด ทุกอย่างอยู่ในสายตาเพราะคุณแม่ไปด้วยทุกที่ ฉะนั้นเลยไม่มีอะไรที่น่าห่วงหรือว่าเราต้องเก็บงำเป็นความลับ จนทำให้คุณแม่ไม่โอเคค่ะ”

★ นิยามความรักของณิชาคืออะไร?

ณิชา – “ความรักคือการเติมเต็มในสิ่งดีอยู่แล้วให้แฮปปี้ขึ้นไปอีก ไม่ใช่เข้ามาทำให้เราเป็นทุกข์เป็นกังวล ถ้ามันไม่เติมเต็มซึ่งกันและกันก็ขออยู่แบบสบายๆ ไปก่อนดีกว่า”

บทความก่อนหน้านี้มุ่งส่งเสริมการอ่าน ช้อปช่วยชาติรอบสอง
บทความถัดไปดวงประจำวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 ราศีใดได้ลาภจากทางไกล ราศีใดจะได้รับเครื่องประดับ : ดวงใครดวงมัน