อ้อย จิระวดี อดีตนางเอกสายห้าว เผยเป็นทอมแต่เด็ก-แต่งงานเพราะอยากมีลูก!

อ้อย จิระวดี อดีตนางเอกสายห้าว เผยเป็นทอมแต่เด็ก ยอมแต่งงานเพราะอยากมีลูก!

ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงเจ้าบทบาทสำหรับ อ้อย จิระวดี อิศราง ณ อยุธยา ซึ่งมักจะคุ้นเคยกกันดีกับบทสาวห้าว ล่าสุดออกมาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ถึงอดีตเส้นทางความรักที่เจ้าตัวเผยว่าเป็นทอมตั้งแต่เด็ก แต่ที่ตัดสินใจแต่งงานเพราะอยากมีลูกมาก ทั้งๆ ที่ยังชอบผู้หญิงอยู่ พร้อมควง คุณแม่มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา ในวัย 98 ปี เผยเคล็ดลับดูแลคุณแม่อย่างไรให้แข็งแรง

คลิกติดตาม ข่าวบันเทิงฮอตๆ ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เข้าวงการมาตอนอายุเท่าไหร่?

“ถ่ายโฆษณาตอนอายุ 6 เดือน แล้วก็มาเล่นหนังของน้าดอกดินตอนประมาณ 7-8 ขวบได้”

ปัจจุบันพี่อ้อยทำอะไรอยู่บ้าง?

“เป็นผู้จัด เล่นละคร ครูสอนการแสดง ผู้กำกับ”

เรียกว่าในครอบครัวเป็นสายการแสดงกันทั้งหมดเลย?
“สายการแสดงแม้กระทั่งแต่เด็กคนงานในบ้าน พี่ก็เอาไปเล่นหนัง เล่นละครด้วยหมด ตั้งแต่สมัยพี่ทำละคร ตอนเล่นสุริโยทัย เด็กตามพี่ไปด้วย ท่านมุ้ยก็เอาเข้าฉากด้วย แม้แต่สุนัขในบ้านก็เอาเข้าฉากด้วย”

จุดไหนที่ทำให้เป็นพี่อ้อยแบบทุกวันนี้?

“ละครเรื่องความรัก เรื่องขังแปด ถ้าเป็นภาพยนตร์ก็สุริโยทัย”

เล่นเป็นทอมช่วงหลังแล้ว?

“ช่วงหลังๆ แล้ว ส่วนมากของท่านมุ้ยจะรับบทนักฆ่า บทแรงๆ”

มีความห้าวในตัว ลุกส์นางเอกในสมัยที่พี่อ้อยเล่นเป็นยังไง?
“สมัยที่พี่เป็นนางเอก พี่แต่งงานมีครอบครัว มีสามี เป็นกุลสตรีไทย เป็นผู้หญิงเลย ทาเล็บ พอพี่แต่งงานก็ต้องใช้ชีวิตแบบผู้หญิง”

แล้วในใจลึกๆ เราล่ะ?

“บอกกันตรงๆ เลย พี่เป็นทอมตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยความที่พี่อยากมีครอบครัว อยากมีลูก สามีขอแต่งตอนวัยอลวน คนเข้ามาจีบเยอะ สามีมาขอก็แต่งเลย อายุ 20 ปี”

ตอนนั้นเข้ามาเป็นนางเอก เป็นนางเอกลุกส์ห้าวๆ แต่รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าเป็นทอม คนรอบข้างที่ร่วมงานกับเรารู้ไหม?

“รู้หมด สามีก็รู้”

แล้วพี่มีแฟนเป็นผู้หญิงก่อนไหม?

“ก็มีค่ะ”

แล้วตอนที่เขาขอแต่งงานเป็นตอนที่เราพักว่างจากแฟนสาว?
“มีอยู่ค่ะ พี่ก็บอกแฟนผู้หญิงพี่ว่า พี่อยากมีครอบครัว อยากแต่งงาน เขาก็บอกโอเค เพราะช่วงชีวิตเรามันต้องมีช่วงที่แต่งงาน อยากใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ”

ทำไมจุดนั้นถึงคิดอยากมีลูก?

“เพราะพี่เป็นคนรักเด็กมาก อยากมีลูกมาก สิ่งที่อยากมีมากที่สุดคือลูก ตอนนี้ที่อยากมีมากที่สุดคือหลาน”

ขอถามความรู้สึกหน่อย ถ้าคนเป็นทอมคบกับผู้หญิง ไปเลี้ยงลูกบุญธรรมเป็นลูกของเรา แต่พี่อ้อยคิดว่าอยากมีเป็นของตัวเองเลย?
“อยากมีเป็นของตัวเองเลย ซึ่งเราก็ต้องรู้ว่าเราผ่านชีวิตมาอะไรที่เรามีความสุขที่สุด เพราะเราก็ไม่เคยมีสามี เราก็ลองมีสามี มีครอบครัวดูว่าโอเคมั้ย แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ใช่ ก็ต้องขอไปเป็นตัวของตัวเองดู”

พี่ชอบอะไรในตัวเขา?

“เขาเป็นคนน่ารัก นิสัยดี และเป็นคนนอกวงการ”

ไปเจอกันได้ยังไง?

“เพื่อนของเพื่อนแนะนำให้รู้จัก มีหลายคนนั่นแหละ แต่เค้าขอแต่งก่อน คนไหนขอแต่งก่อนแต่งเลย กลัวไม่ได้แต่ง”

แฟนผู้หญิงมางานแต่งไหม?

“มาค่ะ เขาแต่งตัวให้ด้วย”

แล้วสามีพี่เขารู้จักกับแฟนพี่ไหม?
“รู้จักค่ะ”

ความรู้สึกอึดอัดหรือกดดันไหม กับความรู้สึกที่จะเปลี่ยนคู่ชีวิตเป็นอีกหนึ่งเพศ?
“พี่ก็ไม่อึดอัดนะ”

แสดงว่าต้องมีใจรักเขา?
“ตอนแรกเอาตรงๆ ก็ชอบธรรมดา ไม่ถึงขั้นรักหรอก แต่อยากมีครอบครัว อยากมีลูกมาก เพราะว่าชีวิตพี่ที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กไม่เคยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ พ่อแม่ทำพากย์หนัง ถ่ายละครตลอด พี่อยู่บ้านเสรีรัตน์ครอบครัวนี้เขาอบอุ่นมาก ทุกคนในครอบครัวไม่มีภรรยาน้อย รักเดียวใจเดียว แล้วเวลาอยู่ในครอบครัวมันมีความสุขมาก เห็นภาพแบบนั้นแล้วอยากมีบ้าง”

เราอยากมีครอบครัวแต่เราไม่ได้รักเขาหมดใจ ไม่เหมือนคู่รักที่ความรักสุกงอมแล้วเข้าสู่ประตูวิวาห์ มันจะทำให้ความสัมพันธ์เรากับสามีพัฒนาไปในลักษณะไหน?
“จริงๆ พอแต่งงานแล้ว พี่พลิกตัวเองเลยนะ จากห้าวๆ พี่เป็นผู้หญิงเลยเป็นกุลสตรีไทยดูแลอย่างดี แต่พี่เป็นคนไม่ดีพอเขาเลยมีผู้หญิงอื่น พอเขามีผู้หญิงอื่นพี่ก็เลยมีความรู้สึกว่าเลิกดีกว่า กลับมาเป็นตัวของตัวเอง”

ภายในระยะเวลากี่ปี?
“ก็ท้องลูกคนที่สอง เขามีคนอื่นพี่ก็เลิกเลย แต่ยังไม่ถึงขั้นหย่า พอคลอดลูกแล้วถึงขอหย่าเขา”

ไม่ให้โอกาสเลยหรอ?
“ไม่ค่ะ พอแล้ว พี่ก็เป็นกุลสตรีดีที่สุดแล้ว แต่มันไม่ดีพอสำหรับเขา ถ้าพี่เป็นคนดีพอเขาคงไม่ไปมีผู้หญิงคนอื่น”

ชีวิตก็ดำเนินมาตามที่พี่ตั้งใจไว้เลย ไม่ว่าจะแต่งงานและมีลูก วันที่พี่ต้องเดินออกจากชีวิตคู่รู้สึกยังไง?
“เอาจริงหรือเอาดราม่า ถ้าเอาจริงคือไม่รู้สึกอะไรเลย ถามว่าไม่มีมุมเสียใจในความรักครั้งนี้เหรอ คือเฉยๆ ค่ะ”

ไม่สงสารลูกหรอว่าลูกเราจะไม่มีครอบครัว?
“พี่มีความรู้สึกว่าพี่เลี้ยงลูกได้ พี่จะสอนลูกพี่ว่าคนเราถ้าเรารักใครซักคนถ้าเขามีความสุขยังไงเราต้องให้เขาตรงนั้น แล้วการที่อยู่ด้วยกันแล้วทะเลาะกันต่อหน้าลูก มันทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข ถึงเลิกกันแต่เราก็เป็นเพื่อนกัน ไปมาหาสู่กัน”

ตอนแรกๆ ที่ตัดสินใจแยกทางกัน ช่วงแรกมีการง้อขอคืนดีกันบ้างไหม?
“พี่ขอหย่าเขา เขาไม่หย่า ก็ต้องให้คุณแม่ไปคุย พอเจอแม่ปั๊บ เขาก็ครับ ยอมหย่า”

แล้วทำไมแม่ถึงเข้าข้างเรา?
“แม่อ้อยก็เหมือนอ้อย ทำยังไงก็ได้ให้ลูกมีความสุข”

ตอนนั้นบอกกับลูกๆ ไหม?

“ตอนนั้นลูกยังเล็กอยู่ พี่ก็เอาลูกมาเลี้ยง ลูกอยู่กับฝั่งพี่ พอลูกเข้าโรงเรียนคุณย่า แม่ของสามีเขาก็ขอลูกไปเลี้ยงเพราะตอนนั้นพี่ทำงานดีเจเปิดแผ่นอยู่กลางคืน กลางวันทำงาน เขาก็ขอเอาไปเลี้ยง เพราะเราไม่มีเวลา เราก็มองว่าไปอยู่บ้านเขา ก็คงจะอบอุ่นมากกว่า เพราะว่าบ้านเขา โกสิยพงษ์ เป็นบ้านที่อบอุ่นมาก พอลูกไปอยู่ลูกก็มีความสุข เพราะทุกคนดูแลดี พอเสาร์ อาทิตย์ก็มาหาเรา ทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่”

พี่อ้อยเป็นผู้หญิงที่แมนมากเลย อยากฟังคำพูดที่พี่ขอสามีหย่า?
“ที่จำได้ก็ ขอหย่าได้มั้ย มีแฟนใหม่แล้วก็หย่าดีกว่ามั้ย อยู่ด้วยกันทำไม ไปอยู่กับคนนั้นดีกว่ามั้ย ในเมื่อไม่มีความสุขก็แยกย้ายดีกว่า”

กลับมาเป็นตัวขอตัวเองได้ไม่เท่าไหร่ ฝ่ายสามีเก่าก็มีคนใหม่?
“ก็เป็นเพื่อนกัน”

ไปดูแลเขาด้วย?
“เขาก็มีลูกสองคน เหมือนกันกับลูกเราเหมือนกัน”

ภรรยาเขามีมาปรึกษาพี่ไหม?
“มีเหมือนกัน ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันถึงทุกวันนี้อยู่ ลูกเขาลูกเรา ก็ยังจอยกันอยู่ ลูกเขาก็เหมือนลูกเรา ลูกเราก็เหมือนลูกเขา ลูกเราก็เรียกเขาว่าแม่ยุ้ย”

ได้ยินมาว่าอดีตสามีพี่เสียชีวิตไปแล้ว?
“เสียตอนพี่ไปอยู่เมืองนอก”

พี่ก็ไม่ได้ใช้เวลาในช่วงวินาทีสุดท้ายของชีวิตกับเขา?
“ไม่ค่ะ ช่วงหนึ่งที่พี่อยู่เมืองไทยอยู่ เขาเลิกกับภรรยาเขา แต่ไม่ใช่พี่ยุ้ยนะ เขาก็มาอยู่บ้านพี่ ลูกมาขอบอกว่าแม่ให้พ่อมาอยู่ได้มั้ย เราก็บอกว่าได้ก็ให้มาอยู่ห้องลูก”

กลับมาอยู่กี่ปี?
“2-3 ปี เขามาอยู่กับพี่ ตอนนั้นพี่ก็มีแฟน แต่พี่ไม่ค่อยได้คุยอะไรกับเขาเท่าไหร่หรอก แฟนพี่ยังบอกเลยว่าพี่ใจร้ายทำไมไม่คุยกับเขา เวลานั่งดื่มก็ชวนเขามาด้วยซิ เพราะเขากลัวพี่ พอพี่เข้าบ้านเขาก็เข้าห้องลูกทันที พอเรียกออกมาดื่มตั้งแต่นั้นก็เฮฮาปาร์ตี้กันไป”

ฝากแง่คิดให้บางครอบครัวที่ไม่กล้าคุย ทำยังไงที่เวลาเปิดใจคุยกับลูกๆ แล้วทำให้เขาไม่ขาดความอบอุ่น?

“มีอะไรคุยกัน เราต้องกล้าเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ ยอมรับความคิดของลูก ลูกเขาคิดยังไง เราก็ต้องเอามาปรับความคิดเรา บางครั้งเราอาจจะผิด เพราะเด็กสมัยนี้เขาสมัยใหม่ เขาเก่งกว่าเรา เราต้องยอมรับ เอาง่ายๆ ถ้าเรารักใครเราต้องรู้ว่าคนที่เรารักเขาเป็นยังไง เราต้องพร้อมที่จะแก้ไขให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง คนเป็นพ่อแม่ต้องเสียสละ ตอนนี้ไม่มีแฟนก็ลูกด้วยแหละ”

ถ้าลูกดูอยู่อยากบอกอะไรลูก?
“ก็ต้องเปิดใจ แม่แก่แล้วก็ต้องมีคนดูแลบ้าง คือเขาไม่ได้หวงแม่หรอก แต่เขาบอกว่ามีแฟนอายุน้อยกว่าเขามันน่าเกลียดมั้ยแม่”

จะครองโสดแบบนี้ไปอีกนานมั้ย แล้วถ้ามีคนเข้ามายังจำกัดเพศไหม?
“ถ้าสมมุติว่าถ้าคุยกันรู้เรื่อง แต่ขอเป็นผู้หญิงดีกว่ามั้ย”

ดูเหมือนชอบคนเด็กกว่า คนที่เข้ามาต้องวุฒิภาวะประมาณไหน?
“เมื่อก่อนก็คิดไว้ว่า 25 แต่พอตอนนี้ 60 กว่าแล้ว ขอซัก 30-40”

มีสเป๊กลึกไปกว่านั้นไหม?
“ต้องขาวๆ ธรรมะ ธัมโม หน้าตาดี หุ่นดี”

ต้องเจ้าระเบียบด้วย เพราะพีอ้อยบอกว่าติดความเจ้าระเบียบมาจากคุณแม่(มารศรี อิศรางกูร ณ อยุณยา)?
“คุณแม่เจ้าระเบียบมาก ทำอะไรก็ต้องเก็บเอง บอกว่าไม่ต้องทำ เพราะกลัวล้ม”

ทุกวันนี้คุณแม่มารศรี อายุ 98 ปี ยังลุกขึ้นมาเก็บที่นอนเอง?
“ใช่ เก็บที่นอนเองอะไรเองหมด”

คุณแม่ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว?
คุณแม่ : 90 เท่าไหร่ไม่รู้
อ้อย : 98 แล้ว

คุณแม่มารศรีเจ้าระเบียบจริงไหมคะ?
คุณแม่ : ฉันไม่ใช่เจ้า ฉันเป็นคนธรรมดา

คุณแม่เป็นคนดุไหม?
คุณแม่ : ไม่ดุ ใจดี

บ้านพี่มีกิจกรรมอะไรทำไมแม่พี่ถึงได้ทำการแสดงแล้วก็เล่นได้อย่างคล่องแคล่วมาก?
อ้อย : ทุกวันนี้ เมื่อไหร่เขาจะมาจ้างชั้นเล่นละครซักที ฉันอยากเล่นละคร แล้วจำบทได้มั้ยเนี่ย
คุณแม่ : ฉันน่ะหรอ สมัยก่อนชั้นจำได้ว่าชั้นเป็น มารศรี อิศรางกูร นะ

คุณแม่มารศรีรักการแสดงมาก ทุกวันนี้ยังคิดถึงกองถ่ายใช่ไหม?
คุณแม่ : ใช่

อ้อย : เวลาถ่ายละครเค้าก็ไปด้วย

เห็นว่าแอบนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตลอดเอง?

“ตอนอยู่บ้านพี่เต่า เขาก็บอกว่าแม่หายๆ สรุปนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตลาดเอง ส่วนประสบการณ์ตัวพี่เองไปตลาด ล็อกรถเสร็จ แม่อย่าไปไหนนะจ๊ะ อยู่ตรงนี้หนูวิ่งไปเดี๋ยวเดียว ห้ามไปไหนเด็ดขาด พี่ก็วิ่งไปซื้อน้ำมันมะพร้าวเสร็จกลับมาที่รถ คุณมารศรีหาย พี่วิ่งทั่วตลาดเลย ปรากฏว่าเดินไปหน้าห้องน้ำ เขาเดินยิ้มอกมาเดินดูโน่นดูนี่ ไม่ได้สนใจใครเลยว่าชั้นจะเป็นลมแค่ไหน”

อายุเท่าไหร่ตอนนั้น?
“เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว”

คุณแม่อยู่บ้านดื้อไหม?
อ้อย : ดื้อค่ะ เนื่องด้วยแข็งแรง ไม่ชอบให้ใครอาบน้ำให้ ซึ่งพี่บอกว่าไม่ได้ มีเด็กดูแลเขาสองคนผลัดกัน ถ้าพี่อยู่บ้านจะอาบน้ำให้เขา เชาบอกว่าไม่ชอบให้ใครมาอาบน้ำให้
คุณแม่ : ก็นี่ชอบแก้ผ้าฉันไปอาบน้ำ อาบน้ำทีไรต้องดุทุกที ฉันจะอาบเองก็ตามมาจะอาบให้

เห็นว่าคุณแม่สนิทกับหลานลูกชายของพี่อ้อย?
คุณแม่ : “เขามาทีไรก็ซื้อขนมให้ยายบนเตียง แล้วก็มาจูบฉันแล้วก็ไป ชอบหมดแหละที่เป็นขนม”

แล้วน้ำตาลในเลือดแม่มีปัญหาไหม?
“ไม่มีเลย เช็กทุกอย่าง ทุกเดือน เพราะคุณแม่เขาติดออกกำลังกาย ติดเป็นนิสัยแล้ว บางทีตีสามลุกขึ้นมาออกกำลังกาย”

คิดว่าความรักเป็นเกราะป้องกันอะไรได้บ้างในชีวิต?
“คนเราถ้ามีความรักไม่ว่าจะครอบครัวหรืออะไรก็ตาม ถ้าเรามีความรักเราจะมีความสุข”

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.35-14.35น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ อ้อย จิระวดี

บทความก่อนหน้านี้ทีมนักวิจัยแก้ปัญหาความยากจน ซิวรางวัลโนเบลเศรษฐศาสตร์ 2019
บทความถัดไปตำรวจวัยเกษียณ ขับเก๋งพาเมียไปผ่าตัด แวะซื้อผลไม้ฝากพ่อ ข้ามถนนถูกรถชนดับ