น้ำตาคลอ!! ‘เติ้ล’เผยนาทีชีวิต เมียครรภ์เป็นพิษ-ลูกเข้าไอซียู ‘ดวงดาว’รับช็อก-ตั้งสติ(คลิป)

28 พ.ย. 2560 - 15:01 น.

วันที่ 28 พ.ย. ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เติ้ล-ตะวัน จารุจินดา พร้อมด้วยคุณย่า ดวงดาว จารุจินดา และ ภรรยา กระแต-เสาวคนธ์ จารุจินดา แถลงข่าวกรณีคลอดลูกสาวคนแรก โดยมีคุณหมอ นพ.เทวินทร์ เดชเทวพร สูตินรีแพทย์ พญ.รวงผึ้ง ตั้งผลไกวัลศักดิ์ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริเกิด เป็นแพทย์ผู้ดูแล หลังคลอด ด.ญ.อะมีณยา จารุจินดา ชื่อเล่น มียา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 06.55 น. ด้วยน้ำหนัก 835 กรัม ซึ่งเป็นการคลอดก่อนกำหนด เพราะภาวะครรภ์เป็นพิษ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โดย เติ้ล เผยว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่ๆสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวจารุจินดามาโดยตลอด และให้ความเมตตา และขอเล่าให้ฟังก่อนว่า จริงๆกำหนดคลอดจะเป็นเดือนมกราคม ระหว่างวันที่ 22-29 แต่หลังจากที่ไปต่างประเทศมา ก็มาตรวจปกติตามที่คุณหมอนัด และระหว่างที่ตรวจความดันของแตขึ้น อยู่ที่ 180 พยาบาลก็เลยให้พักอยู่สักพักหนึ่ง และตรวจซ้ำ 2-3 รอบ ความดันก็ยังไม่ลด คุณหมอเลยตรวจปัสสาวะ ว่ามีโปรตีนปะปนมาด้วยหรือเปล่า ปรากฏว่ามี จึงนำเข้าห้องไอซียู เพราะกลัวว่าจะชัก ในวันนั้นคุณหมอก็บอกว่า ครรภ์กำลังจะเป็นพิษ จึงต้องตัดวงจรของภาวะครรภ์เป็นพิษ เพราะอันตรายมากๆ ทั้งชีวิตของคุณแม่และลูกด้วย ก่อนหน้านี้คุณหมอเคยบอกว่าน้ำหนักลูกตกเกณฑ์นิดนึง เป็นเพราะคุณแม่เขากินไม่ได้หรือเปล่า แต่อาการที่ครรภ์เป็นพิษ จะมือบวม ตัวบวม หน้าบวม แต่นี่ไม่มีอาการอะไรเลย เรายังไปเดินช็อปปิ้งกันปกติ จนที่มาตรวจตามนัดนี่แหละ ถึงทราบว่ากำลังมีภาวะครรภ์เป็นพิษ จนถึงต้องเข้าผ่าคลอด ซึ่งตอนนั้นน้ำคร่ำท้นออกมาหมดแล้ว และมีภาวะน้ำท่วมปอดด้วย”

ขั้นตอนการรักษาโรคนี้ คุณหมอได้อธิบายไว้ยังไง “ต้องขอบคุณคุณหมอเลย ที่สื่อสารตรง ที่ทำให้เราได้ตัดสินใจว่าจะยังไงต่อดี เพราะคุณหมอบอกว่าภาวะโรคนี้มีตั้งแต่ขั้นรุนแรง จนถึงรุนแรงมาก คุณหมอพูดเลยว่าขอรักษาชีวิตของคุณแม่ไว้ก่อน ซึ่งคืนวันนั้นเราอยู่ในห้องไอซียูกัน และเรามองหน้ากันก็รู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยว่ามันเป็นนาทีชีวิตเพราะตัวแตเอง ก็ไม่รู้ว่าวันรุ่งขึ้นหลังเขาผ่าตัดเขาจะเป็นยังไงบ้าง”

ตอนที่คุณหมอพูดเรื่องในท้อง ตอนนั้นรู้สึกยังไง “แตเขาตกใจ ผมเองก็ตกใจ แต่ว่าเนื่องจากบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว เราทำอะไรไม่ได้ เราต้องยอมรับมันต้องเดินหน้าสู้ต่อ ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน”

หมอพูดเรื่องลูกตอนผ่าแล้วยังไงบ้าง “หมอไม่สามารถรับปากได้เลย แต่คุณหมออัลตร้าซาวด์แล้วเห็นว่า เลือดมันเริ่มตีกลับจากสายสะดือคือตีกลับแล้ว คือกระบวนการของโรคนี้มันเริ่มไปในทิศทางค่อนข้างรุนแรง”

ตอนนั้นกระแตได้บอกอะไรบ้าง กระแตตอบ “บอก บอกกับลูกว่าอยู่ด้วยกันนะ เพราะว่าเข้าไอซียู สักพักก็ผ่าตัดเลย”

ใช้เวลาผ่านานไหม เติ้ล เผยว่า “ไม่นอนเลยครับ แป๊บเดียวแต่ต้องบอกว่าตอนกลางคืน ผมขึ้นมานอนแล้วนอนไม่หลับเลย คนที่เรารัก 2 ชีวิต แล้วจะให้เราเลือก เราเลือกไม่ได้ ซึ่งคุณหมอก็บอกว่ายังไงก็ต้องช่วยชีวิตคุณแม่ไว้ก่อน และเราก็ไม่รู้ว่าลูกออกมาอาการจะครบ 32 ไหม จะแข็งแรงไหม ต่องผ่าตัดอะไรอีกหรือเปล่า เรื่องเงินก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องชีวิตเรารู้ว่าบางอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว เราอยู่กับแตมา เราประคบประหงมมา 7 เดือน เราก็ไม่อยากให้เขาต้องจากเราไป ถามว่าต้องตัดสินใจอะไรได้ไหมตอนนั่น บอกเลยว่าตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย”

ตอนนั้นคุยกับเติ้ลว่ายังไง ดวงดาว บอกว่า “ตอนนั้น เขาโทรบอก แต่เราไม่ได้รับสาย 3 สาย เราติดธุระ แต่พอคุยกัน เติ้ลบอกว่า แม่แตครรภ์เป็นพิษ ต้องผ่าออก เราก็ช็อกไปเลย แต่ก็ตั้งสติ ต้องไม่อ่อนแอ ต้องเข้มแข็ง ต้องเป็นหลักให้ลูก เราก็โทรหาตั้ม ถามว่ารู้เรื่องหรือยัง โทรหาเติ้ลว่าอยากให้แม่ไปอยู่ด้วยไหม เขาบอกว่าเขาอยู่ได้ ไม่เป็นไร พอเช้าเราก็ใส่บาตร อุทิศกุศลให้เทวดา ให้ทุกสิ่งที่คุ้มครองเขา เสร็จแล้วก็มาที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าตอนนั้นเขาเข้าห้องผ่าตัดแล้ว ก่อนหน้านั้นเติ้ล เล่าให้เราฟังว่า คุณหมอที่นี่เยี่ยมมากๆ เพราะว่าบอกรายละเอียดทุกอย่าง การรับมือ คุณหมอที่ทำคลอดบอกรายละเอียดแบบนี้ๆ คุณหมอจะทำให้ดีที่สุด ส่วนคุณหมอเด็กก็บอกว่า อะไรเป็นยังไง ที่ร้ายแรงที่สุดคืออะไร คือการรับมือเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้ในชีวิตครอบครัวเรา ว่าทุกสิ่งในโลกนี้ สิ่งที่ไม่คาดฝัน มันเกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกนาที สติสำคัญที่สุด ใช้สติของคุณให้ดีที่สุด เพราะถ้าไม่มีสติมันจะไปกันหมด แต่สองคนนี้เขาเลือกแล้ว ที่เขาเลือกโรงพยาบาลนี้ เลือกฝากท้องกับคุณหมอเทวินทร์ คือเขาฝากชีวิตไว้ที่นี่ เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เขาประชุมกันแล้วว่าหมอเด็ก ที่จะส่งต่อให้ ว่ามีเคสแบบนี้ ก็ต้องมอบให้คุณหมอที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญที่สุด

เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เราตระหนักและสบายใจมากๆ คือ เรามอบชีวิตลูกสะใภ้เรา หลานเรา อยู่ในมือคนที่เรามั่นใจและเชื่อใจได้แล้ว เราเชื่อว่าจะผ่านไปได้ และเราก็ได้ข่าวดีว่าพอผ่าออกมา ถามเขาว่าเติ้ลรู้สึกยังไงที่เข้าไปในห้องคลอด เขาบอกว่าไม่ได้สนใจลูกเลย สนใจแต่เมียเพราะตอนนั้นคือนาทีชีวิตว่า ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เมียจะเป็นยังไง คือแต่ว่าขอให้เมียรอด ปลอดภัย แต่ผ่าท้องออกมาได้ยินเสียงลูกร้อง แว้ เติ้ลบอกว่า แม่หันไปดูหน้าลูกนะรู้สึกสงสาร ลูกตัวเล็ก เติ้ลรักลูกมากเลยแม่ ลืมเมียไปเลย แล้วก็ไปกับลูกเลย คุณหมอบอกว่าเขาครบ 32 บริบูรณ์ เพียงแต่เขาตัวเล็ก แต่เขาแข็งแรง พรุ่งนี้จะครับ 7 วัน วันนี้มาก็มีโอกาสได้ไปดูเขา ก็เชื่อว่าเขาสู้ พวกเราสู้ไปด้วยกัน ก็พยายามบอกเขาว่า หนูสู้นะลูก และคุณหมอเป็นาบอกว่า จิ๋วแต่แจ๋ว เลยเป็นที่มาว่า เด็กหญิงอะมีณยา จารุจินดา จิ๋วแต่แจ๋ว”


ตอนที่อยู่ให้ห้องคลอดคุยอะไรกับภรรยาบ้าง “ตอนแรกเข้าไปไม่ได้พูดอะไรกันเลย พูดแค่ว่า พี่รักหนูนะ แต่จริงๆ คุณหมอไม่อยากให้เราเข้าไปเห็นเพราะไม่ใช่การคลอดที่ปกติ จะมีสายเยอะแยะ ไม่รู่ว่าจะเกะกะหรือเปล่า คุณหมอเขาก็บอกว่าไม่ต้องเข้าก็ได้นะ เราก็บอกว่าเอาที่ปลอดภัยที่สุด เอาที่ดีที่สุด เราไม่เข้าก็ได้ แต่ภรรยาไม่ยอม ยื้อกันอยู่หน้าห้อง”

กระแตเสริมว่า “ตกใจ เพราะว่าต้องผ่าแต่เช้า ไม่ได้เตรียมตัวมา เลยขอคุณหมอที่รมยาว่า ขอให้เขาเข้าไปได้ไหม แป๊บเดียวก็ยังดี ก่อนที่หนูจะไม่รู้เรื่อง ถามว่า ณ เวลานั้นรู้สึกยังไง คือตั้งแต่เที่ยงคืน รู้แล้วว่าจะต้องผ่า 6 โมง เรายังอาเจียนอยู่เลยเพราะได้รับยากันช็อก ตั้งตัวไม่ทัน จนเที่ยงคืนก็นั่งดูเวลามาตลอด และทุกชั่วโมงก็ลุกมาอาเจียนตลอด และอยู่คนเดียว แต่เติ้ลก็วิ่งลงมาดูตลอด จนตี 5 ก็ไม่กล้าหลับแล้ว พอตี 5 ครึ่ง คุณหมอรมยาเขาก็เข้ามา ก็เลยขอให้พี่เติ้ลเข้ามาได้ไหม คุณหมอก็บอกว่า ขอบล็อกหลังเสร็จเดี๋ยวให้แป๊บนึง ถามว่ากลัวไหม ตอนนั้นก็กลัวๆ เพราะว่าเตรียมใจไว้ว่าจะคลอดมกราคม เหมือนมันกะทันหันเพราะเราไม่เคยผ่าตัดเลย พอตี 5 ครึ่ง พยาบาลก็เข้ามาเช็ดตัว เตรียมตัว เราก็นอนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็นอนทำใจ ตอนที่เข้าไปในห้องยังรู้สึกตัวอยู่ แต่ตอนพี่เติ้ลเข้ามาไม่รู้สึกตัวแล้ว”

ตอนที่ได้ยินเสียงน้องร้อง รู้สึกยังไง กระแต กล่าวว่า “ตอนที่เขาผ่าไม่รู้สึกอะไรเลย จนคุณหมอพูดว่าลูกร้องแล้ว ได้ยินไหม เหมือนกิบสติกลับมา ได้ยินแป๊บนึง ประมาณ 2-3 แอะ แว้แว้ ก็ดีใจ ถ้าคลอดปกติเขาก็คงได้ยินเสียงร้องกัน เราก็ไม่คิดว่าเราจะได้ยิน ความกังวลหลังคลอดออกมาแล้วมันก็ยังไม่หายไปไหน เพราะว่าเราไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เราก็อยู่อย่างนี้คืออะไร”

ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง เติ้ล เผยว่า ตอนนั้นเราเป็นห่วงเมีย แต่คุณหมอรมยาเขาน่ารักมาก ทุกคนพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมากๆ เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก ได้ยินคุณหมอพูด ลงมีดแล้วนะ ออกมาแล้ว 06:55 แล้วเราก็ได้ยินเสียงเหมือนลูกแมว ผมก็หันไปมอง ทุกอย่างคุณหมอทำเร็วมาก และก็เข้ารถเข็นไปเลย ได้เห็นแว้บๆ ผมก็ตามขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือจมูกโด่งมาก อะไรที่เหมือนเราว่ะ ความรู้สึกคือน่ารักมาก น่าเอ็นดู น่าสงสาร บอกไม่ถูก แต่หลังจากนั้น ก็เดินมาหาตลอด นั่งสวดมนต์ด้วยกัน เห็นเขาโตขึ้นทุกวัน ก็เห็นการเปลี่ยนแปลง และเห็นเลยว่าเขาสู้จริงๆ คุณหมอบอกเลยว่าแข็งแรงมาก หายใจเองได้ สมองปกติดี ย่อยอาหารเอง อึได้ปกติ สุขภาพแข็งแรงตามเกณฑ์ เพียงแต่เขาตัวเล็กเท่านั้นเอง”

ต้องฝ่าฝันอะไรอีกไหม เติ้ล “ยังไม่รู้ อีกยาวไกล เพราะคุณหมอบอกว่า จริงๆกว่าเขาจะคลอดจริงช่วงมกราคม ต้องติดตามพัฒนาการทีละสเต็ป แต่ ณ ตอนนี้ หัวใจดี ย่อยอาหารดี สามารถกินนมได้ 12 ซีซี ต่อรอบ กิน 6 รอบ ก็คือดี ทีนี้ก็ดูติดตามพัฒนาการเรื่องสายตา การได้ยิน”

ต้องอยู่ที่โรงพยาบาลอีกนานไหม เติ้ล “อีกสักพักใหญ่ แรกคลอดน้ำหนัก 835 กรัม หลังคลอดน้ำหนักเหลือ 730 กรัม แต่ตอนนี้น้ำหนัก ขึ้นมาเป็น 844 กรัม ซึ่งยังไม่ครบ 7 วัน น้ำหนักเกินเกณฑ์แล้ว”

คุณแม่อาการเป็นอย่างไรบ้าง กระแต “ความดันยังสูงอยู่ ก่อนคลอดวัดความดันตลอด สูงตลอด พอคลอดเสร็จ จนถึงตอนนี้ก็ยังสูงอยู่ คุณหมอก็ยังไม่ให้กลับ”

มีสาเหตุไหม เติ้ล “เป็นภาวะครรภ์เป็นพิษนี่แหละ คุณหมอบอกว่าเป็นความดันสูงขั้นรุนแรง ต้องรอ 1-2 เดือน จะลด แต้ถ้าไม่ลดก็อาจเป็น ความดันโลหิตสูงเรื้อรังตลอดชีวิต”

ณ วันนี้ กังวลอะไร เติ้ล “ความกังวลไม่มีนะ และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ตอนนี้ดูดีไปหมดทุกอย่าง มีความสุขมาก ตอนนี้น้องต้องอยู่ในห้องไอซียูก่อน ยังบอกไม่ได้ว่าจะได้ออกตอนไหนครับ”

เตรียมรับขวัญหลานยังไง ดวงดาว เผยว่า “รอเขาออกจากไอซียูมาก่อน แต่ตอนนี้เตรียมห้อง ทำบ้านใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เขาแยกเรือนออกไปอยู่ด้วยกันแล้ว แต่พอคลอดแล้วเขาจะกลับเข้ามาอยู่ที่บ้าน เพราะว่า เติ้ลบอกว่าเขาอยากให้ลูกเขามีสภาวะแวดล้อมเหมือนเขา เพราะที่บ้านเราจะอยู่กันหลายบ้าน ติดๆกัน มีหลายหลัง อยู่ใกล้กัน ถึงกันหมด เขาจะถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้ใหญ่ ด้วยวัฒนธรรมผู้ใหญ่กับเด็กสมัยใหม่ผสมกัน เด็กก็จะไม่สมัยใหม่ไปเลยจะมีโบราณบ้าง ดูแลซึ่งกันและกัน ใครไม่อยู่จะได้ฝากคนนั้นคนนี้ได้ เราเลยทำห้องใหม่ ซื้อของเตรียมไว้ แต่ไหนว่าจะมาเดือนมกราคม นี่มาแล้ว (หัวเราะ) ถามว่าเห่อไหม ยังไม่ได้รู้สึกตรงนั้น รู้แต่ว่าสวดมนต์ให้เขา ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ให้อวัยวะทุกอย่างทำงานได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ให้เขาเติบโตมาแข็งแรง จะเห่อหรือไม่เห่อต้องตอนกลับบ้านอีกที”

มีเพื่อนมาเยี่ยมไหม กระแต “มีเพื่อนๆ มาให้กำลังใจหลายคน แต่มี เอมี่ (กลิ่นประทุม) มาให้กำลังใจตั้งแต่เข้าห้องไอซียู และเขาก็รู้ว่ามีภาวะครรภ์เป็นพิษ แล้วเขาก็ไปหาข้อมูลอยู่หน้าห้อง ตอนเราฟื้นก็สงสัยว่าทำไมเราหมอเยอะจัง หมอบอกว่าเรามีภาวะครรภ์เป็นพิษ เขาเอาข้อมูลให้เราดู เราก็ส่งให้เอมี่อ่านต่อ บอกว่าเราเกือบตายแล้วนะ เอมี่บอกกลับมาว่า เขาอ่านก่อนเราแล้ว” โดยสาวกระแตมีน้ำตาคลอ ตาแดงตลอด จนหนุ่มเติ้ลสามีต้องคอยจับมือปลอบภรรยา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ น้ำตาคลอ!! ‘เติ้ล’เผยนาทีชีวิต เมียครรภ์เป็นพิษ-ลูกเข้าไอซียู ‘ดวงดาว’รับช็อก-ตั้งสติ(คลิป)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง