พชร์กัดกระชากไม่เลิก! แฉ “จียอน” ร้ายใส่-เรื่องมาก ไม่อยากหนังเล่นคู่กอล์ฟ เบญจพล

วันที่ 4 เม.ย. ที่สยามพารากอน พชร์ อานนท์ ผู้กำกับชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ในงานรอบสื่อหนัง “กัดกระชากเกรียน” ซึ่งเป็นต้นตอดราม่า ซอ จียอน ว่า หนังเรื่องนี้ถ่ายมาตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว แต่น้องจียอนมาเข้าฉากวันที่ 8 และ 24 ธ.ค. ซึ่งให้คิวแค่ 2 วัน วันแรกต้องมาเข้าฉากกับกอล์ฟ (เบญจพล) จากนั้นวันที่ 24 ธ.ค. เขามาบอกว่าต้องไปเวียดนามกับครอบครัว พอทราบเรื่องก็เปลี่ยนหมดทันทีเพราะไม่อย่างนั้นเราจะเสียหาย

“แต่มารู้ทีหลังว่าเขาไปงานที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ไม่ได้ไปเวียดนาม ซึ่งพอหนังเปลี่ยนบทไปแล้วมันก็เลยเสียหาย ใครไปดูหนังก็จะรู้สึกว่าทำไมมันเปลี่ยนไปแบบนั้น ส่วนของจียอนก็ตัดออกไปเยอะ เหลืออยู่ในหนัง 3-4 นาที ที่ตัดออกไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราไม่พอใจเขา แต่ต้องตัดเพราะไม่อย่างนั้นมันจะไม่ต่อเนื่อง คือช่วงแรกๆ เขาเล่นเยอะ แต่ช่วงหลังเขาเล่นน้อย”

วันนี้เป็นรอบสื่อของหนังทำไมไม่เห็น กอล์ฟ-เบญจพล มาด้วย

พี่กอล์ฟติดถ่ายรายการอยู่ แต่ว่าวันที่พี่กอล์ฟรู้เรื่องก็บอกว่าไม่เสียใจหรอก แล้วแต่ทางเขา (จียอน)

แต่ทางจียอนบอกว่าตอนแรกได้รับการติดต่อให้มาเล่นเป็นน้องสาว ‘ปู แบล็กเฮด’ แต่มาถึงหน้างานกลับเปลี่ยนให้มาเล่นเป็นเมีย “กอล์ฟ-เบญจพล” ซึ่งเขาไม่ได้เตรียมตัวมา

ใช่ๆ เขาเล่นเป็นน้องสาวพี่ปู วันนั้นพี่ปูไปอยู่ด้วย คือบ้านหลังนี้เป็นของพี่ปูกับพี่เจี๊ยบ (ปวีณา) ซึ่งจียอนเล่นเป็นน้องสาวและมีแฟนเป็นพี่กอล์ฟ ซึ่งเขาคุยกับลูกน้องของเราแล้ว ส่วนที่เขาบอกว่ามารู้ที่หน้างานว่าต้องเล่นเป็นเมียพี่กอล์ฟนั้น เอาเป็นว่าเพราะเขาเห็นว่าเป็นพี่กอล์ฟปุ๊บเขาไม่เล่นเลย ไม่ได้เกี่ยวกับว่าบทเป็นอะไร พอเห็นเขาบอกให้คนมาบอกว่าเลยว่าไม่เล่นและจะกลับบ้าน

ถ้าจะบอกว่าเป็นการสื่อสารอะไรกันผิดหรือเปล่า เอ่อ…จียอนก็พูดภาษาไทยได้นะ เพราะเขามาอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 11 ปี ส่วนเราก็พูดภาษาไทยมันจะสื่อสารผิดได้ยังไง เขารู้หมดว่าต้องมาเล่นเป็นอะไร ไม่งั้นเขาจะมาเล่นได้ยังไงในเมื่อมาถึงกองแล้ว ถ้าจะบอกว่าไม่รู้ว่าต้องมาเล่นกับพี่กอล์ฟ เราก็ต้องถามว่าพี่กอล์ฟน่ารังเกียจตรงไหนถึงไม่อยากเล่นกับเขา

ตามบทก็ไม่ได้ว่าจะมีนัวเนียอะไรด้วย ผู้จัดการเขายังเดินมาบอกกับเราเลยว่าห้ามโดนตัว ห้ามจับมือ ห้ามนั่นนี่ เราก็ยังคิดเลยว่าทำไมเรื่องมากจัง แล้วตอนที่มาถึงกองผู้จัดการเขายังพูดด้วยว่า ขอดูกองถ่ายหน่อยว่าทำงานกันยังไง กูทำหนังมา 20 กว่าปี 30 กว่าเรื่องแล้วจะมาดูกองถ่ายอะไร ที่พูดนี่ไม่ได้โกรธนะแต่โมโห(ยิ้ม)

บอย-ถกลเกียรติ บอกว่าจียอนเป็นเด็กน่ารักไม่ได้เรื่องมาก

พี่บอยไม่เคยเจอตอนที่เขาร้ายใส่ แต่เราเจอไง เจอร้ายใส่ เจอเรื่องมากใส่ แล้วพอดีเขาเรื่องมากผิดคน มาเรื่องมากใส่เราเลยเป็นเรื่อง

ทางผู้จัดการของจียอนติดต่อมาพูดคุยบ้างไหม

ไม่คุยเลย ผู้จัดการคนนี้แหละทำให้จียอนเป็นแบบนี้ เป็นคนมาบอกโน่น นี่ นั่นทั้งหมด แต่พอมีปัญหาไม่เห็นมาช่วยจียอนเลย

หนังเรื่องหน้ายังสนใจให้จียอนมาเล่นด้วยอีกไหม

จริงๆเรื่อง ‘ตุ๊ดตู่กู้ชาติ’ เราก็ติดต่อเขาอยู่นะ จะเอาไปเล่นเป็นเจ้าหญิงในเมืองยโสทราวดี แต่พอดีเขาพูดไทยไม่ชัดเพราะมันเป็นหนังพีเรียดก็เลยไม่ได้เล่น

หนัง “กัดกระชากเกรียน” มีคนมองว่าเหมือนไปก๊อปหนังเกาหลี “Train to Busan”

คนที่พูดอย่างนี้เราอยากจะรู้ว่าเขาเอาอะไรคิด ต้นกำเนิดซ้ำบี้มันไม่ได้อยู่ที่เกาหลีแค่ว่า ‘Train to Busan’ มันเข้าฉายเมื่อปีที่แล้ว ทำไมถึงไม่มีใครไปบอกว่า ‘Train to Busan’ ก๊อปเรื่อง ‘ซอมบี้แลนด์’ บ้างล่ะ ยืนยันว่าเราไม่ได้ก๊อป แค่อยากทำเท่านั้นเอง ที่ผ่านมาบ้านเรามีหนังซอมบี้ไม่กี่เรื่อง เรื่องนี้ทางเฮียจุ้ย ค่ายพระนครฟิล์มให้ทำเมื่อสามปีที่แล้วเป็นผีซอมบี้ในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่พอดีมันใช้เงินเยอะเพราะต้องสร้างซูเปอร์มาร์เก็ตและใช้ซอมบี้เยอะมาก เราก็เลยขอตัวดีกว่า ตอนนี้มาทำให้กับทางเมเจอร์ฯ เรามีพล็อตที่แบบว่าซอมบี้ไม่ต้องเยอะขนาดนั้นก็ได้”

แล้วกับเรื่องที่โพสต์แขวะถึงงานเอ็มไทย

เขาโทร.มาบอกว่าหนังของเราเรื่อง ‘หลวงพี่แจ๊ส 4G’ ได้รับรางวัลหนังที่คนในโซเชียลพูดถึงมากที่สุด อยากจะเชิญให้มารับรางวัล เราก็บอกว่าโอเคถ้าไม่ติดงานเดี๋ยวจะไปให้ หลังจากนั้นเขาก็โทร.มาถามอีกว่าจะมากันกี่คน เราก็บอกว่ายังไม่แน่ใจ แล้วเขาก็โทร.มาอีกครั้งล่วงหน้าประมาณหนึ่งอาทิตย์ถามว่าพาดาราใครมาร่วมงานบ้าง เราก็บอกว่าน่าจะเป็นน้องนิค น้องโยชิ และเราไป ปรากฏว่าก่อนมีงานสองวันเขาโทร.มาบอกว่า “ขอโทษนะคะ หนังพี่พชร์ไม่ได้รับรางวัลแล้ว” เราก็งงว่าเอ๊ะ! รางวัลนี้มันมาจากการที่คนพูดถึงในโซเชียลไม่ใช่เหรอ

เป็นเพราะเอาดาราไปร่วมงานหรือเปล่า

เราคิดว่าเขาคงให้น้องใหม่(ดาวิกา)แหละ เพราะถ้าน้องใหม่ไปงานเขาคงดูดีกว่าเราไป เลยให้หนังเรื่อง ’20 ใหม่ฯ’ ได้แทนหนังเรา ส่วนตัวไม่ได้น้อยใจคือเราคงไม่ได้ทำให้งานเขาดีขึ้น ไม่ไปก็ไม่เป็นไร แล้วก็ไม่ได้ถามด้วยว่าทำไมเราถึงไม่ได้รางวัลแล้ว ไม่ได้ก็ไม่ได้ เขาไม่ให้เราแล้วจะไปนั่งถามอีกทำไมล่ะ ถามว่าทำงานได้มีการมาขอโทษเรามั้ย เขาจะมาขอโทษทำไมในเมื่อเขาไม่ผิด เขาเป็นเจ้าของรางวัลอยากจะให้ใครก็เรื่องของเขา ไม่เป็นไรหรอกเรารู้ตัวเองว่าเราไม่สำคัญเท่าน้องใหม่

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม : ซ้อมพลทหาร
บทความถัดไปคอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม : เยาวชนลาหู่ “ชัยภูมิ” ยังไม่ทันหาย พลทหารตายปริศนา คนหนักใจไม่พ้น พลเอกเฉลิมชัย