วันที่ 4 มิ.ย. ที่ บู๊ธยูไนเต็ดฟูดส์ ฮอลล์ 2 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี วงรูม 39 นำโดย ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์, มน-ชุติมน วิจิตรทฤษฎี และ โอ-โอฬาร ชูใจ ให้สัมภาษณ์ในงานแสดงสินค้าอาหาร “Thaiaifex-World of Food ASIA 2017” กรณีดราม่ากลางงานจ้าง หลังทีมงานให้ความสำคัญแค่ ‘ทอม-อิศรา’ นักร้องนำเพียงคนเดียว โดยบอกให้เพื่อนสมาชิกอีก 2 คนที่เหลือคือ ‘มน’ และ ‘โอ’ ขยับออกจากเฟรมถ่ายรูปไป จนทำให้ ‘มน’ สาวเพียงคนเดียวในวงถึงกับน้ำตาซึม
รู้สึกน้อยใจบ้างไหมเวลาที่มีคนจ้าง ‘ทอม’ ไปออกงานคนเดียว?
โอ – “จริงๆ พวกเรามีงานที่ต้องเล่นในผับด้วยกันแทบทุกวันอยู่แล้ว จึงเป็นปกติที่ได้เจอกันและคุยกันบ่อยๆ ไม่ได้มีอะไรเพราะคุยกันตลอดก็เข้าใจ”
ทอม – “อย่างที่บอกว่าพวกเราได้คุยกันบ่อยแต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคืออยู่ที่พื้นฐานความเข้าใจกัน เลยทำให้พวกเราคุยกันง่าย ผมมองว่าถ้าพวกเรารักและเข้าใจกันมันก็จะไม่มีคำว่าวงแตก เหมือนอย่างที่หลายคนชอบถามว่าทอมมีงานเดี่ยวเยอะ แล้วทำให้งานวงมีน้อย ตรงนี้มันไม่ได้เป็นตัวแปรที่จะทำให้วงอยู่ด้วยกันได้หรืออยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะทุกอย่างอยู่ที่ความเข้าใจของพวกเรามากกว่า”
เมื่อวานเห็นมีดราม่าที่อีเวนต์หนึ่ง?
มน – “เออ…ด้วยความที่พวกเราคุยกันในวงแล้วว่าแต่ละคนจะต้องแบ่งงานกันให้ถูกต้องว่าจะทำอะไรบ้าง โดยที่วงต้องมาอันดับหนึ่ง ซึ่งทอมก็ยืนยันแล้วว่ายังไงวงก็มาก่อนเสมอ เพราะฉะนั้นในวงเข้าใจกันดี แต่ที่นี้ด้วยความที่เมื่อวานมันอาจจะเกิดเรื่องนิดหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะว่าจังหวะ ด้วยความที่ทีมงานไม่ได้แจ้งก่อนหรือพวกเราอาจจะไม่รู้”
โอ – “คิดว่าอาจจะเป็นทางผู้จัดงานที่ไม่เข้าใจว่าจริงๆ การพรีเซ้นต์ก็คือต้องพรีเซ้นต์ในรูปแบบวง บวกกับที่ทีมงานไม่ได้แจ้งพวกเรามาก่อนด้วย เลยกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเรารู้สึกว่าในฐานะที่เป็นศิลปินไม่ได้แยกขายเป็นชิ้นเป็นคน มันจึงค่อนข้างกระทบกระเทือนความรู้สึกของผมกับมนเหมือนกัน”
เห็นว่า ‘มน’ ถึงขั้นน้ำตาซึมเลย?
มน – “ตอนแรกน้ำตาก็จะไม่ซึมแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ตรงนั้นก็มีพี่นักข่าวให้กำลังใจอยู่มุมนั้น แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า “เขามาเป็นวงจะแยกเขาได้ยังไง” ส่วนตัวเป็นคนที่เซ้นซิทีฟอยู่แล้วพอได้ยินประโยคนี้และเจอกับช็อตนี้ก็เลยเก็บไม่อยู่ ทั้งที่ทุกคนในวงโอเคกันเพียงแต่ว่าไม่รู้ล่วงหน้าในงานเมื่อวาน ยอมรับว่างงนิดหนึ่งเพราะว่าไปยืนสแตนด์บายรอถ่ายรูปที่หน้าแบ๊กดรอปเรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็มีทีมงานบอกว่าให้มนกับพี่โอถอย 2 ก้าวออกมาก่อน ทั้งที่ตอนนั้นทุกคนก็โพสท่าเตรียมถ่ายรูปแล้ว”
ทอม – “ตอนที่อยู่ในเหตุการณ์ผมก็ยังกวักมือเรียกมนให้เข้ามาถ่ายด้วยกันอยู่เลย แต่ก็เห็นแล้วว่ามนเริ่มมีอาการนิดนึง เลยจับมือเขาและบอกว่าไม่เป็นไรเพราะว่าจริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่พวกเราคุยกันเข้าใจแล้ว อีกอย่างทางวงควรจะเป็นคนเลือกเองมากกว่าว่าจะไปแบบวงหรือจะไปแบบไหน ไม่ใช่การที่คนๆ หนึ่งจะมาบอกว่าชาตินี้ไม่เอาเธอหรือไม่เอาใคร ควรต้องคุยกันตั้งแต่แรกว่างานนี้จะเป็นแบบไหน”
ทีมงานได้ชี้แจงไหมว่าทำไมถึงต้องให้ ‘มน’ กับ ‘โอ’ออกมาจากช็อตที่จะต้องถ่ายรูปรวม?
โอ – “ไม่มีการชี้แจงกับพวกเราเลยครับ”
ทอม – จริงๆ ผมเชื่อว่าความไม่เข้าใจของคนหนึ่งคนก็ได้ แต่จะไม่บอกเป็นภาพรวมของทีมงานนั้นดีกว่า เพราะว่าตอนว่าจ้างงานก็ว่าจ้างมาด้วยรูปแบบหนึ่ง เราอาจจะเป็นที่คนคนนั้นเข้าใจคลาดเคลื่อน ถามว่าความพีคของหน้ากากทุเรียนของผมทำให้กระทบกับเพื่อนๆ ในวงรึเปล่า ยอมรับว่าเคยคิดบ้างแต่ว่าอย่างที่บอกว่าถ้าพวกเรารักกันเป็นพอ อะไรก็ไม่สามารถทำให้พวกเราแตกได้”
มน – “ทอมเขาจะกังวลเสมอและจะมาคุยกับพวกเราว่า “ขอโทษนะ เข้มแข็งนะ” โดยที่บางครั้งพวกเราก็ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร แต่ว่าก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะเจอมากกว่า”
โอ – “พวกเราสามคนอยู่กันมาตั้งแต่ยังไม่มีอะไร ตอนนั้นทอมเขาเพิ่งอายุ 16 ร้องเพลงด้วยกันมาก็ร้องเพลงด้วยกันมา ฉะนั้นพวกเราสามคนมันเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานไปแล้ว แต่เป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง และพร้อมที่จะเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ต้องกลัวว่าในวงจะทะเลาะกัน ไม่มีแน่นอน ทุกคนเข้าใจกัน แต่อาจจะมีเสียความรู้สึกตรงที่ว่าคนจัดงานเชิญพวกเรามาแต่อาจจะไม่ได้เทกแคร์พวกเราแบบนั้น”
ทอม – “ไม่มีโกรธกันเองแน่นอนเพราะว่าไม่ได้เกี่ยวกับผม จริงๆ ตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยเจอปัญหาเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย เชื่อว่าหลายคนน่าจะเข้าใจดีกับความรู้สึกตรงนี้ครับ”


