เขตต์ เผยสาเหตุ ลาออกจากช่อง 7 หลังร่วมงาน 20 ปี โอด! ไม่มีเวลาเจอหน้าลูก

วันที่ 6 มิ.ย. ที่ บ้านนนทภูมิ นนทบุรี เขตต์ ฐานทัพ นักแสดงหนุ่ม จัดงานปันน้ำใจเลี้ยงอาหารกลางวันให้น้องๆผู้พิการ จากนั้นให้สัมภาษณ์ ถึงเรื่องที่ตัดสินใจลาออกจากช่อง 7 ที่อยู่มายาวนานถึง 20 ปี พร้อมกับมีกระแสข่าวเม้าธ์ว่า “มีเรื่องเกาเหลากับอดีตต้นสังกัด”

เขตต์

ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ลาออกจากช่อง 7 แล้ว?
“เพิ่งยื่นใบลาออกไปเมื่อหลังวันเกิด(27พ.ค.) หนึ่งวันครับ ถามว่าจบสวยมั้ย ตามหลักการแล้วจบสวยครับ สาเหตุที่ตัดสินใจลาออก คือเราทำงานมาเกือบ 2 ปี ในส่วนของการทำงานเบื้องหลัง การผลิตละคร ส่วนการเป็นนักแสดงทำมา 20 ปีแล้ว เป็นนักแสดงช่อง 7 มา 20 ปี ด้วยสัญญาหมดไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก็เป็นนักแสดงอิสระโดยปริยายอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เราทำงานอยู่ที่มีเดีย สตูดิโอ ซึ่งเป็นบริษัทของช่อง 7 สีเหมือนกัน การที่เราจะรับงานที่อื่นๆ เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันจำเป็นต้องเลือกครับ ซึ่งงานเบื้องหลังเป็นงานค่อนข้างหนัก ใช้เวลา ใช้ความตั้งใจ ใช้อะไรหลายๆอย่างในชีวิต ค่อนข้างเยอะมาก มันเสียเวลาทั้งชีวิตของเราไปเยอะ เอาง่ายๆ เวลาดูลูกแทบไม่มี บางที 4 วัน ไม่เจอหน้าลูก ก็เลยรู้สึกไม่แน่ใจว่า เราใช้ชีวิตถูกแบบแผนของเราหรือเปล่า เราใช้ชีวิตผิดประเภทอยู่หรือเปล่า ก็มานั่งทบทวนดู และมีการพูดคุยกับทางผู้ใหญ่ ก็เดินเข้าไปบอกท่านครับ”

ผู้ใหญ่ที่ช่องว่ายังไงบ้าง?
“ก็ไม่ว่าอะไร เราก็มีโอกาสถ้าเราอยากจะเป็นผู้จัดฯ อิสระขึ้นมาจริงๆ มันจะทำงานไม่หนักเท่าการเป็นพนักงานประจำ ตรงนั้นถ้าเรามีเวลาก็สามารถทำได้ ทางผู้ใหญ่ก็ยินดี”

แล้วงานละครที่ทำกับช่องค้างอยู่ ต้องเคลียร์ยังไง?
“ก็มีละครเรื่อง หัวใจลูกผู้ชาย ที่ใกล้จะปิดกล้องแล้ว เหลืออีกไม่ถึง 10 คิว ตอนนี้กำลังเร่งที่จะปิดกล้องให้เร็วที่สุด ส่วนละครที่ถ่ายอยู่ของช่อง 7 สี เพิ่งปิดกล้องไป เรื่องเด็กเสเพล”

กลัวมั้ยว่าละครจะโดนดองไม่ได้ออกอากาศ?
“ไม่หรอกครับ เราอยู่กับช่องมานาน เราพอจะรู้จักนิสัยใจคอช่องอยู่ ผมว่าไม่น่าจะมีโอกาสที่จะเป็นลักษณะแบบนั้น คงไม่มีเรื่องของการดองแน่ๆ”

เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ร่วมงานหลากหลายมากขึ้น?
“เราอยู่ที่นี่มา 20 ปี เป็นอะไรที่ยาวนานมากจริงๆ เรายังไม่เคยมีโอกาสร่วมงานกับทีมงานที่หลากหลายมากขึ้น ผมว่ามันก็เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่อีกแบบหนึ่งนะ แล้วก็ได้เรียนรู้งานจากการทำงานของแต่ละทีมเพิ่มมากขึ้น”

ไม่ใช่ว่าเพราะน้อยใจอะไรกับช่องใช่มั้ย?
“ไม่มีหรอก ผมว่ามันเลยจุดนั้น มันอยู่กันมาแบบครอบครัวยาวนานมาก ถึงเวลายังแฮปปี้อยู่ถ้าเกิดมีโอกาสได้ร่วมงานกัน แต่ถ้าไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกันก็ยังแฮปปี้จากกันด้วยดีครับไม่มีปัญหาอะไร”

มีผู้จัดฯคนไหนติดต่อมาหรือยัง?
“มีผู้จัดฯหลายๆท่าน ก็พยายามติดต่อมาอยู่เรื่อยๆ เป็นระยะๆ ไม่ใช่แค่ช่วงที่มีข่าว ก่อนหน้าจะมีข่าวก็มีติดต่อมาอยู่ แต่เราเองตอนนั้นยังติดอยู่ก็ไม่สามารถที่จะร่วมงานด้วยได้ แต่หลังจากที่เริ่มมีข่าวออกไปก็ยังดูอยู่ว่าจะตัดสินใจยังไงครับ”

รอเลือกบทที่เข้มข้นขึ้น?
“มันก็ตามวัยเรา เราก็ไม่ใช่พระเอกวัยใส มันหมดวัยแล้ว เราต้องรู้ตัวเอง แต่บทที่เล่นมันต้องได้โชว์หรือได้ทำอะไรที่สมกับที่เราไม่ได้ออกมาสู่โลกภายนอกนานมาก เราอยู่ในโลกใบเดิมของเรามา 20 ปี ต่อไปนี้ปีที่ 21 22 ชีวิตการแสดงของเราจะออกไปสู่โลกใบใหม่”

มีโปรเจ็กต์ทำละครกับค่ายอื่นหรือยัง?
“ณ ตอนนี้ยังไม่มีครับ ที่มีติดต่อมาเป็นงานแสดงมากกว่า เมื่อก่อนเล่นละคร สูงสุดเคยเล่นปีละ 5 เรื่อง จนกระทั่ง 3-4 ปีหลังมีละครปีละเรื่อง รู้สึกคิดถึงละครมันน้อยไปกับสิ่งที่เราจะเล่นจะทำ หวังว่าจะได้รับละครเพิ่มมากขึ้น น่าจะได้มีงานดีๆมาให้คุณผู้ชมที่เป็รแฟนละครของผมได้ติดตามชมมากขึ้นครับ”

รู้สึกใจหายมั้ยเพราะเกิดจากที่นี่อยู่มายาวนานจนผูกพัน?
“แว๊บแรกมีใจหาย แต่ ณ วันนี้มันจำเป็นจะต้องก้าวหน้าต่อไป เราไม่ใช่เด็กแล้วเนาะ เราโตแล้ว เรื่องจะมาตีอกชกตัวงอนง้อเราคือมันไม่มีอารมณ์น้อยใจหรอกครับ มีแค่เป็นเรื่องของการทำงาน วันหนึ่งถ้ามันลงตัวอาจจะกลับมาทำงานกันได้อีกครับ”

