ฟิล์ม แจงโพสต์ดราม่า ไม่มีเจตนาแขวะใคร แค่ใช้หลักธรรมะ

ฟิล์ม แจงโพสต์ดราม่า ไม่มีเจตนาแขวะใคร แค่ใช้หลักธรรมะ

วันดีคืนดีก็ลุกขึ้นมาโพสต์ข้อความส่อดราม่า ในทวิตเตอร์อยู่บ่อยครั้ง สำหรับพระเอกหนุ่ม ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ ล่าสุดได้เจอเจ้าตัวในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Baboonuts ที่ เมืองทองธานี จึงได้เข้าไปสัมภาษณ์ว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้น เห็นโพสต์ข้อความดราม่าอยู่บ่อยๆ

ฟิล์ม
ธนภัทร กาวิละ

ถามถึงเรื่องที่ชอบโพสต์ทวิตเตอร์ดราม่าเยอะ
“จริงๆ ไม่ได้ดราม่า อันนี้ทุกคนคิดเหมือนกันหมดเลยว่าฟิล์มชอบดราม่า โพสต์ดราม่าอีกแล้ว จริงๆ ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือธรรมะ ที่สอนชีวิต บางที่เราชอบ เราก็โพสต์ คนก็มองว่าฟิล์มดราม่าอีกแล้ว จริงๆ คือไม่มีอะไร”

โซเชียลมันคือดาบสองคม
“ใช่ครับ เพราะว่าบางครั้งโซเชียลมันเป็นแค่ตัวหนังสือ เวลาเราโพสต์ไป คนไม่ได้เห็นสีหน้าหรือความรู้สึกตอนที่เราโพสต์มันเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น การใช้โซเชียลแบบระวัง มันก็เป็นประโยชน์ แต่ใช้แบบผิดวิธีมัน มันก็เป็นดาบสองคม สามารถกลับมาทำร้ายตัวเองได้เหมือนกัน”

เวลาเราจะโพสต์แต่ล่ะครั้งดูแลอย่างไร
“อ่านแล้ว รู้สึกว่าอันนี้ชอบอันนี้ ข้อความนี้โดนใจตัวเองก็เลยโพสต์ ผมรู้สึกว่าเวลาแก้ปัญหา โดยการเอาอารมณ์ไปลงในโซเชียล สุดท้ายอารมณ์มันก็ไม่ได้หายไป ถ้าอารมณ์มันยังอยู่ในใจเรา ถ้าเราแก้ ต้องแก้ที่ใจเรามากกว่าที่จะเอาไปลงโซเชียล”

ฟิล์ม
แค่หลักธรรมจริงๆ

โดนทักว่าโพสต์ดราม่าแบบนี้ จะเปลี่ยนวิธีการโพสต์ใหม่มั้ย
“ไม่ครับ ผมว่าผมเป็นตัวเองแบบนี้ดีกว่าครับ ผมว่าบางทีบางคำคมมันเป็นการให้กำลังใจคนอื่นได้ด้วย”

คนก็สังเกตุว่าเวลาโพสต์ข้อความดราม่าบางครั้งก็อยู่ในกอง หลายคนสงสัยว่าเราไปแขวะใครหรือเปล่า
“ไม่มี ไม่แขวะใคร เป็นคนไม่ชอบไปแขวะ ไปแซะใคร ผมรู้สึกว่าถ้าจะแขวะ จะแซะใคร ผมโทรไปคุย หรือว่าไลน์ไปคุยกับเขาตรงๆ ดีกว่า คุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า เราโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่ ไม่ทำการกระทำแบบเด็กๆ”

แสดงว่าถ้าเรามีปัญหากับใคร จะเคลียร์กันตรงๆ
“คนที่รู้จักผม จะรู้ว่าเป็นคนตรง เป็นคนที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ มากกว่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา”

เรียกว่าชีวิตไม่มีดราม่า
“มันต้องมีบ้าง ชีวิตคนเราก็ต้องมีดราม่าบ้าง แต่เราไม่ลงโซเชียลเท่านั้นเอง เพราะอย่างที่บิกว่สมันคือดาบสองคม เราต้องคิดไตรตรองก่อนที่จะลงไป มันไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวอย่างที่เราคิด ความหมายมันก็บอกอยู่แล้วว่าโซเชียล มันคือสังคม มีคนอื่นอยู่ด้วย ทำอะไรก็ต้องระวังมากกว่าขึ้น เราไม่สามารถทำอะไรที่เป็นตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

ขอบคุณรูปจาก : film.thanapat

บทความก่อนหน้านี้รู้แล้ว ศพหนุ่มถูกมัดขา ทิ้งหมกป่า ใต้ต้นไทรเก่า เป็น ‘ม้าทรง’ ศาลเจ้าภูเก็ต ญาติแจ้งหาย
บทความถัดไปโย่ง สุดทน โพสต์เรื่องจริง เด่น ไม่ทำงานก็มีเงินกิน ดื้อมาก……ไม่ยอมปล่อยวาง!