นุ้ย สำนึกผิด เคยทำไม่ดี อารมณ์ร้อน ล็อกคอเมีย บ้านแทบแตก ไหว้ขอขมาแม่ยาย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เป็นพ่อบ้านที่ขึ้นชื่อว่า รักครอบครัวที่สุดอีกคน สำหรับนักแสดงตลกอารมณ์ดี นุ้ย เชิญยิ้ม ที่ได้มาโชว์ลูกคอร้องเพลงใหม่ล่าสุด รอน้องกลับนา ในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 พร้อมทั้งนั่งพูดคุยอัพเดต ถึงผลงานเพลงและค่ายที่เป็นความฝันของตัวเอง และเผยถึงความรู้สึกผิดที่ได้ก่อจนทำให้บ้านแทบแตก ทะเลาะตั๊กรุนแรง ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเพราะความอารมณ์ร้อนของตัวเอง

เพลงที่นำมาร้อง คือเพลง รอน้องกลับมา?

ตอนแรกมีแค่เนื้อเพลงมาก่อนยังไม่ได้มีชื่อเลย ชื่อเพลง รอน้องกลับนา ได้มาทีหลังจากที่เราทำเนื้อเพลงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเนื้อหาของเพลงก็ประมาณว่ารอน้องในหนองในบึงรอเธออยู่นะ มีกลิ่นอายลูกทุ่งอยู่ครับ”

เป็นคนที่ชอบร้องเพลงมากๆ เพราะครั้งที่ ตั๊ก ภรรยา มาออกรายการบอกว่า นุ้ย ชอบร้องคาราโอเกะมาก ร้องได้ทั้งวัน?

“เราก็บอกเขาว่าถ้าคุณไม่ให้เราร้องที่บ้าน หรือจะให้เราไปเปิดคาราโอเกะร้องที่อื่นล่ะ เขาก็บอกว่าร้องที่บ้านเถอะ เราก็ร้องตั้งแต่เช้า คือเราร้องแล้วเราก็ไลฟ์สดด้วยครั้งหนึ่งก็ 2-3 ชั่วโมง แล้วคนดูต้องไม่เกิน 20 คน เพราะเราคอยไลฟ์แล้วทีนี้ ไอ้แจ๊ส แกล้งเราไง แชร์ที่เราไลฟ์ไปแล้วคือ แฟนมันมีแต่เกรียนๆก็เข้ามาคอมเมนต์แซวเราเต็มไปหมด ไม่ได้มีขอเพลงมาเลย หลังๆมาเรากำหนดไว้เลยไม่เกิน 20 คน ถ้าเกิน 30 ผมปิดไลฟ์เลย คือเราอยากให้คนที่เขาอยากฟังเพลงจริงๆเข้ามาฟังในไลฟ์ แต่ถ้าถามโน้นนี่ไม่ต้องเลย ใครถามเพลงอะไรมา เราก็สามารถตอบได้หมด สายัณห์ ดังปีไหนเราก็ตอบได้ ต้องลูกทุ่งเท่านั้น หรือบางวันอาจจะเป็นเพื่อชีวิตบ้างเพราะแนวไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่”

นุ้ย อยากเป็นนักร้องเหรอ?

“คือผมอยู่วงดนตรีมาตั้งแต่อายุ 13 เป็นเด็กเก็บของตั้งของ พอรถขนของมาถึงผมก็เตรียมขนของเอามาตั้งบนเวที แล้วก็เก็บของขึ้นรถ ก็ชอบร้องเพลงตั้งแต่ตอนนั้น แต่เราได้เล่นตลก แต่ก็ได้ร้องเพลงก่อนนะครับ ก่อนที่จะเล่นที่วงเขาเห็นเราร้องเพลงได้ร้องเพลงดี แล้วเราก็เล่นตลกด้วย”

เพราะรักการเพลงมากเลยเปิดค่ายเพลงเลย?

“ใช่ครับ ชื่อว่า ลีลาเรคคอร์ด รายได้ไม่มี แต่รายจ่ายถล่มถลายเลย ศิลปินท่านแรกก็ทำรายจ่ายถล่มเลยครับ แล้วปิดไม่ได้ด้วยเพราะผมทำสัญญา 200 กว่าปี ผมเคยออกอัลบั้มแล้วครับ อัลบั้มแรกที่ทำคือ อย่าบอกใครนะ คือจะบอกว่าอัลบั้มนั้นทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้เลย ทำมา 12 ปีแล้ว ในอัลบั้ม 12 ปี แล้วเงียบทุกเพลง (หัวเราะ)”

นอกเหนือจากเปิดค่ายเพลงแล้ว ยังทำหนังอีกต่างหาก เป็นยังไงบ้างในการลงทุน ?

“หนังใหญ่มีทุนการทำหนังอยู่ 4 ล้านครับ ตอนนั้นเราขอให้เพื่อนพี่น้องในวงการตลกทั่วฟ้าเมืองไทยมาช่วยกัน รวมถึงภรรยาของผมด้วย ตอนนั้นให้เขามาเล่น รับบทเป็นยาย ตอนแรกว่าจะให้เขาเข้าสักฉากสองฉาก แต่เล่นยาวเลย มีบู๊ด้วย แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เราให้คนมาแสดงแทนตรงนั้น แต่เพราะเขาต้องรับบทเป็นยายต้องแต่งหน้าเยอะ แล้วคือตั๊กเขาเป็นคนที่ห่วงหน้ามากเลย ต้องทำเอฟเฟ็กต์ที่หน้าเผื่อให้ดูแก่แล้วต้องทากาวทั้งหน้า แล้วคือหน้าเขาผื่นขึ้นเต็มหน้า เขานั่งร้องไห้เลย เราก็สงสารเขาเลยตอนนั้น แต่เพราะเล่นไปแล้วก็เล่นให้จบแล้วกัน ไม่ได้ค่าตัวด้วยนะครับ (หัวเราะ) เราก็รักษาหน้าให้เขา แต่เงินที่ลงทุนทำหนังไปมันก็เข้าเนื้อเลยไปอีกเกือบล้านเราก็มีของเอาไปขาย ไปกู้เขามาอีก ภรรยารู้ก็ผ่านมา 2 ปีแล้วครับ คือที่กู้มาเอาไปให้ตั๊กเขาไงเขาจะได้ภูมิใจว่าเราทำหนัง เราประสบความสำเร็จนะ แต่สุดท้ายคือ เราหมุนเงินไม่ทัน เราก็เลยต้องบอกเขาตรงๆว่า แม่พ่อไปกู้เงินมานะ ทองอะไรพ่อขายไปหมดเลยนะ เขาก็ถามว่าขายไปทำไม เราก็บอกว่าเอาไปทำหนัง เขาไม่พูดอะไรเลยสักคำ เพราะโกรธมาก แต่เขาก็โกรธไม่นานก็หาย เราก็อธิบายให้เขาฟังว่าเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง เขาก็เข้าใจ เราคงไม่ทำหนังอีกแล้วในชีวิตนี้ หนังที่ทำตอนนั้นชื่อเรื่องว่า ยายสั่งมาใหญ่”

นุ้ยกับตั๊กรักกันมาก ไปทำงานกลับบ้านมาเหนื่อยขนาดไหนก็ต้องเข้าครัวทำกับข้าวให้สามีทาน ?

ไม่ต้องก็ได้นะ ขนาดไข่น้ำที่ว่าทำง่ายๆแล้วยังไม่ได้เลย เราก็บอกเขาไปตามตรงเลย เพราะวันนั้นที่เขาทำให้เราทาน แล้วเขาถามว่าอร่อยไหม เราก็บอกว่าเอาความจริงเลยนะ ไม่อร่อย (หัวเราะ) เขาก็บอกว่าดีแล้วที่พูดแบบนี้ เพราะถ้าเราบอกว่า แม่อร่อยสุดยอดเดี๋ยวเขาทำตายเลยทีนี้”

ถึงจะรักกันมากขนาดไหน แต่ก็มีทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลย เรื่องมันเกิดจากอะไร?

“คือเรื่องมันเกิดจากการสั่งกาแฟ เราสั่งให้แม่บ้านที่บ้านชงกาแฟไปแล้ว ทีนี้ตั๊กเขาก็เดินมาสั่งอีกเราก็บอกตั๊กว่า พ่อสั่งให้เรียบร้อยแล้ว มันไม่มีสาระที่จะมาทะเลาะอะไรกันเลย แต่วันนั้นเราต้องขับรถไปทำงานด้วยกัน เราเลยขับเร็ว 130 เลยแล้วเหยียบเบรก เขาก็หงายหน้าหงายหลัง เราตั้งใจขับแบบนั้น พอเข้าปั๊มจะไปเติมน้ำมัน เขาเปิดประตูจะหนีออก ผมล็อคคอเขาเลยไม่ให้ไปความวุ่นวายทั้งหมดเกิดในปั๊ม เขาก็ร้องว่าช่วยด้วยๆชายกระโปรงขึ้นมาอยู่ที่คอ เด็กปั๊มก็มองเอาไงดีๆ เขาก็ถามว่าพ่อมาทำกับแม่แบบนี้ทำไม เราก็บอกเขาว่าพ่อสั่งกาแฟแล้วแม่มาสั่งซ้ำไม่ให้เกียรติกันเลยแล้วแค่นี้นะ เราก็ปรับความเข้าใจกันในปั๊มสัก 15 นาทีเราเปิดอกคุยกัน”

“คนเรามันก็มีเรื่องบ้างปากเสียงต้องมีทะเลาะกัน แต่เรื่องแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น เราเข้าใจครับวันนั้นว่าเราผิด ต้องบอกว่าผมตอนนั้นเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง เป็นคนที่อารมณ์ร้อน หงุดหงิดง่าย มันคือนิสัยเลย สะสมความที่เราเอาแต่ใจตัวเองมานจนถึงเมื่อปี 62 เอานิสัยไม่ดีของตัวเองตรงนี้ไปทะเลาะกับเขาอีกที่เพชรบูรณ์ อีก 1 กิโลถึงวัดผาซ่อนแก้วแล้วแต่รถติดมาก เพราะเป็นเทศกาล แต่รถติดมากเราก็หงุดหงิดมากเราตะโกนเลย กลับ ในรถมีเพื่อนแม่ แม่ ทั้งรถคือเงียบทั้งคันก็กลับกันเลยมาที่พิษณุโลก พอถึงที่บ้านแม่คือ ด่าเราไม่ต้องกลับมาที่บ้านอีกเลย แต่ตั้งแต่วันนั้นมาทำให้เราสำนึกรู้สึกตัวเองเลย ทุกสิ่งทุกอย่างพังเพราะอารมณ์เราหมดเลย พอเราสำนึกได้เรากลับไปขอโทษแม่ยายเข้าไปขมาแต่เขาไม่ยอมคุยกับเราเลย แต่ตอนวันเกิดเราเขาก็ไลน์มา บอกว่า ขอให้ลูกมีความสุขมากๆนะในวันเกิดปีนี้ ขอให้ครอบครัวมีความสุข และลูกมีหน้าที่การงานดีๆยิ่งๆขึ้นไป แม่ขออวยพรให้ลูกนะ และอย่ากวนส้น_นแม่อีก แต่ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องที่เราทำวันนั้น ยังไม่ได้เจอหน้าแม่ยายเลย เพราะเราไม่ได้กลับที่พิษณุโลกด้วยครับ แต่ถ้าได้กลับไปเราก็ตั้งใจที่จะไปขมาอีกครั้งแบบจริงจัง แต่ตอนนี้แม่ก็ยังโทรมาอยู่เพราะแม่เขาจะจัดกฐินในเดือน ตุลาคมนี้”

ก่อนที่จะกลับไปพิษณุโลกอยากจะบอกอะไรแม่ยายไหม ในสิ่งที่เราทำผิดพลาดไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ?

ขอบคุณแม่มากๆ ขอบคุณแม่อ้อยที่ให้ความรัก เมตตานุ้ยเหมือนลูกแท้ๆของแม่เลย ตั้งแต่คบกับตั๊ก ตั้งแต่แต่งงานกันจนปัจจุบันนี้ แม่ก็ยังเมตตาผมอยู่ สิ่งไหนที่ผมทำไม่ดี สิ่งไหนที่ผมทำให้แม่ร้องไห้ ทำให้แม่ไม่สบายใจ ผมขอโทษแม่ตรงนี้ด้วยนะครับ เดี๋ยวถ้าผมขึ้นไปที่พิษณุโลกเมื่อไหร่ผมจะไปกราบขอโทษแม่อีกครั้งนะครับ รักแม่นะครับ”

 

ขอบคุณภาพจาก IG : nui_chernyim, tucknuipooh

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน