เอ พศิน แจงเปลี่ยนสถานภาพสามีภรรยา เป็นเพื่อน เป็นครอบครัวอยู่บ้านเดียวกัน ช่วยกันดูแลลูก เชื่อน้องเลโก้เข้าใจรับได้ แตงกวา ปัดเป็นทอม เผยความรักไม่จำกัดเพศ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งครอบครัว ที่เกิดหลายกระแสในสังคมหลังจากได้เปลี่ยนสถานะจากสามีภรรยามาเป็นเพื่อน เป็นพ่อแม่ที่ดูแลลูกร่วมกัน แต่ยังอยู่บ้านเดียวกัน อย่างนักแสดงหนุ่ม เอ พศิน กับอดีตภรรยา แตงกวา จิราพร ที่ล่าสุดทั้งคู่ได้มาเปิดใจในรายการคุยแซ่บSHOW ทางช่องวัน 31 ที่มีหนิง ปณิตา และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร พร้อมทั้งยังได้ถามถึงการรับรู้สถานะพ่อแม่ของน้องเลโก้วัย 5 ขวบเกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน
มีข่าวเลิกราปีที่แล้ว วันนี้กลับมาอยู่ด้วยกัน?
เอ : “สถานภาพมันเปลี่ยนไป มันเป็นเรื่องครอบครัว เรารักษาครอบครัวเอาไว้ แต่ละคู่มีปัญหาต่างกันและวิธีการแก้ปัญหาต่างกัน อยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ 2 ปีกว่านิดๆ”
แตงกวา : “ตอนที่เป็นข่าวกันก็ไม่เคยมีใครถามว่าเราต้องแยกออกจากกันหรือเปล่า”

มีคนบอกสร้างกระแสว่าอยู่ด้วยกัน แต่จริงๆ ไม่?
แตงกวา : “แสดงว่าเขามองแคบไป อย่าเอาความคิดตัวเองมาตัดสินคนอื่น เพราะทุกคนไม่เหมือนกัน แต่หนูคิดดี ให้มันเป็นเรื่องดีๆ ที่ไม่ทำให้เราแย่”
เอ : “เขามองจากมุมมองของเขา ทุกคนคิดต่างได้ เพราะทุกคนไม่ได้รู้ไม่ได้เห็น แต่คนที่เห็นครอบครัวของเรามากที่สุดคือลูกชาย รู้ทุกเรื่อง รู้ทุกอย่าง สัมผัสได้ถึงสิ่งที่เราทำให้เขาก็คือเขา สิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่ในชีวิตลูกความรู้สึกของลูก”
อยากฝากอะไรถึงคนอื่น เพราะถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่เลิกกันแล้วยังอยู่ด้วยกัน?
เอ : “เราไม่ค่อยได้สื่อสารออกไป รู้สึกว่าเราแตกต่างกับสิ่งที่เราทำ แต่ว่าเราไม่ได้ปกปิดทุกคนก็จะตั้งคำถาม เพราะเราเป็นครอบครัวไปไหนด้วยกัน กินข้าวทำกิจกรรม มันก็เกิดคำถาม เราเป็นบุคคลสาธารณะก็มีหน้าที่ตอบในสิ่งที่เราเป็น”
ยังกลับมารักกันเหมือนเดิมได้ไหม?
เอ : “มันเป็นเรื่องอ่อนไหว เรื่องของรสนิยมบางอย่างด้วย เรื่องฮอร์โมนเรื่องเคมีด้วย เรื่องเหล่านี้เปลี่ยนไปได้ตลอดในชีวิตคน มันเป็นวิทยาศาสตร์ เราให้เกียรติกัน เรามีข้อตกลงพอเราเปลี่ยนสถานะภาพ คืนอิสระในการตัดสินเรื่องต่างๆ ในชีวิตให้แก่กัน แต่เราก็คุยกันทุกเรื่อง”

เรื่องรสนิยมเป็นไปตามข่าวที่แตงกวาประกาศ?
แตงกวา : “ถ้าทอมจริงๆ เขาไม่คบผู้ชาย”
เอ : “แตงกวาอยู่ในประเภทมีความหลากหลายทางความชอบส่วนตัว”
วันที่เริ่มคบกันยังไม่รู้ตัวว่ามีความชอบแบบนี้?
แตงกวา : “รู้อยู่แล้วค่ะ พี่เอก็รู้อยู่แล้ว ก่อนรู้จักพี่เอตั้งแต่ประถมเลย แตงเคยแอบชอบเพื่อนผู้หญิง เพราะเขานิสัยดี เฟรนลี่ แต่ตอนนั้นคงยังไม่รู้ตัวเพราะยังประถมอยู่ จะมารู้ตัวตอนไปเรียนผู้ช่วยมั้งคะ”
เคยคบคนเพศเดียวกันมาก่อน?
แตงกวา : “เคยคบค่ะ แต่ไม่ได้ลึกซึ้งขนาดนั้น คบแบบช่วยเหลือกันจุนเจือกัน แบบรักนะแต่ไม่มีหึงหวง”
เอ : “เขาก็เล่าให้ผมฟัง เรารู้ทุกเรื่องของกันและกัน คนเรามีทั้งดีและไม่ดีในหลายๆ มุม พอเรายอมรับกันได้เข้าใจกันก็อยู่ร่วมกันได้”
หลายกระแสบอกเปลี่ยนลุกส์เพราะอยากอยู่กับพี่เอ?
แตงกวา : “อย่าคิดแทนหนูสิคะ อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว พอเลิกกันก็อยู่ด้วยกัน มันไม่ได้แยกกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ได้ปิด”
เอ : “ทุกอย่างที่คนสงสัยเข้าใจผิด มันเป็นเรื่องของการเดินทางรู้จักตัวเอง รู้จักเป้าหมายสิ่งที่อยากทำ ความชอบอะไร ถนัดอะไร จนมาวันนี้เขาเจอแล้วว่าเป็นความสามารถทางการถ่ายภาพ ทุกอย่างชีวิตมันมีจุดเปลี่ยน ผมคิดว่าการยอมรับในธรรมชาติของเขา มันทำให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น เพราะเขาคือครอบครัว”

ถ้าต่างฝ่ายต่างไปชอบใคร?
แตงกวา : “เรื่องของพี่เขาค่ะ (หัวเราะ) เรื่องส่วนตัวเราจะไม่ค่อยยุ่งกัน แต่ปรึกษากันได้”
ก่อนหน้านั้นมีข่าวพี่เอมีคนคุยแล้ว?
เอ : “ผมคุยกับคนเยอะไปหมดเลย เพราะว่าเราทำงานในวงการนี้ พอโฟกัสเรื่องเวลาเราไม่สามารถเอาเวลาไปแชร์กับเขาได้ ทุกวันนี้อยู่ที่ไหนก็อยากกลับบ้านมาเจอลูก เพราะพัฒนาการของลูกเปลี่ยนไปแทบจะทุกวินาที อันนี้คือแหล่งพลังงานของผู้ชายที่ดีที่สุด เราจะเอาเวลาไปเสียข้างนอกทำไมกลับมาบ้านดีกว่า ผมไม่มีที่ไปบ้านก็เป็นบ้านที่ร่วมกันสร้างให้เขา เราเลยมีเป้าหมายเดียวกันว่าอย่างแรกที่อยากจะทำมากที่สุดไม่ใช่เรื่องเงินทอง แต่เป็นเรื่องครอบครัว”

แตงกวา : “ใครมาดีก็คุย ใครเข้ามานิสัยดีช่วยเหลือเราดีไม่เอาเปรียบ อันนี้ไม่พูดถึงเพศนะคะ ทุกคนจะเข้ามาเป็นผู้ใหญ่ ทีแรกก็มาเป็นงานเป็นการก่อน แต่ก็ยังไม่มีใครคบคะ สเป๊กคือชอบคนที่ดูโต มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ตอนนี้ยังไม่ได้โฟกัสตรงนี้คิดแค่เรื่องธุรกิจกับงาน”

เอ : “โฟกัสเรื่องลูกกับเรื่องงานอยากให้เขามีบ้านที่แข็งแรง ซัพพอร์ตสิ่งที่เขาอยากจะทำจริงๆ เพราะว่าตอนเด็กๆเราอยากทำหลายอย่าง แต่เกรงใจพ่อแม่”
ใครจะเข้ามาต้องผ่านด่านซึ่งกันและกัน?
เอ : “ใช่ครับ เพราะเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราและของลูก มันเป็นไปไม่ได้ที่ถ้ารู้จักเราจะไม่เจอลูกไม่เจอแตงกวา มันเป็นรื่องของอนาคต หลายคนที่เข้ามาไม่ผ่านก็เป็นเพื่อนกัน”
เข้ามาในชีวิตคืออยู่ในบ้านหลังเดียวกันหมด?
เอ : “ไม่ใช่ครับ บ้านหลังนี้เป็นสิ่งแวดล้อมของลูกชาย เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมของลูกชายมันคือครอบครัวที่มีเราๆ”
แตงกวา : “ให้มาเห็นมาความสัมพันธ์เรามันชัดเจนนะว่าเป็นพี่เป็นน้องกัน ให้เขามารู้แล้วให้เขาสบายใจ”
ในอนาคตถ้าไม่มีใครเลยแล้วมีคนเชียร์ให้อยู่ด้วยกันแบบสามีภรรยา?
เอ : “มันก็แล้วแต่เคมี วันนึงผมอาจจะเปลี่ยนก็ได้ใครจะไปรู้ ปัจจุบันเราแฮปปี้มากเลย เราคุยกันเข้าใจไม่เคยทะเลาะกันเลย และเราก็มีเป้าหมายเดียวกันคือลูก ก็อยู่กับปัจจุบันดีกว่า”

ตอนนี้ยังรักกันไหม?
แตงกวา : “รักอยู่แล้วค่ะ”
เอ : “ต้นกำเนิดมันมาจากความรัก ความรักไม่ได้มาจากความฉาบฉวย มันคือความเข้าใจ ความเมตตา อีกเลเวลนึงแล้ว”
เวลามีใครมาคุยกับอีกฝ่ายมีอารมณ์หึงบ้างไหม?
แตงกวา : “เฉยอ่ะค่ะ”
เอ : “มันเป็นความห่วงใยมากกว่า”

หมดรักในเชิงครอบครัว เป็นรักแบบเพื่อน?
แตงกวา : “มันมากกว่าเพื่อนธรรมดา คือตายแทนกันได้ประมาณนั้น”
เอ : “คำว่ารักมันไม่ได้ฉาบฉวยขนาดนั้น มีอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถสื่อสารออกมาได้”
น้องเลโก้รู้ไหมว่าเราทั้งคู่เป็นแค่พ่อแม่?
แตงกวา : “หนูเคยบอกเขาว่าแม่กับปาป๊าเป็นเพื่อนกันแล้วนะ แต่เป็นเพื่อนที่รักกันมาก เขาโอเคมากค่ะ ถามน้องเลยก็ได้เพราะว่าเราก็ตอบแทนไม่ได้”
ถ้าคุณแม่หรือคุณพ่อมีเพื่อนเลโก้โอเคไหมครับ?
เลโก้ : “โอเค”
เลโก้รู้ไหมครับว่าพ่อกับแม่ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว?
เลโก้ : “รู้ครับ”
เลโก้หวงใครมากกว่ากันพ่อหรือแม่?
เลโก้ : หวงแม่”
อธิบายให้ลูกเข้าใจยังไงระหว่างความเป็นเพื่นกับความเป็นแฟน?
เอ : “ผมพยายามสอนให้เขารักแม่ เพราะมีไอดอลคือน้องนายลูกแม่หมู เขากตัญญูต่อแม่ เขาเป็นสุภาพบุรุษอยากให้เขาเป็นแบบนั้น”
จะอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?
แตงกวา : “หนูคิดแค่ว่ารอเลโก้ให้บรรลุนิติภาวะ มีความคิดที่สตรองก่อน เดี๋ยวเขาจะคุยกับเราเอง”
เอ : “เดี๋ยวนี้เด็กเป็นวัยรุ่นก็ใช้เหตุผลคุยกับเราได้แล้ว เพราะว่าเขารู้ทุกมุมในชีวิตของเรามาตลอดอยู่แล้ว”
คิดว่าลูกเข้าใจแบบที่เราอยากให้เข้าใจไหม?
เอ : แน่นอนครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้เด็กรุ่นใหม่มีคือธรรมะ เราอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของจิตใจ ผมพยายามปลูกผักให้ลูกเรียนรู้ธรรมะพร้อมศิลปะ พ่อแม่ยังเข้าใจกันแล้วทำไมลูกจะไม่เข้าใจในเมื่อเขาอยู่ตรงกลาง”
ถ้าวันนึงน้องไม่เข้าใจจริงๆ วางแผนสำรองไว้ยังไงบ้าง?
เอ : ไม่ได้วางแผนครับ เพราะว่าวันนั้นมันยังมาไม่ถึง แต่เรามีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถทำให้เขาเข้าใจได้ และเขาจะมีความสุขกับความเข้าใจนั้นเหมือนที่เรามี”
แตงกวา : “หนูเป็นคนไม่คิดมากอยู่แล้วค่ะ ทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต หนูคิดแค่วันนี้ทำให้ดีที่สุด”
จะสอนให้ลูกรับมือกับสภาพแวดล้อมสังคมกับการเป็นลูกดาราแล้วมีข่าวแบบนี้?
เอ : วิธีเดียวของครอบครัวเราคือต้องเชื่อมั่นในตัวเขา เพราะผมก็รับได้ แตงกวาก็รับได้ ผมเชื่อมั่นว่าเขาสตรองเพราะเขาเป็นลูกเรา”

กลัวลูกสับสนเรื่องเพศของแม่ไหม?
แตงกวา : “ก็บอกตรงๆ ไปเลยค่ะ ในวันที่เขารู้เรื่องแล้ว”
อยากบอกอะไรซึ่งกันและกันเรื่องอนาคตข้างหน้า?
เอ : “ผมยังยืนยันกับเขาว่า ผมเคยรับปากคุณพ่อเขาจะไม่ทิ้งเขาตลอดชีวิต ทุกวันนี้ก็ยังรักษาสัญญา”

แตงกวา : “ไม่ว่าจะยังไง พี่เอเขาดูแลหนูอย่างดีมาก หนูจะเป็นเด็กดีให้เขา จะเชื่อฟังเขาให้มากขึ้น”

คลิปสัมภาษณ์ย้อนหลัง เอ พศิน และ แตงกวา

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน