Khaosod
Online

วันเสาร์ ที่ 24 ต.ค. 2563

น้ำตาล ชลิตา ย้อนเล่าเส้นทางชีวิต ร้องไห้หนัก โดนบูลลี่แรง จนแทบคืนมงกุฎ

1 มิ.ย. 2563 - 18:01 น.

น้ำตาล ชลิตา ย้อนเล่าเส้นทางชีวิต ร้องไห้หนัก โดนบูลลี่แรง จนแทบคืนมงกุฎ

เป็นนางงามนักสู้ตั้งแต่อยู่บนเวทีประกวด จนก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัว สำหรับ น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ แม้จะเจอคำคนดูถูกและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เจ้าตัวก็ได้พิสูจน์ความสามารถให้แฟนๆยอมรับ กับการผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้ายในเวทีมิสยูนิเวิร์ส ล่าสุด น้ำตาล ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 พร้อมเปิดใจเล่าเส้นทางช่วงประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 เคยโดนบูลลี่หนักจนแทบคืนมงกุฎ

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

น้ำตาล : "ตอนนั้นก็รู้สึกว่าจะเอายังไงดี จะคืนหรือไม่คืนดี"

แต่ถ้าคืนมงกุฎก็ต้องคืนเงินรางวัลด้วยนะ?

น้ำตาล : "นั่นแหละค่ะ ประเด็นเลย เราก็เก็บไว้ดีกว่าเพื่อครอบครัว"

สุดท้ายมงก็ลงจริงๆ ตอนมงลงเสร็จแล้ว โดนบูลลี่หนักมาก?

น้ำตาล : "เยอะมากค่ะ มีไดเร็กแมสเสจมาด้วยค่ะ “ให้ไปคืนมงเถอะมันไม่เหมาะสม” ซึ่งจริงๆแล้วเราก็รู้สึกได้นะคะว่าเราไม่ได้สมกับมงในตามรูปแบบที่เขาต้องการ จะต้องเป๊ะๆทุกอย่าง"

แล้วเป๊ะๆทุกอย่างมันคืออะไร?

น้ำตาล : "หนูก็คิดว่าคนเราความคิดมันไม่เหมือนกัน ความสวยในแบบของเขา ความสวยในแบบของอีกคนหนึ่งมันจะเหมือนกันหรือเปล่า มันก็ไม่เหมือนกันใช่ไหมคะ"

หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ เคยคิดถึงขั้นไม่อยากไปประกวดระดับโลกเลยไหม?

น้ำตาล : "ตอนแรกๆรู้สึกตกใจนะคะ เพราะเราไม่เคยอยู่ในวงการมาก่อน ซึ่งมันรุนแรงมากๆเลย เราตกใจว่าเราเพิ่งได้เอง เรายังไม่ทันได้พิสูจน์อะไรเลย ยังไม่ทันทำอะไรเลย ทำไมถึงด่าว่าเราแล้ว คือไม่ยอมรับเราแล้ว ก็เลยรู้สึกเหนื่อยกับตัวเองช่วงแรกๆค่ะ ตอนแรกพยายามไม่อ่านแต่เหมือนมันก็มีเสียงมาให้เราได้ยินตลอดเวลา พอหลังมงเราได้เรียนเราได้ทำนู้นทำนี่ เราทำอะไรออกไปพอปรากฎออกสื่อทีไรเราก็โดนด่าตลอด จนเหมือนวันนึงเราก็ท้อ นั่งร้องไห้เลยค่ะ พี่นุ่มเขาก็มาบอกเราว่า เนี่ยทำไมถึงไม่ทำให้มันเต็มที่ ผู้หญิงหลายคนอยากมายืนอยู่ตรงนี้มากๆ แต่เราได้สิทธิ์ตรงนี้แล้วทำไมเราไม่สู้ ทำให้คนอื่นเขาเห็น ถ้าสมมติตาลท้อแล้วตาลไม่อยากทำแล้ว ตาลคืนมงได้เลย เขาบอกแบบนี้"

จริงๆเป็นความใฝ่ฝันของเราไหมกับการเป็นนางงาม?

น้ำตาล : "จริงๆเราดูนะคะ แต่ไม่ได้ใฝ่ฝันเพราะว่าจากที่ประกวดตอนนั้น พอตุ้บแล้วเราก็ไม่อยากไปทางนั้นเลย เพราะรู้สึกว่าเราไม่ใช่สายนางงาม จากที่เราดูมาดูแบบลุกส์ก็คือเป็นลูกครึ่ง ลุกส์เป็นคุณหนูๆนิดนึง เราดูไทยมาก"

แล้วสู้ชีวิตยังไง?

น้ำตาล : "ครอบครัวหนูก็ลำบากตั้งแต่เด็กค่ะ คือไม่ได้ร่ำรวยหรือมีฐานะอะไรมากมาย เราก็หาเช้ากินค่ำค่ะ ทุกๆปิดเทอมหนูก็จะไปทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่อยากไปทำก็เพราะว่าอยากได้ภาษาอังกฤษด้วย บ้านอยู่กรุงเทพค่ะ แต่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างจังหวัด กลับมาทำงานพาร์ทไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารสนามบิน อยากได้ตังค์ ตอนนั้นอยากซื้อกล้อง แล้วก็อยากช่วยพ่อกับแม่ด้วย"

สมมติว่าไม่ได้เป็นนางงาม เคยคิดไว้ไหมว่าเดี๋ยวเรียนจบจะทำอะไร?

น้ำตาล : "ตอนนั้นคงจะอยู่ในห้องแล็ปเป็นนักวิทยาศาสตร์มั้งคะ เพราะว่าเราเรียนมาทางสายนั้นอยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราได้ทำทางสายนั้นก็โอเค มันมีหน้าที่การงานรองรับอยู่แล้ว"

ระหว่างทางที่ได้มงกุฎที่จะไปสู่มิสยูนิเวิร์ส ต้องเทรนด์ ต้องปรับตัว จริงๆการที่ต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นเรื่องยากมาก?

น้ำตาล : "ก็ในเมื่อเรามาอยู่ตรงนี้แล้ว เป็นตัวแทนประเทศไทยแล้ว ในนามของประเทศไทยแล้ว เราไม่ได้ในนามของ ชลิตา ส่วนเสน่ห์ แต่มันเป็นไทยแลนด์อยู่ด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าฉันอยากทำให้ได้ มันหลายปีมากแล้วที่ไทยแลนด์เราไม่ได้เข้าลึกๆ เราก็รู้สึกว่าเราต้องไฟลต์ เราจะต้องทำเพื่อตัวเอง เราจะต้องทำเพื่อประเทศของเรา แล้วเราก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นด้วย บวกกับโดนด่าเยอะก็เลยต้องพัฒนาตัวเองให้เขาเห็น"

แสดงว่าลึกๆแล้วน้ำตาลเป็นคนสู้?

น้ำตาล : "ใช่ค่ะ เป็นคนที่ค่อนข้างไฟลต์ คืออะไรที่เราไม่ได้ทำ เราอยากจะพิสูจน์ตัวเองเราจะต้องทำให้ได้ จะเป็นคนแบบนี้"

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ น้ำตาล ชลิตา ย้อนเล่าเส้นทางชีวิต ร้องไห้หนัก โดนบูลลี่แรง จนแทบคืนมงกุฎ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง