ร่วมกันมองอนาคต แดน-แพทตี้ รับต้องปรับจูนความคิดก่อนตัดสินใจแต่ง
วันที่ 25 ต.ค.ที่ ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน นักแสดงสาว แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา และนักร้องหนุ่ม แดน-วรเวช ดานุวงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน “Siam Paragon presents Rilakkuma World Happiness Town” ถึงเรื่องการวางแผนชีวิตคู่ว่าพร้อมที่จะแต่งงานหรือยัง?!
คลิกติดตาม ข่าวบันเทิงฮอตๆ ได้ที่นี่![]()

ออกงานคู่บ่อยขึ้น
รับงานคู่ ช่วงหลังๆคือบ่อยมากขึ้น?
แดน :”ใช่ครับ เป็นเรื่องของความเหมาะสม จริงๆแล้วตั้งแต่แรกๆแล้วครับที่แบบเราจะรับเรื่องอะไร เราก็ดูว่ามันเหมาะสมกับเราหรือเปล่า ด้วยนิสัยของเราสองคนแล้วเนี่ย อะไรที่เราไม่ได้อินมากๆ เราก็จะไม่ค่อยสะดวกสบายในการไป ในการพูดเท่าไหร่ ก็สังเกตว่าถ้าเราไปโผล่ที่งานไหน เราก็มักที่จะสามารถพรีเซ็นต์งานได้ออกมาเนียนๆเต็มที่ ว่าเราก็อยากจะอินในงานนั้นๆด้วย ทุกอย่างทั้งแบบ ละคร หนัง โฆษณา แม้กระทั่งอีเวนต์ครับ”
รับงานคู่เรตจะเพิ่มขึ้นด้วย?
แดน :”ไม่มีเลยครับ ทั่วไปเลย นี่คือหลักการรับงานของเราครับ ผมไม่ทราบว่าคู่อื่นเป็นอย่างไรนะ แต่คู่เราไม่เกี่ยว หลักๆก็จะแบบ เราไปเดินอยู่ในงานนั้นแล้วรู้สึกเขินหรือเปล่า”
แพทตี้ : “ติดต่อได้ค่ะ(ยิ้ม)”
เป็นการตัดสินใจร่วมกันไหม?
แพทตี้ :”ร่วมกันค่ะ”
แดน :”ก็มีบางงานที่แพทตี้บอกว่า หนูได้นะคะ แต่อย่างเรา เราแบบพี่ไม่ถนัดเลยก็จะไม่ได้ไปงานนั้นครับ
แพตตี้ : “หนูมองว่าเวลาเราไปทำงาน เราเองก็ต้องแบบแฮปปี้ที่จะทำด้วย ถ้าเกิดเรามาเราแฮปปี้ แต่เขาฝืนก็อย่าทำดีกว่า เอาที่แบบสบายใจที่จะมาทำ”
แดน : “ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลแล้ว เราใช้หลักการนี้ในการตัดสิน มันก็ทุกฝ่าย ผู้ว่าจ้างเราด้วยเหมือนกัน เพราะถ้าเกิดเรามาแล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ! มัรไม่ใช่หรือยิ้มไม่เต็มที่ เล่นไม่ได้ เราก็รู้สึกไม่ดีต่อผู้ว่าจ้างเรา”
ตอนนี้ก็รับละครคู่กัน เรื่องสะใภ้TKO?
“ใช่ค่ะ ออนแอร์ไปแล้ว ออนเมื่อวานตอนแรก”

ละครคู่กัน
ไม่ได้ถ่ายละครคู่กันนานเหมือนกัน?
แพทตี้ : “เขาบอกว่าประมาณ 7 ปีค่ะสำหรับละคร น่าจะเรื่องแรกที่เจอพี่แดน”
แดน : “คือเขานับจากหนังด้วย พวก ส.ค.ส.สวีทตี้ , วาเลนไทน์ สวีสตีครับ”
ทำไมถึงกลับมารับละครคู่กัน?
แพทตี้ :”อย่างแรกที่ดูคือดูเรื่องบทด้วยค่ะ เป็นเหมือนโรแมนติกคอมเมดี้ที่แบบเราเองไม่ได้เล่นนานแล้วเหมือนกันแล้วเราเอง ด้วยบทก็น่าท้าทาย สนุก การมาเจอเขาก็คือเราจะได้กลับมาทำงานโดยที่เป็นมู้ดยิ้มๆให้กัน เจอกันหัวเราะกัน เจอกันยิ้มกัน ก็น่าจะเป็นอะไรที่ดีก็เลยรับ”
แดน : “เรื่องความรู้ใจหรอ ก็ดีขึ้นครับ ทำงานง่ายขึ้น ปรึกษากันได้ ปกติเราทำงานเราก็จะใช้เวลาสักนะยะหนึ่งในการจูนหรือการปรับเคมีให้เข้ากันกับนักแสดงร่วมหรือนางเอก พอเรามาเจอเขาเนี่ยไม่ต้อง พอเราไม่ต้องเสียเวลาหรือมีความเกรงใจในเรื่องของคาแรกเตอร์ก็คือจูนกันเนี่ย มันเหมือนมันดีไซน์การแสดงได้มากขึ้น เราเล่นได้เต็มที่มากขึ้นไม่ต้องห่วงอะไรเลย”
นอกจอจะอินกว่าในจอหรือเปล่า อย่างในยูทูบ?
แดน :”นอกจอมันก็ต้องอินกว่า(ยิ้ม) ป่วยก็ต้องดูแล มันก็มีป่วยจริง ป่วยเล่นบ้าง”
ปกติพี่แดนสำออยไหม?
แพทตี้ :”จริงๆไม่ค่ะ ปกติเขาแบบ อึดมาก แล้วเขาก็เป็นคนทำงานตลอดเวลา ตอนไหนไม่ไหวจริงๆเขาถึงจะบอก นิดๆหน่อยๆเขาไม่บอกอยู่แล้ว”
ในยูทูบพี่แดนขี้อ้อนมาก?
แดน :”อย่างคลิปล่าสุดที่ตัดมา คือช่วงหลังมาเราปวดหัวบ่อย หมายถึงว่าเป็นไมเกรน ความร้อนเราขึ้นง่าย แล้วเขาเป็นผู้หญิงเนื้อเย็นอ่ะ แม่เนื้อเย็น (หัวเราะ) จริงเขาเป็นผู้หญิงมือเย็น เราก็รู้สึกว่าเอ๊ะ เราร้อนรุ่มอ่ะ เราก็ต้องการความเย็นจากเขา จริงๆเราทำแบบนี้กันบ่อยเวลาขับรถ เวลาผมขับรถเนี่ย ความร้อยมันจะขึ้นครับ แล้วมือเขาเป็นสิ่งที่หาง่ายที่สุดที่จะทำให้เราเย็น ช่วงตา ไมเกรนขึ้นตา มือเขาก็ช่วยได้ครับ คลิปล่าสุดก็จะเห็น”

ไปไหนก็แจกรอยยิ้ม
คนอิจฉาหนักมาก?
แพทตี้ :”หนูก็ดีค่ะ แฮปปี้มาก ให้ไอเย็นกับพี่แดนได้ก็โอเค”
แดน : “ไอเย็น ไม่ใช่ไออุ่น”
พอคนเห็นภาพหวานๆก็มีคำถามว่าแต่งสักทีเถอะนะ?
แดน :“เนี่ยครับก็มีการดูๆอยู่แหละว่าเราจะวางแผนอย่างไรให้มันมั่นคงที่สุดครับ ถ้าถามเรื่องการจูนนิสัยใจคอ ใช้ชีวิตพูดคุยกัน มันมีความเข้าใจกันสูงมาก แต่ความยากกว่านั้นมัน สมมติถ้าแต่งงานกันมาจริงๆ การย้ายที่อยู่ คนนี้ไปอยู่บ้านคนนั้น คนนั้นไปอยู่บ้านคนนี้ คนนี้เปลี่ยนโซน คนนี้ออกจากบ้านไม่เจอคุณแม่ อันนี้ใช้เวลามากเหมือนกัน ในการเคลียร์นู้นนี่กันได้ ซึ่งอันนี้มีการพูดคุยกันมาสองสามปีแล้วครับในเรื่องนี้ ก็ค่อยๆไป”
เป็นคนขี้หวงพื้นที่ส่วนตัวไหม?
แดน :” ใช่ครับ คือเราสองคนที่มันใช้เวลานานมากๆเนี่ย เพราะเราสองคนการใช้ชีวิตอยู่ประจำวันมันแตกต่างคนละขั้วเลยจริงๆ คือเราเป็นคนเก็บตัวมาก เพราะว่าเราอยู่บ้านอย่างเดียว แบบกินข้าวร้านเดิมๆ เดินห้างรูเดิมๆตลอดเวลา ส่วนเขาเป็นคนที่ อาทิตย์หนึ่งกินข้าวนอกบ้านหกวัน แล้วก็ชอบไปที่ใหม่ๆไม่ชอบไปที่ซ้ำๆ ซึ่งสิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่เราใช้เวลาในการปรับตัวประมาณหนึ่ง”
แพทตี้จูนยังไงบ้าง?
แพทตี้ :”โชคดีจริงๆ คือหนูก็วิถีเป็นแบบนี้ค่ะ เราก็ไม่ซีเรียสก็อาจจะคนละครึ่งทาง เราก็อาจจะโน้มน้าวหน่อยว่า ร้านนี้มันน่ากินมากพี่แดน แบบว่าบิ้วหน่อย แต่นั้นเอง”
แดน :”ปริมาณเยอะนิดนึง”
แพทตี้ : “เดี๋ยวหนูเลี้ยงอย่างนี้(ยิ้ม)
แดน :”สุดท้ายเราก็เลี้ยงนั่นแหละ โถ่(หัวเราะ)”

เริ่มมองอนาคตกันแล้ว
แพทตี้มองบ้างไหมเรื่องอนาคต?
แพทตี้ :”ก็มองเหมือนกันค่ะ ส่วนตัวแพทเองเป็นคนติดบ้านเหมือนกัน ติดคุณพ่อ ติดคุณแม่ ติดครอบครัว ติดในที่เดิมๆของเรา เพราะเรารู้หมดว่าเราอยากกินร้านไหน ร้านไหนอร่อยอยู่แถวบ้านเรา แต่ว่าแถวบ้านเขาเราไม่รู้”
แดน :”คือผมเองก็ไม่รู้ว่าแถวบ้านเรามีอะไรอร่อย”
แพทตี้ : “ใช่ เพราะเขาอยู่กินแต่ที่บ้าน เขาก็ไม่รู้”
แดน :”เนี่ยแหละครับ พอสิ่งเหล่านี้ การเซอร์เวย์บ้านตัวเอง ว่าแถวบ้านเราเองมีอะไรที่ซัพพอร์ตเขาได้บ้าง คือหยั่งเวลาเราไปกินข้าว เราไปกินแถวห้างแถวบ้านเขาซะส่วนใหญ่ โซนนั้นเลยบางนา กวาดเรียบเลย แต่ในโซนผมเนี่ย ดอนเมือง รังสิต ผมยังไม่ค่อยได้เดินห้างแถวบ้านผมเลย ก็เลนเดี๋ยวต้องพาเขาไปดูว่าถ้าเกิดใช้ชีวิตอยู่แถวนี้ มันซัพพอร์ตมั้ย ใช้เวลานิดนึง”
แพทตี้ :”ดูท่าหนู ต้องเป็นคนเซอร์เวย์อยู่ดี หนูว่า(ยิ้ม) ถามว่าพร้อมไหมถ้าย้ายจากบางนามาดอนเมือง คือถ้าถามตอนนี้มันก็ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่าหนูเป็นน้องเล็กอ่ะ อย่างที่บอกหนูติดบ้าน ติดครอบครัว ทุกอย่าง หนูพาเขามาทำแถวบ้านหนูหมดเลย หนูไม่เคยพาไปแถวบ้านเขา เพราะหนูไม่รู้ ถ้าถามตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
แดน :”เดี๋ยวรอดู