SF Cinema ดึงจุดเด่นเรื่องความใสใจ ต่อยอด New Normal ให้บริการทั่วประเทศ
SF Cinema ดึงจุดเด่นเรื่องความใสใจ ต่อยอด New Normal / วันที่ 1 มิ.ย. ที่ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ คุณพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ให้สื่มมวลชนสัมภาษณ์ ถึงมาตรการการเปิดให้บริการของโรงภาพยนตร์ หลังจากรัฐบาลได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ทำให้โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ สามารถกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

คุณพิมสิริ
หลังจากที่ต้องปิดให้บริการถึง 75 วัน ซึ่งการเปิดให้บริการในครั้งนี้จึงได้ดึงจุดเด่นเรื่องความใส่ใจ และการให้บริการ ด้วยมาตรการ “ดูแลด้วยใจ” ที่เน้นความปลอดภัยของลูกค้า และพนักงานทุกคน นำมาต่อยอดเป็นมาตรฐานใหม่ ในการให้บริการเพื่อลูกค้าและพนักงาน เอส เอฟ ทุกคนได้มั่นใจว่าจะปลอดภัยจากวิกฤตการโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อไวรัส โควิค-19

จุดบริการเจลฆ่าเชื้อโรค
โดย คุณพิมสิริ กล่าวว่า “หลังจากการระบาดของโรคที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราวนานถึง 75 วัน นับเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับ เอส เอฟ และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แต่ในสถานการณ์ครั้งนี้ เรายังมีข่าวดีคือลูกค้า และพนักงานทุกคนของเราปลอดภัย ตามวัตถุประสงค์หลักที่ตั้งไว้ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่เราต้องทำให้สำเร็จ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดร้ายแรง แม้ตอนนี้สถานการณ์ในประเทศจะเริ่มดีขึ้น และเราพร้อมกลับมาเปิดให้บริการแล้ว แต่เรายังคงตั้งเป้าหมายเดิม คือต้องทำให้ลูกค้าทุกคน และพนักงานของเราทุกคนต้องปลอดภัยที่สุดค่ะ”
“ซึ่งการนำจุดเด่นนี้ มาต่อยอดเป็นมาตรฐานใหม่ (New Normal) ที่ช่วยให้ผู้ชมภาพยนตร์มีความสะดวกสบาย มั่นใจ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มมาตรการต่างๆ เช่น การอบฆ่าเชื้อภายในโรงภาพยนตร์ การดูแลระบบปรับอากาศ หรือการพัฒนาแอปพลิเคชั่นให้ใช้งานง่าย เพื่อลดการสัมผัสระหว่างบุคคล รวมถึงมาตรการเพิ่มเติม เช่น การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าชมภาพยนตร์ และการจัดที่นั่งแบบใหม่ ที่เพิ่มระยะห่างระหว่างบุคคลมากขึ้นเป็นต้น”
ที่หยุดไปทางโรงภาพยนตร์ ได้ทำอะไรบ้าง?
“เอส เอฟ เราหยุดจริงๆค่ะ จะไม่เห็นเลยว่าพนักงานเอส เอฟ ออกมาขายของจนห้างเปิด เพราะโจทย์ของซีอีโอของเรา ก็คือลูกค้าและพนักงานของเอส เอฟ ต้องปลอดภัย เขาย้ำกับเรามากๆ เลยว่าห้ามมีการออกมาทำอะไร ที่ทำให้พนักงานเสี่ยง แล้วพวกเราก็ทำหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเตรียมความพร้อมในทุกด้าน คือเราวางแผนไว้หลายแนวทางมาก หลายโมเดลมาก เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการทำความสะอาดครั้งใหญ่ มีการรีโนเวทกัน ไม่ว่าจะเป็นความสว่าง ดีไซต์ต่างๆ ให้ดูง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า เราอยากให้ทุกคนมั่นใจ เพราะเรารู้ว่าทุกคนกังวล”
“และเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกธุรกิจทำเหมือนกัน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาคือกลับมามองตัวเอง ในวันที่รายได้เป็นศูนย์ มีแต่รายจ่าย เราก็มาลงดีเทลกันมากขึ้น หาจุดที่จะเซฟต่างๆ เช่นค่าไฟ มุมนี้ไฟตรงนั้นอาจจะไม่จำเป็น คิดว่ามันก็ลดค่าใช้จ่ายลงได้ เราเองยังต้องใช้พนักงาน ด้วยเราเป็นธุรกิจให้บริการ เราก็อาจจะมีการจัดการต่างๆ ที่ลงตัวกับพนักงานมากขึ้น รอบฉายเราก็ได้ทำการออกแบบให้ดีที่สุด เพื่อที่เราจะได้ฉายให้ลูกค้าให้ได้มากที่สุด”

ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
เมื่อถามถึงการเปิดให้บริการ แต่ว่าต้องมีข้อจำกัด
“จริงๆแล้วการเปิดให้บริการแบบมีข้อจำกัดนี้ มันทำยากกว่าและลำบากกว่าการที่ชัตดาวน์ทุกอย่าง เพราะการเปิดให้บริการ รายจ่ายมันตีกลับมาหาเราทั้งหมด แต่โอกาสที่เราจะทำรายได้มันลดหายไป แล้วเราก็เลือกไม่ได้ว่าเราจะเปิดหรือปิด สุดท้ายเราก็ต้องให้ความร่วมมือกับทุกคน มันก็เหมือนเป็นโชคดีของเอส เอฟ เพราะที่ผ่านมา เราจะลงทุนทำอะไร เราระวังตัวตลอด มันเลยทำให้เราผ่านช่วงนี้มาได้ และผู้บริหารของเราก็ชัดเจนว่า ยังไงก็ต้องพากันไปให้รอดให้นานที่สุด”
ในแต่ละโรงภาพยนตร์ สามารถเปิดให้บริการได้กี่ที่นั่ง?
“จากเดิกทั้งหมดที่คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เหลือประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ที่เปิดได้ในแต่ละโรงภาพนตร์ แล้วถามว่าปริมาณขนาดนี้จะมีคนมาใช้บริการจะเต็มมั้ย เราก็อยากจะให้มันเต็มที่สุด เพราะเรามีโอกาสขายแค่นั้น คิดว่าตอนนี้เป็นช่วงที่ยากที่สุดของการกลับมา ส่วนหนังที่จะฉายวันนี้ คือหนังที่ยังค้างเดิมที่ยังฉายได้น้อยรอบจากช่วงที่ผ่านมาก่อนโควิด-19 ระบาด ซึ่งมีทั้งหมด 7 เรื่องด้วยกัน ด้วยตามปกติภาพยนตร์จะต้องมีเวลาโปรโมตของมัน แต่ก่อนที่จะรู้ว่าได้รับการผ่อนปรน เราไม่สามารถจะบอกให้เขาเปิดวันนี้แล้วฉายได้เลย ที่คุยๆหลายๆเรื่องใหม่ จะได้เห็นกันวันที่ 18 มิ.ย. เป็นอย่างต่ำ ตอนนี้อยู่ในช่วงของการคอนเฟิร์มหนัง เขากำลังเร่งอัดกันอยู่ ช่วง มิ.ย. เราอาจจะต้องปรับตัว แต่คิดว่า ก.ค. น่าจะกลับมาคึกคัก หนังหลายค่ายให้การตอบรับดี หนังใหญ่ๆของปีนี้ก็ตัดสินใจเข้าโรงภาพนตร์ มีแค่เรื่อง fast and furious ที่ประกาศตัวชัดว่าเลื่อนไปเป็นฉายปีหน้า แล้วคิดว่าเป็นช่วงที่เราต้องกลับมาโหมกับหนังไทย เราเองอยากเชียร์ให้หนังไทยทำรายได้ทั่วโลกด้วย เชื่อว่าวิกฤตครั้งนี้จะทำให้คนเห็นคุณค่าของหนังไทยกันมากขึ้น”

ทำความสะอาด
จำนวนเก้าอี้ที่ต้องลดลง ภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่เข้าฉายช่วงนี้ จำเป็นต้องมีระยะเวลาในการอยู่ในโรงภาพยนตร์นานขึ้นไหม?
“คิดว่าเราอาจจะได้เห็นภาพยนตร์อยู่ในโรงฯนานขึ้น ส่วนหนึ่งของโรงหนัง คือเรามีหน้าที่ซัพพอร์ตค่ายด้วย เพราะเขาเอาหนังมาให้เราฉาย เราก็ต้องช่วยเขาด้วยเหมือนกัน อย่างบางเรื่องที่ปกติจะอยู่แค่ 2 อาทิตย์ แต่ตอนนี้อาจจะเห็นอยู่กันเป็นเดือนๆ ซึ่งถามว่ามีเรื่องไหนไหมที่เปลี่ยใจไม่กลับมาเข้าฉายในโรงฯเลย ก็มีอย่างเรื่องของ bnk48 ด้วยหนังเขาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งมันผ่านไปแล้ว เขาไม่เอาฉายหนังเขาจะเอ้าท์ทันที นั่นคือสิ่งที่เขาตัดสินใจไม่เอาฉายในโรงหนัง”
แพลนในธุรกิจตอนนี้มองไว้อย่างไร?
“คิดว่ายุคนี้ สถานการณ์ตอนนี้คงไม่มีใครทำแพลนระยะยาว 3 เดือน 6 เดือนแล้ว ของเรายังทำแพลนเป็นสัปดาห์เลย คือดูพฤติกรรมของลูกค้าเลยว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะอินกับอะไรบ้าง แล้วนานแค่ไหน เราก็ใช้วิธีหยอด แล้วดูข้อมูล แล้วก็ปรับไป แต่เรามีลิสต์หนังที่เจรจากับค่ายไว้ในมือเตรียมไว้อยู่แล้ว เพียงแค่ว่าจะหยิบมาใช้ตอนไหนเท่านั้นเอง”

พ่นยาฆ่าเชื้อโรค
ลูกค้าโฆษณาไม่หาย?
“เราดีใจมากที่ลูกค้าหลักๆ ไม่หายไปไหน ทุกคนน่ารักมากๆ อย่างโค้ก เขาบอกเลยว่าเอสเอฟกับโค้กเป็นของคู่กัน พาสเนอร์หลักๆทุกคนยังอยู่หมด ส่วนเรื่องราคาตั๋วก็แตกต่างกันตามสาขา ตามประเภทของโรงภาพยนตร์อยู่แล้ว จึงยืนยันว่าไม่มีการปรับขึ้นราคา เราจะไม่เอาภาระไปให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน ส่วนราคาตามปกติเลย เฉลี่ยที่ 160 บาท แต่ 80 บาทก็มี เป็นพันบาทก็มี”
“สุดท้ายเรามองว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเมื่อเราผ่านพ้นปีนี้ไปได้ จำนวนที่เราจะทำรายได้ในแบบที่ขายตั๋วได้ 25 เปอร์เซ็นต์นี้ มันน้อยมากเลยนะคะ ถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องจ่ายไป มันสูงมาก เพราะตั๋วใบหนึ่งมันมีส่วนหนึ่งเลยที่เราจะต้องแบ่งให้ค่ายหนังทันที แล้วรายจ่ายค่าเช่าสถานที่ ค่าพนักงาน น้ำไฟ บริการต่างๆอีก เราแบกภาระเป็นหลักร้อยล้านต่อเดือน ไหนจะช่วงเวลาที่หายไป ก่อนหน้านั้นที่สถานการณ์ซึมๆอีก ก็รอลุ้นช่วงหน้าหนังเดือน ก.ค. ว่าจะกลับมาได้เท่าไหร่ และเมื่อไหร่เราจะกลับมาเหมือนเดิมได้ เราเองก็ติดลบเยอะเหมือนกัน”
จริงๆปีนี้มีแพลนเข้าตลาดหลักทรัพย์ใช่ไหม
จริงๆในแผนมีการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ก็ต้องเลื่อนไปก่อน ตอนนี้เราคิดแค่ว่าช่วยกันประคองให้เราผ่านไปให้ได้ เราเองเป็นคนที่เดินตรวจโรงหนังบ่อย ตอนที่ห้างกลับมาเปิด เราก็มาเดินตรวจและถามพนักงานขายตามร้านต่างๆ ว่าเป็นไงบ้างกลับมา เขาบอกว่ายอดกลับมา 20 เปอร์เซ็นต์ มันก็คงจะคล้ายๆกันหมด เราเองก็คงจะมียอดกลับมาไม่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาพูดกับเราก็คืออยากให้โรงภาพานตร์กลับมาเปิด เพราะเขาอยากให้มีอะไรที่ทำให้คนรู้สึกว่า ต้องออกจากบ้านมากขึ้น เราเลยคิดว่าการกลับมาของเรามัน ไม่ได้กลับมาเพื่อตัวเองขนาดนั้น แต่เรากลับมามันก็จะสามารถประคองคนอื่นไปด้วยได้เหมือนกัน เพราะเราเองดำเนินธุรกิจในรูปแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และหลายร้อยคนที่อินบ็อกซ์มาหาเรา บอกว่าว่าคิดถึงโรงภาพยนตร์แล้ว”

บริการเจลล้างมือ

อ่านข่าว : โรงหนัง SF Cinema ประกาศปิด 22 สาขา ชั่วคราว ตามมติ ครม.
