หนูเล็ก ก่อนบ่าย ปัด ดราม่าเกาะเมีย สามีทำหน้าที่ดีมาก แจงเสียงดัง ไม่ได้แปลว่าข่ม

หนูเล็ก ก่อนบ่าย ปัด ดราม่าเกาะเมีย สามีทำหน้าที่ดีมาก แจงเสียงดัง ไม่ได้แปลว่าข่ม

วันที่ 11 ส.ค. ที่ ห้องประชุมใหญ่ อาคารนวภูมินทร์ วชิราวุธวิทยาลัย ภายในงานซ้อมละครเวที “เสียง…ในความเงียบ” มิวสิคัลคอนเสิร์ต โดย มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์  ร่วมกับวชิราวุธวิทยาลัย และสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

นักแสดงตลก หนูเล็ก ก่อนบ่าย หรือ ภัทรวดี ปิ่นทอง มาร่วมซ้อมการแสดง ก่อนขึ้นเวที ได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ ถึงพัฒนาการ ‘น้องวิน’ ลูกชายวัย 5 เดือน โดยหนูเลย เผยว่า “ก็พัฒนาการดี เหมือนเด็กทั่วๆไปแหละค่ะ คุณหมอบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากค่ะ”

หายเหนื่อยหรือยัง
“มันไม่มีการหายเหนื่อยหรอกค่ะ มันเรื่อยๆเลย แต่ว่าทนได้ค่ะ รู้สึกว่ามันมีความสุข เหนื่อยแต่มีความสุข”

ตอนนี้ก็ออกมาทำงานรับงานแล้วใช่ไหม
“ก็ออกมาทำงานค่ะ วางแพลนไว้ว่าอาทิตย์หนึ่ง เราต้องมีเวลาให้สามีกับลูก 2 วันต่ออาทิตย์ ก็ทำได้ค่ะ”

ทุกครั้งที่ต้องออกมาทำงานเป็นอย่างไรบ้าง
“โอ้โห เหมือนจะร้องไห้ทุกวัน ช่วงแรกที่ออกมา คือร้องไห้ทุกวันเลย มาร้องในรถ คิดถึงเขามากๆ แล้วรู้สึกว่าเราอยากเลี้ยงเขา อยากกอดเขาตลอดเวลา แล้วพอออกมาทำงาน มันก็เลยรู้สึกเศร้าๆหน่อย ไม่รู้ว่าด้วยฮอร์โมนหรือเปล่านะ ยิ่งเห็นลูกยิ่งจะร้องไห้เลย”

ภาวะหลังคลอดเราเป็นหนักไหม
“คิดว่ามีนะ ถ้าเราไม่ทำงาน เดือนสองเดือนแรก รู้สึกเครียด เศร้า อยู่ๆก็ท้อแล้วก็ร้องไห้ แต่เรารู้จุดของเรา ว่าทำยังไงให้เราหาย ก็คือออกไปข้างนอก ถ้าเกิดวันไหนว่าง ก็จะออกไปเดินห้าง แล้วมันจะหายจริงๆค่ะ ไม่ได้เป็นแค่เรานะ สามีก็เป็น เพราะตอนนี้เราเลี้ยงกันสองคน มันมีความเครียดอยู่แล้ว ก็ต้องให้กำลังใจกัน เวลากลับบ้านก็กอดกัน แล้วถามว่าเหนื่อยไหม เวลาว่างก็จะพาเขาไปเที่ยว เมื่อวานเพิ่งพาไปเที่ยว ดีใจทั้งพ่อทั้งลูกเลย(หัวเราะ) ตอนแรกให้อยู่แต่บ้าน เพราะลูกแพ้ ก็เลยออกนอกบ้านไม่ได้ เลยต้องเลี้ยงแค่ในบ้าน เรากลับไปก็เลี้ยงไม่ได้พากันออกไปไหนเลย แต่ว่าจะสลับนะคะ ถ้าเราอยู่บอกเลยว่าพ่อจะไปไหนก็ได้ ให้ไปเที่ยวห้าง ให้ไปคลายเครียด”

เลี้ยวกันเองไม่มีพี่เลี้ยงเลยเหรอ
“ไม่มีพี่เลี้ยงเลยค่ะ ตั้งใจอยากเลี้ยงเอง แล้วพอดีมีที่มา ว่าพ่อเขาเคยมีพี่เลี้ยง แล้วโดนพี่เลี้ยงตบ(หัวเราะ) เขาเลยบอกว่าจะไม่ให้ใครอุ้มลูกเขา”

หนูเล็ก ก่อนบ่าย
เลี้ยงเอง

เขาทำหน้าที่ได้ดีไหมคุณพ่อ
“คือเขาเก่งมากๆ ชมเขาเลย ไม่คิดว่าผู้ชายจะเลี้ยงลูกได้ ทำได้ทุกอย่าง แทนเราหมดเลย แล้วเรามาทำงานก็ไม่เครียดอะไรเลย เพราะเราทำได้ดีมากๆ”

วันแม่ปีนี้พิเศษกว่าเดิมไหม เราเป็นคุณแม่แล้ว
“ก่อนหน้านี้เราก็ได้กราบแม่เราไปแล้ว แล้วก็พาแม่กลับบ้าน ก็เหลือแต่เราและลูก รู้สึกว่าปีนี้มันเต็มที่ไปด้วยความสุข พร้อมไปด้วยทุกอย่าง ความสุขมันยิ่งเพิ่มขึ้นๆ มีความสุขมากๆเลยปีนี้”

รู้สึกรักแม่มากขึ้นไปอีกไหม
รักแม่ทุกวันอยู่แล้ว รู้อยู่แล้ว ว่าแม่เหนื่อยมากขนาดไหน ตั้งแต่เราจำความได้ แม่ก็เหนื่อยมาตลอด เพราะฉะนั้นเราจะรักแม่ และเข้าใจแม่มาตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ”

น้องวินก็เป็นอีกหนึ่งความสุขของคุณแม่เลยไหม
แม่ติดหลานมาก แล้วก็หลงมากเลย เขาบอกว่าอยากเอาไปเลี้ยงเอง เราก็บอกว่าเลี้ยงตัวเองก่อนนะแม่นะ(หัวเราะ) เพราะว่าจะ 80 แล้ว เขาหลงๆลืมๆ เขาไม่อยากกลับบ้าน แต่ในอีกมุมหนึ่ง ที่เราไม่ให้เขาอุ้ม เพราะเวลาอุ้มเขาจะปวดแขน เขาก็เลยบอกว่าถ้าอยู่แล้วไม่ได้ทำอะไร ก็ขอกลับบ้าน”

หนูเล็ก ก่อนบ่าย
แม่ติดหลาน

คุณแม่แฮปปี้กับการไปๆมาๆใช่ไหม
“ใช่ ก็จะไป 3 เดือนมาครั้ง เพราะว่ามาหาหมอด้วย”

การเลี้ยงลูกของเรา มีชาวเน็ตเข้ามาช่วยเลี้ยงเยอะไหมตอนนี้
“ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว ตอนแรกจะมีสอนว่าถุงมืออย่าให้ใส่ เดี๋ยวพัฒนาการจะไม่ดี เราก็เลยบอกไปว่า ถ้าไม่ใส่หน้าลูกก็จะแหกหมดเลยนะคะ เพราะเล็บมันข่วน”

เรามีวิธีการรับมือ กับการที่เขาเข้ามาช่วยเลี้ยงยังไหม
“ไม่ซีเรียสนะ เรารับฟังหมดเลย ฟังแล้วก็เอามาใช้ด้วย บางอย่างใช้ได้ไม่ได้ เราก็ปฎิบัติตามที่เราไหว แล้วก็ปรึกษาหมอทุกอาการ แค่น้องไอบ่อย ผื่นแดง ไปโรงพยาบาล ทุกอย่างพาไปโรงพยาบาลหมดเลย เพราะเราไม่ค่อยรู้เรื่อง คุณหมอเขารู้ทุกอย่าง เราปรึกษาเขาดีกว่า

กับคอมเมนต์ต่างๆ อ่านแล้วมีนอยด์บ้างไหม
มีค่ะ อย่างเช่นล่าสุด เราไปตลาด จริงๆเดินไปก็ถึง แต่เราขับรถไป เพราะมีลูก เราก็เอาลูกใส่คาร์ซีต ให้ลูกนั่งข้างหน้า เขาก็เข้ามาด่ากัน ว่าทำไมให้ลูกนั่งตรงนี้ ทำไมไม่ไว้ข้างหลัง คือมันไปแค่ตลาด แล้ววันนั้นรถก็ไม่มี เราดูรู้ว่ามันคงปลอดภัย ก็รับฟังเขา แต่ก็มีบางคนบอกว่าเวลาปัญหาอื่นปรึกษาจังเลย เรื่องความปลอดภัยทำไมไม่ปรึกษา เราก็เครียดมาก ลบคลิปหมดเลย แต่ก็ไม่เคยเข้าไปตอบกลับค่ะ เพราะถ้าตอบกลับจะกลายเป็นด่า ตอบกลับไม่เป็น (หัวเราะ)”

เคยโกรธคอมเมนต์จนทนไม่ไหวไหม
“กับลูกไม่เคยค่ะ เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราก็ไม่รู้เหมือนกัน เราก็เรียนรู้ไปกับพี่ๆที่มาปรึกษากัน มาคอยบอก คอยคอมเมนต์มา เราก็รับฟังแล้วก็เอามาใช้ แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่ปรี๊ด คือเรื่องที่เขาด่าสามี อันนั้นคือปรี๊ดมาก รู้สึกว่ารับไม่ได้ ไปว่าเขาทำไม ที่ปรี๊ดเพราะว่าสามีเราเขาไม่เคยด่าใคร ไม่เคยว่าใคร แล้วเขาไม่เคยมองใครในแง่ร้ายเลย แล้วพอคนไม่รู้แล้วมาว่าเขา มันทำให้เรารู้สึกว่าสงสารเขา เขาเครียดนะ มาว่าเป็นแมงดา มาเกาะเมีย มาเกาะเรากิน เขาก็เครียดมากเลย บอกว่าทำยังไงดี เราก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเครียด แล้วเราก็ออกมาชี้แจงว่าเขามีการมีงานทำ วันหนึ่งงานเป็น 10 อย่างที่เขาต้องทำ นอกจากงานบ้านแล้ว ก็ยังมีธุรกิจของตัวเองอีก เลี้ยงลูกอีก ผู้ชายที่ไหนจะทำได้แบบนี้

อีกประเด็นหนึ่งบอกว่าเราชอบข่มสามี
“ไอเรื่องข่มสามีเนี่ย คือเมื่อก่อนเป็นคนชอบพูดเสียงดัง แล้วมันก็เหมือนด่ากัน คนใต้เวลาพูดมันก็จะเสียงดังอยู่แล้ว มันก็จะเหมือนด่า แต่จริงๆแล้วเราพูดกัน แล้วเราก็ถามเขานะ ว่าคนคอมเมนต์เยอะมาก ว่าข่มผัว มันจริงๆไหม เขาก็บอกว่าถ้าหนูเล็กไม่ดี เขาคงไม่อยู่มาจนถึง 11 ปี จนมีลูกกันขนาดนี้หรอก”

ชมพู่ ก่อนบ่าย มีมาปรึกษาเราเรื่องท้องเรื่องลูกบ้างไหม
พี่ชมพู่เขาก็จะมีปรึกษาเรื่องแพ้ท้อง เขาไม่แพ้ท้องเลย แต่เราแพ้หนักมาก เขามีแค่เริ่มเวียนหัวนิดหน่อยเอง แล้วก็ปรึกษาว่าโตขึ้นจะให้เรียนที่ไหนดี อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่เราจะเป็นห่วงเขา เพราะเขาชอบเล่น จนลืมตัว ทำให้ลูกดิ้น แล้วตอนนั้นเราเพิ่งคลอดลูกมีแผลผ่าตัด ก็เข้าโรงพยาบาลเลย เขาลืมตัว เราก็จะคอยเตือนเขาตลอดค่ะ”

จะมีอีกสักคนไหม
ตอนแรกอยากได้ 3 คน ตอนนี้คนเดียวพอ เพราะตอนแพ้ท้องมันหนัก แต่ก็อาจจะเปลี่ยนใจนะ เพราะพ่อเขาอยากได้ลูกสาวอีกหนึ่งคน เพราะเวลาเราไปทำงาน น้องวินเขาก็เล่นคนเดียว เลยรู้สึกว่าน่าจะมีน้องให้เขา แต่ก็น่าจะอีกสัก 2-3 ปีค่ะ

ขอบคุณรูปภาพ : nulek_gaga

 

บทความก่อนหน้านี้ยู18 ช้างน้อย พ่าย ออสซี่ ส่อแววเก็บฉาก ศึกลูกหนัง ชิงแชมป์ อาเซียน
บทความถัดไปท่องเที่ยวและกีฬา-เอกชน ปลุกกระแส โมโตจีพี ตั้งเป้า ไทย รั้งเบอร์หนึ่งโลก