แอปเปิ้ล สีสะเหงียน เปิดใจ กว่าจะมีลูกได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จนได้มาเจอ ครูก้อย
แอปเปิ้ล สีสะเหงียน เปิดใจ / ตั้งใจอยู่นานกว่าจะมี “น้องจูนี่” และ “น้องจูน่า” แก้วตาดวงใจทั้งสองที่มาเติมเต็มหัวใจให้กับ แอปเปิ้ล สีสะเหงียน และ ฟลุค จิระ ไม่ใช่เรื่องง่าย กับปัญหา PCOS ไข่ใบเล็กจำนวนมากและพบติ่งเนื้อ หรือถุงน้ำในรังไข่ จนต้องบำรุงไข่อย่างจริงจัง และพึ่งกระบวนการทางแพทย์ในการทำเด็กหลอดแก้ว

แอปเปิ้ล เผยว่า “เริ่มปล่อยท้องตอนอายุ 30 ปี ซึ่งคิดว่าถ้าไม่คุมกำเนิดแล้วเดี๋ยวคงท้องธรรมชาติได้เอง เข้าใจว่าการท้องเป็นเรื่องที่ง่าย ก็ปล่อยธรรมชาติประมาณ 3-4 เดือน แต่ก็ไม่ท้อง และเปิ้ลมีปัญหามีประจำเดือนมาไม่ค่อยปกติ จนเริ่มกังวัลเพราะคิดว่าไม่ง่ายเหมือนคนทั่วไป จึงเริ่มศึกษา เสิร์ชในเน็ต ลองวิธีนับวันไข่ตก ประมาณ 3 เดือน ก็ยังไม่ท้อง”
พร้อมกับตอนนั้นอยากมีลูกปีกุน จึงปรึกษากับพี่ฟลุคว่าผิดปกติแล้ว และก็เริ่มกังวัลว่าถ้าช้ากว่านั้นก็จะหลุดปีกุน เลยเริ่มไปปรึกษาหมอ คุณหมอจึงให้เริ่มวิธีใกล้เคียงธรรมชาติก่อน นั้นคือการฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) โดยเริ่มกระตุ้นไข่ด้วยยาฉีดเข้าที่หน้าท้อง แต่พอวันนัดอัลตร้าซาวด์ดูไข่ ปรากฏว่า เปิ้ลมีไข่ใบเล็กๆ เต็มไปหมด คุณหมอจึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็น PCOS คือภาวะที่ในรังไข่มีไข่เยอะ ซึ่งไข่พวกนี้มักจะไม่ตก หรือถ้าตก ก็จะไม่ค่อยปฏิสนธิ เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายไม่ค่อยสมดุล ซึ่งหลังกระตุ้นไข่รอบนั้นเปิ้ลไข่โต 1 ใบ ขนาด 18 มิลลิเมตร และหมอก็ฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่าติดแล้ว มีอาการไข้ ตัวร้อนๆ รุมๆ คิดว่าจะท้องแล้ว แต่ก็ไม่ท้อง รอบนั้นก็เฟลไปไม่ติด

เปิ้ลเคยตรวจเจอเนื้องอกที่มดลูกเมื่อ 2 ปี ก่อนที่จะทำอิ๊กซี่และซึ่งตอนนั้นมาตรวจเพื่อเช็คใหม่ว่ามันโตรึเปล่า แต่ว่าตรวจแล้วมันก็ไม่โต แล้วคลินิกแรก แนะนำว่าต้องไปผ่าติ่งเนื้อตัวนี้ออกเพราะไปขัดขวางที่มดลูก ทำให้ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้ แล้วเปิ้ลกลัวมาก และช่วงที่พักเบรคเราก็เฟลมาก คิดว่าที่ผ่านมาไม่ติดเพราะติ่งเนื้อรึเปล่า ฟุ้งซ่านมาก ตอนนั้นก็คิดว่าอาจจะเป็นมะเร็งรึเปล่า แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้เลย
เปิ้ลจึงไปตรวจอีกโรงพยาบาลหนึ่ง แต่ไม่ใช่แผนกมีบุตรยาก แค่ตรวจภายใน ก็ไปตรวจแบบจริงจังมาก หมอก็บอกว่ามี ติ่งเนื้อจริงๆ ขนาด 1 ซม. แต่ 1 ซม.สำหรับเปิ้ลไม่เล็กนะ ซึ่งหมอแนะนำว่า ห้ามผ่าออกเด็ดขาด เพราะถ้าผ่าจะเป็นพังผืดเลย ตอนนั้นก็อ้าว! ทำไมไม่เหมือนกันเลย แต่ก็ตัดสินใจไม่ผ่า ซึ่งจริงๆ ช่วงนั้นเปิ้ลซื้อประกันไว้เต็มเลยคือกังวลมาก คิดว่าตัวเองจะตาย คือเครียดและร้องให้เกือบทุกวันเลย
และช่วงนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันกับที่ได้รู้จัก ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ภรรยา พี่เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” ครูก้อยเป็นครูวิทยาศาสตร์ เคยผ่านการรักษาผู้มีบุตรยากมาแล้วทุกกระบวนการจนเชี่ยวชาญด้านผู้มีบุตรยากไปแล้ว จนเปิดเพจ babyandmom.co.th สอนให้ความรู้แม่ๆ ที่มีบุตรยากในการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ทั้งท้องธรรมชาติและเตรียมตัวก่อนเข้าสู่กระบวนการทางแพทย์ในการทำ IUI และทำเด็กหลอดแก้ว หรือที่เรียกว่า “อิ๊กซี่” ได้คุยกับครูก้อยแล้วทำให้สบายใจขึ้น

ตอนนั้น“ครูก้อย” ก็แนะนำเปิ้ลว่าไข่ของเปิ้ลใบเล็ก เพราะฉะนั้นการจะทำเด็กหลอดแก้วให้ประสบความสำเร็จในครั้งแรกไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ต้องมีการบำรุงไข่ เปิ้ลจึงตัดสินใจ บำรุงตาม “คัมภีร์อาหารที่คนอยากท้องต้องกิน” เพื่อไปทำอิ๊กซี่เลย เพราะครูก้อยบอกว่า การทำ IUI โอกาสสำเร็จมีแค่ 10 % และเปิ้ลอยากท้องแล้ว ไม่อยากเสียเวลา อย่างที่บอก คือ อยากมีลูกปีกุน
แล้วเราก็ถอยมาตั้งหลักกันประมาณ 3 เดือน และเป็นช่วงที่เปิ้ลซีเรียสมาก ตอนแรกเปิ้ลก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วครูก้อยพูดมาคำหนึ่งว่า อยู่ที่ความจริงจังของน้อง ว่าน้องจริงจังแค่ไหน เปิ้ลจึงลุกขึ้นมาจริงจัง และคุยกับพี่ฟลุคด้วย พี่ฟลุคเป็นผู้ช่วยที่ดีมาก เพราะเป็นคนเตรียมหาอาหารให้ ช่วงที่บำรุง ตื่นเช้ามาก็กระดกน้ำมะกรูดคั้นสด กินน้ำผักผลไม้ปั่น กินไข่วันละ 2 ฟอง กินอะโวคาโด้ กินโปรตีนเสริมอาหาร วันละ 2 ซอง และกินโฟลิค วิตามินบำรุงไข่สำหรับเตรียมตั้งครรภ์ งดหวาน เลิกกินชาไข่มุก

พอบำรุงเสร็จเปิ้ลก็เปลี่ยนมาทำคลินิกที่ครูก้อยแนะนำ สิ่งแรกที่เปิ้ลถามคุณหมอ คือ เรื่องติ่งเนื้อ คุณหมอพูดกับเปิ้ลว่า ไม่ต้องไปคิดมาก คุณหมอเปรียบเทียบว่า มันแค่สิว โอ้โห…เหมือนกับทุกอย่างแบบ โล่งออกมาเลยอะ “มันแค่สิวเองเหรอคะคุณหมอ” มันแค่สิวเอง อย่าไปคิดมาก คือถ้าเราจะท้องมันไม่ได้อยู่ที่สิวตัวนี้หรอก
และก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นไข่ ซึ่งก็โชคดีตรงที่ว่าเรามีประวัติเก่า ว่าเราไม่ค่อยได้รับการตอบรับที่ดีจากยาตัวนี้ หมอก็เปลี่ยนยาให้เลย และเปิ้ลได้ความรู้จากครูก้อยเยอะมาก รวมถึงเข้าใจกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วมากขึ้น รู้ไปถึงระดับเซลล์เลยว่า แบบไหนเรียกว่าเซลล์ไข่สวย ตัวอ่อนหลังปฎิสนธิแบ่งตัวอย่างไร
คุณหมอเลือกตัวอ่อนที่เป็นเกรด A ที่ดีที่สุด 3 ตัว ให้เปิ้ลกับพี่ฟลุคเป็นคนเลือกเอง วันนั้นเลือกเบอร์ 6 เป็นเบอร์ที่สวย และถ้าทำอีกรอบจะเลือกเบอร์ 11 พอเลือกตัวอ่อนเสร็จแล้ว ก็เข้าสู่กระบวนการเตรียมผนังมดลูก เปิ้ลก็มาเตรียมผนังมดลูกตาม“คัมภีร์อาหารที่คนอยากท้องต้องกิน” ของครูก้อยค่ะ โดยเน้นโปรตีน เพื่อผนังมดลูกให้หนาตัว และแข็งแรง พร้อมฝังตัวอ่อน

พอเตรียมผนังมดลูกเสร็จก็เตรียมใส่ตัวอ่อน คุณหมอชมว่าผนังมดลูกสวยมาก ตอนแรกขอหมอใส่ตัวอ่อน 2 ตัว หมอบอกว่าไม่ได้ เปิ้ลผอมสรีระไม่ได้ ไม่ต้องเผื่อ ใส่ตัวเดียวก็ติดแล้ว หมอมั่นใจมาก พอ 4 วันผ่านไป เริ่มผ่อนคลาย ขึ้น วันที่ 6 ตรวจตั้งครรภ์เลย พอเทสเสร็จปุ๊บ เอาจริงๆ ความรู้สึกมันงง มันอึ้งมาก คนแรกที่แชทหาคือครูก้อยไม่กล้าบอกพี่ฟลุค เพราะเห็น ขีดจางๆ ไม่แน่ใจ จนครูก้อยบอกว่า ท้องแล้วนะแม่เปิ้ล พร้อมบอกว่าขึ้นจางแค่ไหนก็ท้องเพราะถ้าไม่ท้องจะไม่เห็นเลย พอบอกพี่ฟลุค ตอนนั้นพี่ฟลุคยังไม่เชื่อ มาเชื่อตอนไปเจาะเลือดถึงจะเชื่อว่า “ท้องแล้ว” และตัวอ่อนในวันนั้นก็คือ “น้องจูนี่” ในวันนี้
ส่วนท้องที่ 2 เปิ้ลแค่เตรียมผนังมดลูกตามคัมภีร์อาหารที่คนอยากท้องต้องกินของครูก้อย และไปใส่ตัวอ่อนที่ฟรีซไว้ ใส่ครั้งเดียวติด “น้องจูน่า” เลยค่ะ สมใจคุณพ่อฟลุคเค้าล่ะ ความรู้สึกที่มีต่อครูก้อย คือ “รักที่สุดและรู้สึกว่าทุกอย่างมีทางออกเมื่อคุยกับครูก้อย คือตอนแรกเปิ้ลรู้สึกว่าง่าย พอเจอปัญหา แล้วคุยกับครูก้อย มีทางออก ยากนะแต่มีทางออก แต่ที่สำคัญต้องมีวินัย”
ชมคลิปสัมภาษณ์ย้อนหลัง แอปเปิ้ล สีสะเหงียน ในรายการสักวันฉันจะเป็นแม่ โดย ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ เจ้าของเพจผู้มีบุตรยาก Babyandmom.co.th ได้ที่ https://youtu.be/08n0YVa_lpM