วันที่ 27 ก.ย. ที่ Zen Gallery ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์ นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวเปิดตัว “Moto g5S และ Moto g5S Plus” ถึงเหตุการณ์ที่โดนปาแก้วใส่ขณะกำลังร้องเพลงในงานเลี้ยงสังสรรค์ภายในของบริษัทแห่งหนึ่งที่ต่างจังหวัด รวมถึงเรื่องที่ ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ แฟนสาว ใกล้เรียนจบจากประเทศอังกฤษและจะเดินทางกลับเมืองไทยในอีกเวลาไม่ถึงเดือน

เริ่มจากเรื่องแรกก่อน ‘ว่าน’ เล่าถึงเหตุการณ์ที่โดนปาแก้วให้ฟังว่า “เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นนานแล้ว จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็มีหลายคนพยายามที่จะติดต่อมาทางค่ายเพื่อสอบถามเรื่องนี้ แต่ผมบอกว่าไม่ต้องพูดดีกว่า เนื่องจากงานที่ไปเล่นเป็นงานเลี้ยงบริษัท แล้วข่าวที่ออกไปก็น่าจะทำให้ตัวเจ้าของเรื่องลำบากพอแล้ว ผมเลยไม่อยากจะตอบอะไรมาก

แต่ว่าพอมีโอกาสจะได้พูดวันนี้ก็อยากแจ้งให้ทราบว่ามันไม่มีใครบาดเจ็บอะไรเลย ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาสนุกในวันนั้น อาจจะเกินเลยไปบ้างก็ไม่เป็นไรเพราะมันไม่โดน ทางเจ้าของงานและทางออร์แกไนส์ก็ส่งดอกไม้มาขอโทษ ซึ่งผมรู้สึกว่ามันเกินเลยไปที่ต้องทำอะไรแบบนั้น รู้จักกันอยู่แล้วแค่โทร.มาก็พอ”

“ในตอนนั้นผมตกใจตอนที่แก้วมันแตกไปแล้ว คือตอนแรกไม่เห็นเพราะมองคนดูอยู่ จนมันใกล้จะจบเพลงนั้นพอดีแล้วก็มีเสียง “โบร๊ะ” แล้วแก้วก็แตก ส่วนที่มีคนชื่นชมว่ามีสปิริตดีที่ยังอยู่ร้องเพลงจนครบ อันนี้ก็ชมกันเกินเลยไป อย่างที่บอกว่าตอนนั้นผมยืนร้องเพลงอยู่ปกติ

โอเคว่าพอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมันก็อันตราย ทางผู้จัดการของผมก็ขึ้นมาบอกว่าน่าจะตัดเพลงได้แล้วเพราะเหลืออีกไม่กี่เพลง แต่คนที่อยู่หน้าเวทีไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้หญิง ซึ่งพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้น แล้วมันก็เหลืออีกเพลงเดียวก็จะจบโชว์อยู่แล้ว ผมก็เลยร้องต่อแล้วกัน

ถามว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ฝังใจหรือเปล่า ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ยังร้องเพลงต่อไปเรื่อยเปื่อย แต่คนที่ฝังใจน่าจะเป็นทางคนจัดงานมากกว่า ซึ่งก็ได้คุยกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ”

ถามถึงเรื่องที่ ‘ฟาง’ แฟนสาวใกล้จะกลับเมืองไทยแล้ว นักร้องหนุ่มกล่าวว่า “ใช่ครับ อีกไม่ถึงเดือนเอง ผมก็รอเป็นปกติอยู่แล้วเพราะว่าก็ครบวาระหนึ่งปีที่น้องไปเรียนหนังสือ ส่วนรูปและแคปชั่นที่ลงในไอจีว่า “มันคุ้มกับวันเวลาที่เฝ้ารอคอย” นั้น คือคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมันก็จะมีบางวันที่รู้สึกหวามๆ บ้าง พอได้ดูภาพเก่าๆ ก็เห็นว่ารูปนี้น่ารักดี

ถามว่าพอห่างกันแล้วมันทำให้ความคิดถึงยิ่งมีค่าหรือเปล่า นี่ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของผมเพราะไม่เคยมีแฟนที่ต้องไปเรียนต่อเมืองนอก พอได้เผชิญสถานการณ์แบบนี้ดูก็รู้สึกว่าเวลาคิดถึงกันมันหนักกว่าที่เคยเป็น แต่ก็ดีครับ

ถ้าน้องกลับมาก็คงใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้ว่าจะมีเลี้ยงต้อนรับหรือมีแพลนไปเที่ยวด้วยกันที่ไหน เพียงแค่ว่ามันก็จะอยู่ในระยะที่ใกล้มือแล้ว เอาจริงๆ พอน้องใกล้จะกลับมามันไม่ได้เป็นความรู้สึกที่ว่าตื่นเต้น แค่ตอนนั้นรู้สึกว่าช่วงเวลาที่จะไม่ได้เจอกันผมคิดว่ามันจะนาน แต่พอผ่านเวลาไปจริงๆ มันก็ผสมกันระหว่างนานกับแป๊บเดียวในช่วงเวลาปีหนึ่ง”

“ถามว่าหนึ่งปีที่ห่างกันไปมีความไว้ใจเชื่อใจกันมากขึ้นมั้ย น่าจะมากขึ้นครับ ไม่อย่างนั้นคงยืนในระยะแบบที่ไม่เจอกันเลยได้ลำบาก อันนี้มันก็คือต่างคนต่างไปทำหน้าที่ ส่วนว่าผ่านไปอีกขั้นหนึ่งของสเต็ปความรักหรือเปล่า อยู่ขั้นเดิมนี่แหละครับ ถ้าเกิดวันนึงน้องอยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกอีกก็ยินดีและเต็มใจ เพราะการลงทุนกับการศึกษามันคุ้มค่ากับเวลาเสมอ” นักร้องหนุ่มกล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน