ต่าย ดิ่งกู้ชีวิตคนไม่ฟื้น ปรับวิธีคิด – งงหนุ่มวงการ เลิกไปนาน ขอแต่ง เจ้าสาวกลัวฝนไปแล้ว

ต่าย ดิ่งกู้ชีวิตไม่ฟื้น ปรับวิธีคิด – งงหนุ่มวงการ เลิกไปนาน ขอแต่ง เจ้าสาวกลัวฝนไปแล้ว

อดีตนางเอกเปิดชีวิตรักไม่สมหวังเสียที – ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนตกอก ตกใจ กันยกใหญ่ เมื่ออดีตนางเอกดัง อย่าง ต่าย สายธาร ออกมาโพสต์แฉอดีตคนรักผ่านโซเชียลหลังถูกหลอกให้เป็นเมียน้อยไม่รู้ตัว ล่าสุด ต่าย สายธาร ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และชมพู่ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ขออัพเดทชีวิตก่อน ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง ?
ต่าย : ตอนนี้มีรายการที่ทำอยู่ มีรับเชิญเล่นละคร ยังรับอยู่ ที่ผ่านมาเป็นละครสั้นรับเชิญ เป็นคุณแม่ บทแม่ก็รับ

ไม่มีใครกล้าติดต่อบทแม่หรือเปล่าเพราะว่ายังสวย ยังปิ๊งอยู่ ?
ต่าย : หลายๆคนจะมองแบบนั้น ด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิเราสามารถเป็นแม่ได้แล้ว เพราะลูกบุญธรรมจริงๆก็ 24-25 แล้ว

นอกเหนือจากแสดงแล้ว งานอาสาก็ทำด้วย ทำมากี่ปีแล้ว ?
ต่าย : ทำมาทั้งหมดน่าจะ 20 กว่าปีแล้ว ต้องย้อนกลับไปช่วงก่อนสึนามิ แล้วก็ทำมาเรื่อยๆ

งานอาสาของพี่ต่ายเป็นด้านไหนบ้าง ?
ต่าย : ตั้งแต่เริ่มแรกก็เป็นอาสาทั่วไป พี่ทำหมดทุกอย่าง เก็บศพ พิมพ์ลายนิ้วมือศพ จากนั้นมาก็ค่อยๆเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ทางผู้ใหญ่ร่วมกตัญญูก็เมตตาก็ให้ต่ายไปเรียนเป็นกู้ชีพที่โรงพยาบาลราชวิถี

เห็นว่าช่วงทีทำงานกู้ภัยมีช่วงที่เรารู้สึกดิ่งลงไปช่วงนั้นด้วยหรอ ?
ต่าย : มีค่ะ ก็มีช่วงที่เราไป CPR ณ ตอนนั้น เราหวังอย่างเดียว ให้เค้าฟื้นกลับมา คือเราก็หวังให้เค้ามีลมหายใจกลับมา อยากส่งเค้ากลับบ้าน อยากให้เค้าไปหาครอบครัว พอไม่สำเร็จ ถ้าคนที่เป็นซึมเศร้าเค้าคงเรียกว่าดิ่งมากๆ ทุกเช้าต่ายต้องไปวัดถวายสังฆทานให้เค้าแล้วก็มีความรู้สึกว่าทำไมเราช่วยเค้าไม่ได้ จนต้องมาปรับทัศนคติกับคุณหมอใหม่ว่าการเป็นกู้ชีพหรือการที่เราจะมาทำตรงนี้ เราต้องยอมรับในความเป็นจริง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มันเป็นวัฏจักรอยู่แล้ว เราจะมาคาดหวังว่าเค้าจะต้องรอด แม้กระทั่งแววตาที่ญาติพี่น้องเค้ามองเราอยู่เวลา CPR ต่ายรู้ว่านั่นคือแววตาของความหวัง ซึ่งนั่นอาจจะเป็นความหวังครั้งสุดท้ายของเค้าก็ได้ ซึ่งความหวังของเค้าอยู่ที่เรา บางครั้งมันก็ดิ่งเหมือนกัน

เป็นอย่างนี้อยู่นานมั้ยกว่าจะไปหาหมอ แสดงว่าเวลาช่วยใครไม่ได้ก็ร้องไห้ ?
ต่าย : ก็มีร้องไห้นะ แต่ไม่ได้ไปร้องไห้กับใคร ตัวเราจะต้องเป็นอะไรที่ต้องเป็นตัวอย่างให้กับใครหลายๆคน เกิดเป็นสายธารต้องอดทนสิบล้อชนต้องไม่ตาย

พี่ไม่กลัวอะไรที่เราไปเจอข้างหน้าเหรอ เลือด เศษอะไรต่างๆ?
ต่าย : ตอนแรกยอมรับว่ากลัว กลัวมากๆ เราโดนปลูกฝังในการกลัว จริงๆมันก็คือเนื้อหนังมังสา เวลาเราไปเจอเหตุคนที่บอกว่ากลัวหลายๆคนแล้วไปกับต่าย แล้วไม่มีใครไปช่วย วันนั้นต่ายเจอเคสที่หนักมากสองเคส ระหว่างที่เรารอคนที่ไปกับต่ายจะต้องช่วย ต่ายเชื่อว่าถึงวินาทีนั้นจิตใต่สำนึกจะต้องช่วย คนที่บอกว่ากลัวๆ ไม่มีใครที่จะมาช่วย สติสำคัญสุด แล้วเค้าก็มาช่วยโดยอัตโนมัติ แล้วหลังจากนั้นเค้าก็มาทำงานกับพี่ต่ายโดยอัตโนมัติ

หลายคนที่ทำงานตรงนี้จะโดนบอกว่าทำดีเอาหน้า โดนมั้ย ?
ต่าย : เยอะค่ะ ตั้งแต่แรกๆที่ทำ ตัวต่ายเป็นคนทีทำก็ทำจริงๆ แต่ด้วยความที่เราเป็นนักแสดงด้วย นักแสดงทำดีเอาหน้าสร้างภาพ แรกๆก็รู้สึกอึดอัด ไม่ค่อยน้อยใจอะไรเท่าไหร่ แต่พอเรามาคิดว่าถ้าเค้าบอกว่าเราสร้างภาพ แต่ภาพที่เราสร้างภาพเป็นภาพที่ดี ก็ยังยืนยันจะสร้างต่อไป มันจะดีกว่าคนที่พูดแต่ไม่ทำอะไรเลย ถ้าพูดแบบนี้เอาเวลาไปช่วยต่ายดีกว่า

ล่าสุดมาโพสต์เรื่องความรักครั้งเก่าเกิดอะไรขึ้น?
ต่าย : ต้องบอกว่าไม่ได้อยากจะมารื้อฟื้นหรือพูดอะไรอีก เดี๋ยวคนจะดราม่าอีก แต่อยากให้ทุกคนเปิดใจฟัง คือมันเป็นประสบการณ์ ถ้าเราไม่ใช่ศิลปิน บุคคลสาธารณะก็คงไม่มีใครสนใจ แต่ว่าพอปิดคนก็ว่า พอเปิดคนก็ด่า อย่างที่ผ่านมามันไม่ได้เป็นเรื่องราวที่เลวร้ายขนาดฆ่าคนตายหรือว่าอะไร มันอาจจะเป็นเรื่องราวที่อาจจะไม่ควรเกิดขึ้นในสังคม

จุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ต้องโพสต์ออกมา?
ต่าย : จุดที่เรารู้ว่าทั้งสองคนหลอกเรามาตลอด หลอกคนเดียวก็หนักแล้ว ตอนนั้นเราคบไม่นาน หลายๆ คนถามว่ามาออกทำไม ประจานหรอ แฉหรอ คืออย่างนี้จริงๆ คำว่าประจานดูโหดร้ายไป แต่คำว่าออกมาแฉ คือต่ายเป็นคนที่ทำงานให้กับสังคม ตัวต่ายเองไม่ใช่คนดี แล้วไม่ได้เลวกว่าใคร เอาตรงๆ ตายเป็นคนสื่อสัตย์เรื่องความรักมาก แล้วก็ไม่ชอบโกหก แล้วทีนี้เรามาเจอ 1 คนโกหกไปแล้ว ที่นี้มาเจอโกหกด้วยกันมันคือความรู้สึกนี้มันพังมากๆ แล้วมันก็เสียความรู้สึก ถามว่าฟูมฟายอะไรไหม ไม่ค่ะ คือต่ายไม่ได้โดนคนเดียว มันมีหลายคน เอาเป็นว่าตอนนี้มันผ่านมาแล้ว ให้เขาได้เริ่มต้นได้กลับตัว กลับใจ เขาก็ไม่ได้ฆ่าคนตาย

โกรธไหม?
ต่าย : คือตอนนั้นเขาจะไปบวชให้ แล้วมาขออโหสิกรรม ต่ายเคยบอกไปแล้วว่าต่ายไม่อโหสิกรรม พี่หลอกตัวเองไม่ได้ เพราะอารมณ์ในตอนนั้นคือไม่ยกโทษให้ แต่ ณ วันนี้พูดได้เลยว่าอโหสิกรรมให้หมดแล้ว

ก่อนหน้านี้ก็โดนผู้ชายมีเจ้าของมาจีบตลอด เวลาเขามาจีบ จับยังไง?
ต่าย : มาจีบก็เบสิคค่ะ ไม่มีแฟน ไม่มีภรรยา ย้อนกลับไปตั้งแต่พี่อ๊อฟ คือตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยเจออะไรที่มันสมหวังหรือว่าอะไรเลย

ทุกๆ ครั้งที่เรารู้ว่าคนเข้ามาจีบมาหลอกเรา กว่าจะรู้พี่ต่ายใช้เวลานานไหม แล้วแก้ปัญหายังไง?
ต่าย : จริงๆ เป็นคนไม่ตาม ไม่อะไรเลย ไม่มีเวลาที่จะไปสืบ เพราะเขาอยู่กับเรา ไปไหนกับเรา แล้วให้เกียรติเรา เปิดเผย ถามใจผู้หญิงดูดีกว่าว่าจะระแคะระคายไหม แต่ทีนี้อะไรก็แล้วแต่ที่มันไม่มีความซื่อสัตย์เวลามันจะทำงานของมันเอง เราค่อนข้างแมนๆ พอมารู้ทีหลังหรือเห็น คนมาเล่าให้ฟังบ้างแล้วตัวต่ายเองไม่ค่อยได้เจอใคร เวลาเจอคนมาเล่าให้ฟังต่ายฟังนะคะ แต่ทีนี้เราก็ดูคนของเรา 50:50 มันต้องมองสองมุม

มีครั้งนึงรุนแรงถึงขั้นเคยโดนอาละวาดขู่จะขึ้นหน้า1 หนังสือพิมพ์?
ต่าย : เยอะค่ะ ต้องอธิบายก่อนว่าบางครั้งผู้ชายที่เข้ามาเขาเลิกแล้ว เขาหย่าแล้ว ใบหย่าอะไรก็มี แต่ทีนี้มันมี2กรณี คือ ภรรยาเก่าไม่ยอมเลิกมีมารังควานเหมือนกัน แต่ถ้าตามกฎหมายคือเลิกกันแล้ว 2.เลิกแล้ว มีใบอะไรเรียบร้อยแล้ว แต่มีกิ๊ก คือยิ่งกว่าในละครอีก คือมีความรู้สึกว่าบางทีก็เบื่อ พี่จะไปสู้รบตบมือเหมือนในละครพี่ไม่ทำ ก็ปล่อย เลิก มันถอยเองจนเรารู้สึกว่าเรามีแฟนเยอะๆ หลายคน แต่ถ้ามันไม่ใช่จะทนไปเพื่ออะไร เรามีชีวิตอยู่อีกแค่กี่ปี ผู้หญิงทุกคนต้องการมีความรักที่สมบูรณ์แบบ แต่ในความเป็นจริงแล้วต่ายว่ามันไม่มีหรอกนอกจากแม่ นอกจากครอบครัว

ท้อไหม ตลอดเวลาเจอแต่เรื่องแบบนี้ จนไม่อยากมีคู่ไหม?
ต่าย : บางทีมันก็ไม่อยากมี บางทีก็ยอมรับว่าเป็นคนขี้เหงา คือเวลาใครมาดีกับเรา กับคนรอบข้างเรา มาดีกับครอบครัว กับแม่ นี่แบบว่าใจอ่อน แต่ก็ดูไม่ใช่ไม่ดู ไม่เลือก ตัวต่ายเองต้องบอกว่าเวลาคบใครไม่ได้เลือกว่าฐานะ หน้าตา ต่อให้เขาพิการ ถ้าต่ายรัก ต่ายก็คบ ต่ายก็จะดูแลเขา

เสนอให้คบก็ผ่านมาแล้ว มีเสนอให้เลี้ยงด้วย?
ต่าย : ใช่ คือแบบว่าไม่ต้องทำงานในวงการ ขอให้ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่อาสา เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ไปเอารอยสักออก ทุกสิ่งทุกอย่างมันคือคำสั่ง ก็เลยรู้สึกว่าตกลงจะเป็นแฟนหรือเป็นนักโทษ เรารู้สึกว่าชีวิตเราเกิดมามีชีวิตเดียว ทำไมต้องให้เขามาลิขิตเราขนาดนี้ แต่ถ้าใครสักคนที่เป็นคู่แท้เราจริงๆ ทุกวันนี้เรายังไม่รู้ เจอแต่คู่เทียม ก็เลยรู้สึกว่ามันอาจจะแชร์ความรู้สึกกันได้ แต่ว่าถ้าจะให้เราเปลี่ยนตัวเองต่ายเปลี่ยนไม่ได้หรอกค่ะ เรามาแบบนี้แล้ว แสดงว่าเขาไม่ได้รักเราแบบที่เราเป็นเรา

กลับไปที่คนเก่าที่เขากลับมาขอเราแต่งงาน?
ต่าย : คือเขายังไม่ได้มาขอตรงๆ เพียงแต่ว่าเขาฝากพี่คนนึงว่าเขาจะมาขอ แล้วอยากจะมีลูกเลย เขาเป็นคนในวงการ เราไม่ได้ตอบอะไรเขาไป ไม่ได้ให้ความหวัง คือคนบางคนเหมาะจะเป็นพี่เป็นน้องมากกว่า

ซึ่งคนคนนั้นพี่ต่ายคบมานานอยู่เหมือนกัน?
ต่าย : คบแล้วกลับมาคบอีก จนทุกวันนี้คนคิดว่ายังคบอยู่แต่ไม่ใช่นะคะ จริงๆ เลิกมาประมาณเกือบ 2 ปีแล้วแต่ยังเป็นพี่ชาย น้องสาวที่สามารถคุยกันได้

แต่เขากลับมาขอแต่งงานไม่แต่ง?
ต่าย : เป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนไปแล้ว มันเคยฝันว่าอยากใส่ชุดแต่งงาน แต่พอมาถึงวันนี้มันต้องแต่งไหม

พี่ต่ายได้มาถามคนที่มาบอกไหมว่าเหตุผลอะไรที่เลิกกันไปแล้วกลับมาอยากแต่งงาน?
ต่าย : จริงๆ ต่ายไม่อยากรู้เหตุผลด้วยซ้ำ เพราะมันมีช่วงเวลาที่คบกันแล้วอยู่ๆ มันก็เฟดออกไปโดยที่ไม่ได้ทะเลาะอะไรเลย แล้วอยู่ๆ ก็จะกลับมาเป็นแบบนี้มันก็ค่อนข้างงงๆ ไม่อยากรู้แล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว

คนในปัจจุบันตอนนี้กำลังดูใจหนุ่มนอกวงการจริงหรือไหม?
ต่าย : จริงค่ะ รุ่นๆ เดียวกัน จริงๆ ยังไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะไม่อยากคาดหวังแล้ว คือคบปุ๊บปัญหามาปั๊บเลยเหมือนกัน มีผู้หญิงมาอะไรอย่างนี้ แต่ตัวเขา เขาก็อธิบายกับเรา แล้วพี่ต้องทำยังไง

แล้วทำไมคนนี้พี่ยอมใจอ่อน?
ต่าย : พี่ใจอ่อนทุกคน ใครดีกับพี่ ดีกับครอบครัวพี่

คนนี้ถึงขั้นพี่ลงทุนทำธุรกิจร่วมกันเลย?
ต่าย : ค่ะ ช่วยกันทำมาหากิน คือตั้งแต่เริ่มรู้จักกัน มันเป็นเวลาไม่กี่เดือน แต่ตั้งแต่รู้จักกันสิ่งที่ต่ายทำ คือช่วยทำมาหากินให้เห็นว่าไม่ใช่ผู้หญิงที่จะต้องมานั่งให้คนเลี้ยง บางทีเราอยากพิสูจน์ตัวเองด้วย เรามีศักดิ์ศรี แล้วอีกอย่างนึงตัวต่ายเองก็เพิ่งมีข่าว ซึ่งตรงนี้เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง

บทความก่อนหน้านี้FootNote:อนาคตใหม่โยนหินถามทาง กรณีกรรมาธิการ‘ธนาธร’
บทความถัดไปชาวบ้านรุมสาปแช่งมือ เผาศาลเจ้าแม่ตะเคียน โอดแล้วงวดนี้จะไปขอเลขเด็ดที่ไหน