เกาะติดข่าวบันเทิงฮอตๆ
แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสดบันเทิง ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ถามถึงอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์มาชนรถตู้ของเราที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้คดีไปถึงไหนแล้ว?
“ตอนนี้ทางฝ่ายคู่กรณีเคลียร์เรียบร้อยแล้ว เพิ่งเคลียร์ไปเมื่อไม่นานมานี้เอง เรียบร้อยแล้วหมดแล้ว ไม่ได้หนักใจอะไรเลย เป็นห่วงน้องมากกว่า สิ่งที่ซีเรียส ณ ตอนนั้นคือเรื่องของการที่น้องโคม่าหนักมาก ถึงขั้นต้องแอดมิตอยู่นานพอสมควร ผมเองก็ทำทุกวิถีทาง ต้องพึ่งทางพระทุกสิ่งทุกอย่าง ทำบุญให้เขาตลอด สุดท้ายเขาฟื้นมาได้เป็นเรื่องอัศจรรย์เหมือนกัน อยู่ในช่วงทำกายภาพบำบัด เดินได้แล้ว พูดได้แล้ว ความจำรู้เรื่องทุกอย่างเพียงแต่เขายังเดินไม่ถนัดเท่านั้นเอง เพราะตอนนั้นอาการค่อนข้างหนัก เพราะหนึ่งไม่ได้สวมหมวกนิรภัย สองนั่งมาข้างหน้า เรื่องกฎหมายเราจะไม่พูดถึงเพราะผมตัดสินใจเป็นคนรับผิดชอบ ทั้งที่ผมไม่ได้เป็นคนชน มันเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อมนุษยธรรม เรื่องบางเรื่องมันจบแล้ว เราก็ดูแลน้องและว่ากันไปตามคดีความ มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว โชคดีมากที่ตำแหน่งที่ชนไม่ได้ชนตรงตำแหน่งที่ลูกผมนั่ง ลูกผมอยู่ในรถคันที่ชนด้วย แต่เขาชนไปด้านหลังนิดหนึ่ง กระจกแตกกระเด็นเข้าไปในตัวรถแต่ไม่โดนน้องดีจ้าเลย ถือว่าโชคดี ถ้าโดนลูกก็อาจจะเป็นคดีหนึ่งเป็นอีกเรื่องแน่ๆ”

ถามถึงเรื่องเตรียมมีลูกคนที่สอง แนท (ภรรยา) บอกมีฤกษ์ปีหน้า?
“อันนั้นเป็นจินตนาการของเขา (หัวเราะ) นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตัดสินใจลาออก เพราะว่าไม่มีเวลาดูลูกเลย แนททำงานหนักมาก ผมเองก็ทำงานหนักมาก ลูกอยู่กับพี่เลี้ยง คุณยายท่านก็อายุเยอะแล้วตามจับหลานไม่ค่อยจะทัน ถ้าไม่ได้ไปโรงเรียนจะเครียดมาก ต้องคอยโทรถามตลอดเวลาว่าอยู่ยังไงทำอะไร เป็นห่วงนิดหน่อย ส่วนคนที่สองขอดูอีกสักปีหนึ่ง ถ้าคิดว่าวางแผนชีวิตตัวเองได้ดีกว่านี้ก็อาจจะตัดสินใจมีก็ได้ ถ้ามีอยากได้ลูกสาวแต่กลัวจะได้ลูกชายอีกคน โอ๊ย เพลินเลยทีนี้”

“อีกเรื่องหนึ่งครับ ตอนนี้กำลังจะมีคอนเสิร์ต แฟนๆของ คอนเสิร์ต รวมดาว 18 กะรัต ตามคำเรียกร้อง เรายกกันไปที่เชียงใหม่ เร็วๆนี้จะได้ติดตามดูข่าวสารว่าศิลปินที่จะไปร่วมกับเรามีใครบ้าง ความสนุกสนานซีนเด็ดๆที่ใครได้ดูรวมดาว 18 กะรัตที่กรุงเทพฯ รับรองได้เห็นที่เชียงใหม่แน่นอน ศิลปินยังไหวครับ(หัวเราะ)”
ขอบคุณรูปจากไอจี : kate_thunthup

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน