วันที่ 30 ก.ย. ที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ นักแสดงสาว ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 25 ปี พร้อมครอบครัวและแฟนคลับ จากนั้นให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มถึงวันเกิดปีนี้ครบเบญจเพสแล้ว

ใบเฟิร์น เผยว่า “วันเกิดปีนี้อายุ 25 ปี เบญจเพสแล้วค่ะ เป็นปีที่ดีปีหนึ่งของใบเฟิร์นมีครอบครัว ญาติและแฟนคลับมาร่วมทำบุญด้วยกัน ชื่นใจค่ะ วันเกิดทุกปีจะทำบุญไม่ค่อยจัดงานใหญ่ ปกติก็กราบคุณพ่อคุณแม่ กินข้าวที่บ้านเรียบง่าย ส่วนของขวัญให้ตัวเองยังไม่มีค่ะ ถามว่ากังวลอาถรรพ์เบญจเพสไหม ก็คิดว่าไม่น่ามีอะไรนะ ละครกระแสก็ดี ตอนนี้ชีวิตมีความสุข ก็เลยคิดว่าเบญจเพสหนูดีแน่นอน”

“มีแฟนคลับติดตามกันมาตั้งแต่เล่นหนังเรื่อง สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก ตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้ว ทุกคนก็แซวว่าไม่อยากเชื่อเลยแป๊บเดียวเราอายุ 25 ปีแล้ว ดีใจที่แฟนๆยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม เห็นหน้ากันมาตั้งนานแล้วตั้งแต่หนูอายุ 17 จนถึงทุกวันนี้ 25 แล้ว ดีใจที่อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้ ขอบคุณมากค่ะ”

“ส่วนเรื่องที่คนเอารูปเก่ามาเปรียบเทียบกับตอนปัจจุบันก็ตลกดีนะ คนทำก็แฟนคลับเรานั่นแหละก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว ไม่ซีเรียสนะ เขาบอกให้เรารู้ว่าติดตามเรามาตั้งแต่ตอนไหน เห็นพัฒนาการตัวเองก็ตกใจเหมือนกันเมื่อก่อนดำเหลือเกินมันก็เป็นตามช่วงวัยของเราค่ะ ตอนนี้เป็นสาวแล้วหนูก็เริ่มจากเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งมีโอกาสได้เล่นหนังเรื่องหนึ่ง มีแฟนคลับรักและติดตามกันมาขนาดนี้ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กันทุกงานตั้งแต่งานแรกจนมาถึงทุกวันนี้ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมาค่ะ”

 

ท็อป-จรณ หนุ่มคนพิเศษอวยพรหรือยัง
“ทุกคนก็พิเศษหมดเลย เขาก็อวยพรลงอินสตาแกรมเหมือนกัน ยังไม่ได้ส่งมาอวยพรส่วนตัว เฟิร์นก็ไม่ได้ลุ้นหรือคาดหวังให้เขามาเซอร์ไพร์สเราหรอก จริงๆหนูไม่ได้ซีเรียสกับวันเกิดถ้าสังเกตจะไม่เคยจัดงานอะไร วันเกิดเป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่ให้กับคุณพ่อคุณแม่ ช่วงเย็นก็ทานข้าวกับที่บ้าน เขายังไม่มีของขวัญอะไรให้ ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไร หนูโชคดีที่พอถึงวันเกิดที่บ้านเราจะไม่ได้ให้ของขวัญกันมาตั้งแต่เด็ก น้อยมากที่จะมีของขวัญให้กัน จะเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัว เราเลยไม่รู้สึกว่าต้องรอเซอร์ไพร์สจากใคร ที่เขาไม่ได้มาทำบุญด้วย เพราะเขาทำงาน 7 วันเลย ไม่งอนเลยค่ะ วันเกิดเราต้องโฟกัสที่ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่เราอยู่แล้ว ไม่ใช่ไปโฟกัสที่ผู้ชาย”

“ส่วนรูปถ่ายกับคุณแม่พี่ท็อป วันนั้นไปทำบุญบ้านพี่ท็อปค่ะ คุณแม่เป็นคนชอบทำบุญใหญ่มาก ทำจริงจังด้วย แม่รีโนเวทบ้านใหม่เลยทำบุญใหญ่ ที่เห็นเราทำบุญด้วยกันบ่อยมันเป็นเรื่องบังเอิญ แม่ชวนเราทำบุญตลอดรอวันที่เรากับพี่ท็อปว่างตรงกันค่ะ”

ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเอ็นดูความรักของเราสองคน
“หนูโชคดีมาก บ้านพี่ท็อปชอบทำบุญและพี่ท็อปก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวเหมือนเราเลย อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ สุดท้ายเราจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ยังไงถ้าพ่อแม่เราไม่สบายใจ เรามีแนวความคิดคล้ายๆกัน พ่อแม่รับรู้ทุกอย่าง ก็ไม่ถึงกับเป็นคู่รักสายบุญขนาดนั้น มันเป็นโอกาสที่ดีผู้ใหญ่แฮปปี้สบายใจ เราสองคนก็ไม่รีรอที่จะทำ”

การแสดงออกชัดเจนแต่คำพูดยังไม่ระบุสถานะชัดเจน
“เราไม่ได้ปิดอยู่แล้ว เราไม่เคยคุยกันว่าเราเป็นอะไรกัน จะให้คนรอบข้างมาบีบว่าเราเป็นอะไรกันไม่รู้จะใช้คำนั้นเป็นเพื่ออะไรสุดท้ายเราสองคนเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจดีที่จะทำให้คนข้างนอกไม่มองว่าความรักดาราเป็นเรื่องฉาบฉวย หรือความรักดาราเป็นการสร้างกระแส หนูรู้สึกว่าความรักความสัมพันธ์เป็นสิ่งมีค่ามากกว่าจะเอามาหากิน อยากให้มันแข็งแรง ไม่อยากใช้คำว่าแฟนพร่ำเพรื่อพอหมดประโยชน์กันแล้วก็หายไปอย่างรวดเร็วมันก็จะกลายเป็นค่านิยมเด็กรุ่นใหม่ที่การรักๆ เลิกๆ เป็นเรื่องปกติ เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น”

กลัวคนมองว่าเราปากแข็งมั้ย
“ไม่นะ ถ้าเฟิร์นปากแข็งคงไม่บอกตั้งแต่แรก เราไม่อยากเป็นคนโกหก มันก็ยังไม่มีอะไรให้พูดมากกว่านี้”

คนมองว่าคบกันแล้วนำพาชีวิตไปทางที่ดี
“เฟิร์นว่าสุดท้ายแล้วเราไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นยังไง เราอยู่ตรงนี้แล้วมีคนที่หวังดีกับเราเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เป็นที่ปรึกษาและเราก็หวังดีกับเขา แค่นี้มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดี และทุกอย่างมันไม่แน่นอน เราก็ไม่รู้จะรีบร้อนทำไม ไม่อยากรีบไปกะเกณฑ์เดี๋ยวมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา เดี๋ยวมาเศร้าโศกไปอีก ค่อยๆดูกันไปเรื่อยๆดีกว่า”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน