ลุงพล เข้ากรุง ควง จินตหรา ถ่ายเอ็มวีใหม่ ตั้งโต๊ะเคลียร์ดราม่า ปมผู้จัดการส่วนตัว
ลุงพล เข้ากรุง ควง จินตหรา ถ่ายเอ็มวีใหม่ / หลังจากที่นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง จิตตหรา พูนลาภ ได้ชวน ลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา มาร่วมร้องเพลงเต่างอย และมีผู้ให้ความสนใจกับเพลงดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จนยอดเข้าชมทะลุ 8 ล้านวิว ล่าสุด ลุงพล และ ป้าแต๋น พร้อมด้วย จินตหรา มาร่วมถ่ายมิวสิกวิดีโอและบันทึกเทปรายการ ที่สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวีเอชดี ช่อง 34 ย่านอรุณอัมรินทร์ จากนั้นได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงกระแสเพลงดังกล่าว

ตั้งโต๊ะพร้อมพี่จิน
วันนี้มาถ่ายเอ็มวีใหม่
พี่จิน “พอดีลุงกับทีมงานถ่ายอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าเรายังไม่ทราบว่ามีถ่ายเอ็มวี เราทราบแค่มาบันทึกเทปรายการ ทีนี้พอรถตู้มาถึงเห็นทางลุงกับน้องๆ แดนซ์เซอร์เต้นอยู่ ทางผู้จัดการก็เลยถามว่าจะไปร่วมแจมกับเขาด้วยไหม เราเลือดศิลปิน เราก็เลยกระโดดลงไปเลยค่ะ เลยได้มาร่วมกับลุงค่ะ”
ลุงพล “คล้ายๆว่าเอ็มวีเพลงนี้ ต้องมีพี่จินเข้ามาด้วย ก็ดีใจที่พี่จินมาได้จังหวะพอดี เรากำลังจะทำเอ็มวีเพิ่ม”
เหตุผลที่ต้องทำใหม่เพราะอะไร
ลุงพล “คือเอ็มวีที่ปล่อยออกไป ยังไม่มีจินตหรา มีแต่ผมคนเดียว ทางผู้จัดการก็เลยอยากให้พี่จินเขามาร่วมแจมในเอ็มวีใหม่ครับ วันนี้ก็รู้สึกดีมากครับ ที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่จินอีกครั้ง ตั้งแต่งานไหว้สาพญาเต่างอย พอมาวันนี้ก็รู้สึกสนิทขึ้น แล้วก็สามารถสื่อสาร ทำงานร่วมกันได้มากขึ้นครับ แต่ก็ตื่นเต้นครับ พี่จินเขาเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากนานแล้ว ผมได้มีโอกาสเข้ามากระทบไหล่คนดัง ก็เลยรู้สึกตื่นเต้น แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”
ตอนเต้นยังเขินๆ อยู่ไหม
ลุงพล “ก็ยังเขินอยู่ครับ เพราะว่าเรื่องทุกอย่างมันยังไม่คลี่คลายร้อยเปอร์เซ็นต์ คือตอนนี้พยายามทำให้ทุกคนมีความสุขในสิ่งที่เราพยายามสื่อออกไปให้ทุกคนเห็น การสื่อสารทุกวันนี้มันไปเร็วทุกอย่างทุกด้าน ก็เลยพยายามจะทำให้ทุกอย่างมันดูดี แต่ก็ยังเป็นกังวลอยู่ ยังไม่เต็มร้อย”
สิ่งที่กังวลที่สุดคือเรื่องอะไร
ลุงพล “เรื่องคดีน้องชมพู่นั่นแหละครับ ที่ทุกอย่างมันยังไม่คลี่คลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ผมแสดงออกมาได้ไม่เต็มร้อยเท่าไหร่ครับ หมายถึงว่าเราก็ยังยิ้มได้ไม่เต็มที่ครับ ยังอึดอัดใจอยู่ ทุกครั้งที่พยายามสื่อออกไป คือพอเราจะทำให้เต็มที่ มันก็มีเรื่องเข้ามา มันก็ทำให้ผมรู้สึกต้องเบรกไว้ก่อน”
เราก็ค่อนข้างแคร์กระแสที่เขามาเหมือนกัน
ลุงพล “ผมเองก็ไม่ได้ติดตามโซเชียลมากเท่าไหร่ เพราะผมเป็นคนที่โผงผาง เดี๋ยวทำอะไรก็จะรีบพูด รีบอะไรออกมา ก็พยายามที่จะไม่เปิดดูโทรศัพท์มากมาย แต่ก็มีกระแสข่าวออกมา มีคนมาพูดมาคุยให้ฟัง ก็รู้สึกว่าเราต้องตั้งสติแล้วนะ เราต้องทำอะไรออกมาให้มันดีที่สุด ไม่ให้กระทบกับคดีน้อง”

บันทึกเทปราบยการ
การที่เรามาร่วมงานกับจินตหราครั้งนี้ กระแสที่เราได้รับมาเป็นอย่างไรบ้าง
ลุงพล “เท่าที่ติดตามก็เป็นกระแสที่เรียกได้ว่ายอดวิวเยอะเนอะ ก็ดีใจกับพี่จิน ซึ่งผลงานเพลงพี่จินก็มีคุณภาพอยู่แล้ว ก็เชื่อว่าแฟนคลับที่ติดตามพี่จินมาตลอด น่าจะรู้สึกดี กับสิ่งที่ลุงและพี่จินได้ร่วมงานกัน”
หลายคนมองว่าลุงพลเด่นดังมาจากการเสียชีวิตของน้องชมพู่
ลุงพล “ประเด็นนี้ผมเชื่อว่า น่าจะเป็นคนที่ติดตามข่าว แล้วก็พยายามที่จะหาเบอร์โทรศัพท์ของลุงและป้าแต๋น แล้วก็พยายามให้กำลังใจ แล้วทุกวันนี้กำลังใจตรงนั้น เขาตามไปถึงที่บ้าน ทำให้ลุงต้องออกมาต้อนรับ ทุกอย่างมันเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจในเรื่องที่กำลังเจออยู่ครับ ผมมองเป็นกำลังใจครับ”
อีกมุมหนึ่งมองว่าเป็นการฉกฉวยโอกาส ไม่เหมาะสม
ลุงพล “ถ้ามีบางเพจ หรือว่าบางกระแส ที่บอกว่าลุงใช้จังหวะการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เพื่อที่จะหางานเข้าตัว หรือว่าทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง อันนี้ลุงยืนยันนะว่าลุงไม่ได้เกาะกระแส ที่ว่าน้องเสียชีวิตแล้วลุงจะฉวยโอกาสในจังหวะนี้ สร้างให้ตัวเองมีชื่อเสียง ผมเองก็ยังเป็นคนเดิม ที่อยากรู้ว่าใครทำกับน้อง ผมไม่ได้ต้องการพวกทรัพย์สินเงินทองอะไรมากมาย. แต่ช่วงนี้ผมไม่ได้ทำงานเลย ทุกวันนี้ผมอยู่ที่บ้าน ซึ่งใครจะมองยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเรื่องนั้นๆ ไม่ได้ออกมาจากปากผม ผมจะไม่มีความรู้สึกว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ แต่ถ้าใครอยากรู้จัก ว่าผมเป็นคนยังไง เกาะกระแสที่น้องเสียชีวิต แล้วฉวยโอกาสไหม อันนี้ผมคงไม่เก็บมาคิดครับ เพราะว่ามันไม่ใช่ประเด็นที่ผมต้องคิด ว่าคนเขาจะมองว่าฉวยโอกาสหรือเปล่า ผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีที่มีในครอบครัวมากกว่า”
“ถ้าพูดถึงเรื่องการทำเอ็มวี กับเอ็มวีของพี่จิน คือไม่ใช่ว่าเกาะกระแสนะครับ ทุกคนพยายามที่จะมาให้กำลังใจ ซึ่งอย่างของพี่จินเนี่ย เขาก็มีผลงานเพลงอยู่แล้ว ก็อยากจะให้กำลังใจลุง เลยอยากจะชวนลุงมาสร้างสีสันกับงานเพลง ทำให้ลุงไม่ท้อ ให้ต่อสู้ต่อไป ไม่คิดว่าเป็นการฉวยโอกาสครับ”
ลำบากใจไหม เวลามีคนมอบเงินทองมาให้ แต่ละครั้งก็เป็นจำนวนมาก
ลุงพล “การมอบเงินนี้ ยังยืนยันว่าไม่มีนะครับ ที่บ้านไม่มีการมอบเงินให้ผม ผมไม่ได้เปิดรับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น จะมีบางเพจบอกว่าลุงเปิดรับบริจาคเงิน ได้เงินหลาย 10 ล้าน ไม่มีครับ มีแต่คนที่ไปให้กำลังใจและผูกข้อมือเหมือนกับประเพณีของคนอีสาน จะมีให้เงินบ้าง แต่ทีละร้อยประมาณนี้ ผมก็ใช้เงินส่วนนั้น ซื้อน้ำเพื่อที่จะเอามาต้อนรับคนที่ไปให้กำลังใจ ก็ยังยืนยันว่า ไม่มีเงินเข้าในบัญชีผม ยืนยันครับ”
“ส่วนเงิน 1 แสนบาท เป็นเงินที่ทางผมได้มีโอกาสร่วมงานถ่ายเอ็มวีกับพี่จิน แล้วพี่จินก็ได้มอบสิ่งนี้ให้ผม เป็นสินน้ำใจบางอย่าง ที่พี่จินบอกว่าในเมื่อลุงได้มีโอกาสออกไปถ่ายเอ็มวีให้พี่จิน พี่จินก็มอบสิ่งนี้กลับมา ผมว่าเงิน 1 แสนบาท มันยังน้อยไป ถ้าเทียบกับกำลังใจที่พี่จินมอบให้”
อ่านข่าว :
จินตหรา หอบเงิน ให้ลุงพล ค่าขนมเยอะขนาดนี้ ร่ำไห้ ทุนการศึกษาลูก ชมพู่เข้าฝัน
จินเองก็โดนกระแสไปด้วยเหมือนกัน ในการชวนลุงพลมาร่วมงาน คิดอะไรถึงชวนลุงพล
จิน “ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะทำเพลงร่วมกัน คือตอนแรกๆ เกิดขึ้นจากที่มีงานไหว้พญาเต่างอยในวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ที่เราวางแผนกันกับผู้ใหญ่ทุกปีที่เราไป แต่เผอิญทางผู้จัดการเรา บ้านอยู่ใกล้ลุงพล ท่านไปถ่ายรูปกับลุง แล้วรูปมันเด้งขึ้นมา แล้วก็พูดว่าลุงพลกำลังดัง เชิญลุงพลมางานไหว้สาพญาเต่างอยดีไหม เพราะว่าเราไปร้องเพลงที่ไหว้สาก็บ่อยแล้ว คนจะเบื่อ เราไป 6-7 ครั้งแล้ว ถ้าเกิดลุงพลมา แฟนเพลงคงจะมาเยอะ ทางผู้ใหญ่ก็ติดต่อกัน หนูยังไม่รู้เลย”
ลุงพล “จริงๆ ก็มีอีกหลายค่ายนะครับ ที่เป็นค่ายเพลง แล้วก็เป็นผู้จัดการแล้วก็มีงานที่สกลนครด้วย งานไหลเรือนไฟ งานประจำปี ติดต่อมาก่อนหน้าพี่จิน ก็มีอีกหลายงาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานการกุศล ซึ่งผมก็ทำด้านนี้อยู่แล้ว จิตอาสาผมทำอยู่แล้ว”
ตอนนี้คดียังไม่สรุป ถ้าผลมันออกมาว่าลุงพลเป็นคนร้าย จะว่าอย่างไร
จิน “ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะมันเหมือนเราทำงาน แต่ก็ไม่ได้ไปมองถึงคดีของลุง”
ลุงพล “ผมเชื่อว่าผลงานที่ผมได้มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับพี่จิน ไม่ใช่เรื่องที่ไปกระทบกับคดีน้องชมพู่ ผมเชื่อว่าพี่จินน่าจะสบายใจ ไม่น่าจะมีอะไรเป็นห่วงครับ ก็ต้องตอบแทนพี่จินตรงนี้ ว่าถ้าเป็นบทเพลง การร้องเพลง การทำให้คนดูมีความสุข มันคือสิ่งที่เราพยายามสื่อออกไปกับบทเพลง ถ้าเกิดสิ่งไหนที่ทำแล้ว มันไปกระทบกับรูปคดีของน้องชมพู่ ผมก็จะปฏิเสธทุกเรื่องครับ”
คิดว่าลุงพลเสียงดีไหม
จิน “เสียงดีค่ะ เสียงดีไม่ดีดูได้จากตอนที่ลองอัดเสียงก่อนจะไปที่เต่างอย เพราะกลัวลุงลืมเนื้อ ก็เลยอัดเสียงมาก่อนไปเล่นคอนเสิร์ต แล้วทางผู้จัดการเอามาฟัง ก็บอกป้าด เสียงลุงดีจังเลย เลยขออนุญาตลุงปล่อยลงยูทูปไปเลย แล้วทีนี้ยอดมันก็เยอะ ก็เลยเลยตามเลย เลยเป็นต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ค่ะ”

ร้องเต่างอย
ถ้ายอดวิวเอ็มวีใหม่มันเยอะ ลุงพลจะได้รับส่วนแบ่งเยอะไหม
ลุงพล “อันนี้ยืนยันว่าผลงานเอ็มวีที่ออกมาใหม่ ผมก็ไม่ได้มีค่าตอบแทนอะไรกับพี่จิน ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ และคงไม่มีโอกาสได้คุย ถ้าผลงานที่ปล่อยออกไป มันมีกระแสตอบรับเยอะ ผมก็ดีใจกับพี่จิน ผมก็จะไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย เพราะว่ามันเป็นผลงานของพี่จินโดนตรง ไม่ได้เกี่ยวกับตัวผม จะบอกว่าพี่จินมาเกาะกระแสผม หรือผมไปเกาะกระแสความดังของพี่จิน มันคนละเรื่องกันครับ”
เราคิดยังไงกับคำว่ามาเกาะกระแสลุงพล
จิน “มันก็เหมือนคล้ายๆ เนาะ เพราะลุงก็ดัง อยากให้ลุงไปร่วมในงาน เพราะดูข่าวช่องไหนก็เห็นแต่ลุง ก็แบบว่าถ้าเกิดลุงมาร่วมคงจะดี เพราะลุงกำลังดัง ก็เอาลุงมาร่วม”
กลัวคนจะมองว่าเราเลือกข้างลุงพลไหม
จิน “เราไม่ค่อยได้เล่นโซเชียลค่ะ คือทางผู้จัดการจะรู้ดีกว่า เราคือเขาบอกให้ร้องเราก็ร้อง เขาบอกให้ทำเราก็ทำ แต่ว่าคนที่จะรู้คือผู้จัดการเราที่ไปคุย ทีนี้เขาบอกให้เราส่งเสียงไปขอบคุณลุง เราก็อัดเสียงส่งไปให้ คือทางผู้ใหญ่จะวางแผนให้ เรามีหน้าที่ทำตามว่าจะให้ทำอะไร”
เราเครียดไหม อยู่ๆ ก็โดนดราม่าไปด้วย เพราะมันก็ดูไม่ค่อยเหมาะสม
ลุงพล “จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องดีนะครับ การที่คดีน้องชมพู่ยังไม่ได้สรุปอะไรง่ายๆ ซึ่งเหตุการณ์นี้ ผมซึ่งเป็นคนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในสายตาของโลกโซเชียล ผมน่าจะเป็นคนที่คิดมากกว่าพี่จินด้วยซ้ำไป”
คิดไหมว่าอยู่ๆ ตัวเองจะดัง ทำอะไรก็เป็นกระแสไปหมด
ลุงพล “ไม่เคยคิดเลยครับ ว่าตัวเองจะมาจุดนี้”
ตอนนี้เริ่มมีงานรีวิวสินค้าเข้ามาแล้วใช่ไหม
ลุงพล “ก็มีบ้างครับ งานรีวิวสินค้าก็มีบางอย่าง ผมบอกว่าถ้าเป็นงานรีวิวสินค้า ผมก็ขอใช้ก่อน ถ้าใช้แล้วดี ก็จะรีวิวให้ครับ เป็นผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ครับ ที่เป็นคนไทยทำ ส่วนเรื่องงานโชว์ตัวก็มีของพี่ “อุ๊บ วิริยะ” ที่ท่านเห็นว่าช่วงนี้ผมไม่มีรายได้ในครอบครัว พี่เขาก็ให้โอกาส หางานเข้ามาให้”
ตอนนี้คือพี่อุ๊บเป็นคนดูแลเราเหรอ
ลุงพล “ไม่ใช่ว่าเป็นคนดูแลครับ พี่อุ๊บจะพยายามหางานให้ลุงกับป้าทำคู่กัน ประมาณนี้ครับ ไม่มีผู้จัดการส่วนตัวครับ ผู้จัดการนั่งอยู่ด้านข้างนี้ (ป้าแต๋น)”
ป้าแต๋น “ไม่ต้องสงสัยว่ามีผู้จัดการอะไรที่ไหน เพราะว่าทุกอย่างต้องผ่านป้า”
ลุงพล “บางสื่อบอกว่าลุงพลเลือก ไอซ์ สารวัตร (นักข่าวอมรินทร์) มาเป็นผู้จัดการ คือที่ผ่านมาตั้งแต่มีผู้สื่อข่าวลงมาในพื้นที่ติดเกาะคดีน้องชมพู่ มีไอซ์นี่แหละ ที่ได้ใกล้ชิด แล้วก็พยายามดูแลกันมาตลอด ไม่อยากให้สื่อออกจากพื้นที่ อยากให้สื่อช่วยดูคดีความต่างๆ ก็รู้สึกว่ามีโอกาสได้คุยกับไอซ์แล้วน้องไอซ์เขาน่าจะมีประสบการณ์ในด้านการทำงาน แล้วก็มีความรู้ความสามารถ เลยอาศัยน้องไอซ์เป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่ผู้จัดการครับ คือมันคงจะมีภาพหลุดออกไป เหมือนกับไอซ์พยามดึงลุงไปโน้นไปนี่ แต่ก็ยืนยันครับ ไอซ์ไม่ได้เป็นผู้จัดการ ผู้จัดการลุงคือป้าแต๋นครับ”
ป้าแต๋น “วลารับงานก็ต้องผ่านป้า ถ้างานไหนที่เรารับแล้วแล้วเราจะไม่สบายใจ เราก็ปล่อย เอาที่เราสบายใจ”
ตอนนี้ค่าตัวขนาดไหนแล้ว
ป้าแต๋น “ไม่กล้าตั้งอะไรมากมาย เพราะว่าเราก็ชาวบ้านธรรมดา ไม่เคยคิดว่าจะเอาโอกาสทางด้านนี้ ถ้ามันเยอะไปเราก็เกรงใจเขา”
จริงไหมที่บอกว่างานรีวิวสินค้างานหนึ่งเป็นแสนแล้ว
ลุงพล “ตอนนี้ยังไม่มีมานะครับ ที่ว่าเป็นแสน แต่ก็น่าจะมีนะ เพราะว่าผมเชื่อว่ามันคงมีโอกาสได้ทำ ได่รีวิวตรงนั้นครับ”
ตอนนี้มีติดต่อเข้ามาเยอะไหม
ป้าแต๋น “ไม่เยอะหรอกจ้ะ เพราะทุกอย่างก็คือมีแล้วก็ต้องพิจารณาอะไรอีกมากมาย ประสบการณ์การเราไม่มี ก็ต้องหาคนที่มีความรู้ช่วยเรามากกว่า อะไรที่เราไม่มั่นใจ เราก็จะไม่เสี่ยงกับงานตรงนั้น เพราะคดีก็ยังไม่เรียบร้อย เราไม่กล้ารับอะไรที่มันผูกมัดเรา ก็รับเล็กๆ น้อยๆ ไป“
ไอซ์ เป็นที่ปรึกษา แล้วพี่อุ๊บอยู่ในฐานะอะไร
ป้าแต๋น “แกยังไม่ได้ว่าอะไรนะคะ แกอยากช่วย ก็คือปรึกษาเหมือนกับน้องไอซ์นี่แหละ ประสบการณ์แกเยอะ แกบอกว่างี้ ถ้าคนมาลักษณะนี้ แบบนี้ จะเป็นยังไง ควรทำยังไง คือเป็นที่ปรึกษาก่อ ถ้าผู้จัดการจริงๆ ไม่มี เราก็ยังเหมือนเดิมอยู่สองผัวเมีย”
สองคนนี้จะได้รับส่วนแบ่งด้วยไหม
ป้าแต๋น “ไม่มีค่ะ ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ และยังไม่เคยพูดไม่เคยคิดด้วยค่ะ”
งานแบบไหนที่จะรับให้ลุงพลรีวิว
ป้าแต๋น “ก็แล้วแต่นะ มันต้องดูว่าดีสำหรับลุงไหม เสียหายไหม ก็ต้องดูเยอะๆ”
ลุงพล “สินค้าทุกอย่างที่เราจะรับ คือถ้าไม่กระทบกับรูปคดี ลุงกับป้าก็ยินดีรับฟัง แต่ก็ต้องดูเรื่องสรรพคุณต่างๆ ของทุกอย่างที่เขาจะให้เอามารีวิว ผมก็ยังยืนยันว่าต้องได้ใช้ก่อนทุกครั้ง ถึงจะสามารถรีวิวได้แบบเปิดใจ”
ลุงพลตอนนี้ ยังมีสถานะเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ไหม
ลุงพล “ถ้าในสายตาของพ่อแม่ชมพู่ ก็เป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ แต่ว่าถ้าเป็นทางด้านของเจ้าหน้าที่ เขาก็พยายามออกมาพูดว่า เจ้าหน้าที่ไม่เคยพูดว่าลุงเป็นผู้ต้องสงสัย”

ไพเราะมาก